ตอนที่ 2 การพบเจอ
กว่าจะผ่านแต่ละนาทีช่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่เฝ้ามารดาอยู่ที่โรงพยาบาลพีชญาแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย
เขาไม่รู้ว่าแม่จะมีเวลาอยู่กับเขาอีกนานแค่ไหน หมอและพยาบาลเดินเข้ามาดูอาการเป็นระยะ มีโอกาสเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ที่แม่จะปลอดภัยทว่าหลังการผ่าตัดยังไม่มีใครการันตีได้ว่าแม่ของเขาจะฟื้นขึ้นมาตอนไหนและจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิมอีกไหมเนื่องจากมีเลือดออกในสมองและมีภาวะสมองบวมต้องผ่าตัดเพื่อดูดน้ำและเลือดออก
คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดด่วนในวันนี้เลยเพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้สมองมีแต่จะบวมขึ้นเรื่อยๆ
พีชญาตัดสินใจเซ็นยินยอมให้มารดาเข้ารับการผ่าตัดในบ่ายนี้ส่วนเรื่องค่ารักษาค่อยว่ากันอีกที
โอเมก้าตัวน้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถูกสะกดรอยโดยคนกลุ่มหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
(พี่น้อยเป็นยังไงบ้างลูก) เจ๊น้ำถามผ่านโทรศัพท์ เนื่องจากต้องเปิดร้านจึงทำให้ยังไม่ได้เข้ามาดูอาการคนป่วย แต่ก็ยังมีใจเป็นห่วงและคอยถามไถ่อยู่ตลอด
“อาการยังทรงอยู่เลยครับเจ๊ แต่คุณหมอจะผ่าตัดด่วนในอีกสองถึงสามชั่วโมงนี้” พีชญาตอบเสียงเศร้าเพราะไม่ว่าจะยังไงเขาต้องรักษาแม่ให้ได้
(แล้วเรื่องค่ารักษาพยาบาลล่ะลูก พีชจะทำยังไง) ปลายสายถามเสียงสั่นเป็นห่วงทั้งคนป่วยและคนเฝ้าไข้ กลัวพีชญาจะคิดมากจนเครียดจนล้มป่วยไปอีกคน
“พีชคงต้องหางานทำเพิ่มอีกครับ” พีชญาบอก งานอะไรก็ได้ที่จะหาเงินได้ในตอนนี้เขาไม่เกี่ยงทั้งนั้น
(เอาอย่างนี้ไหม เจ๊พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง พีชยืมเจ๊ก่อนเดี๋ยวค่อยหามาคืนก็ได้) เจ๊น้ำเสนอ
“ค่าผ่าตัดค่ายารวมๆแล้วก็ประมาณสี่แสนบาท ไหนจะค่ากินค่าอยู่อีก กว่าแม่จะพักฟื้นจนหายดี ก็คงจะใช้เงินเกือบเจ็ดแปด แสน เงินมันเยอะมากพีชเกรงใจครับ”
(เงินที่เจ๊มีก็คงไม่พอ) เจ๊น้ำพูดเสียงเศร้า เธออยากจะช่วยจริงๆทว่าเงินก็ต้องหมุนไหนจะค่าเช่า ค่าแรงลูกน้อง ค่าจิปาถะในร้านอีก
“ไม่เป็นไรครับเจ๊ พีชคิดว่าจะเข้าไปคุยกับทางคุณโรงพยาบาลว่าจะขอผ่อนชำระได้ไหมและพีชคงต้องทำงานเสริมอีก” พีชญาบอกอย่างจนปัญญา ถึงแม้จะรู้ดีว่าต่อให้ทำงานทั้งปียังไม่พอใช้หนี้ส่วนนี้ได้หมด
(งั้นเอาอย่างนี้ไหม เจ๊พอจะมีน้องที่รู้จักทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในโรงแรมกึ่งคาสิโนแถวๆนี้ รายได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ ถ้าพีชไม่ถือ เดี๋ยวเจ๊ฝากให้จ๊ะ) เจ้น้ำพูดอย่างเป็นห่วง พีชญาไร้เดียงสา ใสซื่อและบริสุทธิ์เกินกว่าจะไปทำงานในที่แบบนั้น
เธอเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกย่อมรู้จักหลานชายคนนี้ดี
“ได้หมดเลยครับเจ๊ พีชจะทำ ยังไงรบกวนเจ๊ด้วยนะครับ” พีชญาว่าก่อนจะวางสายไป
ต่อให้มีคนฝากให้แต่คงยากที่บริษัทใหญ่ๆอย่างงั้นจะรับโอเมก้าอย่างเขาเข้าทำงาน
แต่ไปสมัครไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที
ไม่ลองก็ไม่รู้
คล้อยหลังโอเมก้าตัวน้อยคาร์ฟได้ยินทุกอย่างและต่อสายแจ้งผู้เป็นนายทันที
“ครับเจ้านาย ผมมีข่าวจะรายงานครับ”
หลังจากที่คุยกับเจ๊น้ำ พีชญาก็นัดกับเจ๊น้ำเพื่อจะไปสมัครงานทันที ร่างบางรู้ว่างานที่กำลังจะทำนี้มันเสี่ยงหากแต่เงินดีมากๆ ถึงจะเป็นงานรายวันแต่ยังมีเงินทิปแยกพิเศษแล้วแต่จะได้ และด้วยตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกมากนักจึงต้องทำไปก่อน
เจ๊น้ำพาเขาเดินเข้ามายังโรงแรมหกดาวกึ่งคาสิโน ถึงจะเป็นที่ผิดกฎหมายแต่ก็เป็นพื้นที่สำหรับลูกค้าโรงแรมเท่านั้น
ห้ามคนนอกเข้าไปเป็นอันขาด
“ทางนี้จ้าพี่น้ำ” หญิงรูปร่างท้วมในชุดแม่บ้านสีฟ้ากระโปรงยาวปิดเข่าโบกมือไปมาอยู่หน้าประตู
อ่อนเป็นเบต้าแม่ม้ายที่เคยทำงานร้านนวดสปากับน้ำเมื่อหลายปีก่อน รู้จักมักคุ้นกับเจ้น้ำและแม่น้อยของเขาดี
“อ่อน นี่ไงหลานพี่ที่จะพามาสมัครงานหน่ะ” เจ๊น้ำพูดอย่างสนิทสนมก่อนทั้งสองจะหันกลับมาทางพีชญาที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“สวัสดีครับ น้าอ่อน” โอเมก้าตัวน้อยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้า น้องพีชลูกพี่น้อยโตเป็นหนุ่มแล้วน่ารักเชียว ปะๆเราเข้าข้างในกันดีกว่า หัวหน้ารอด้านในแล้ว”ทั้งสามเดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน
“หัวหน้าคะ นี่หลานชายที่ว่าจะมาสมัครงานวันนี้ค่ะ”อ่อนบอก พร้อมกับพาพีชญาและเจ๊น้ำเข้ามานั่งในห้องออฟฟิศของหัวหน้า
ดุสิตเป็นเบต้าวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มนั่งหลังตรงรออยู่แล้ว มือหนาดันแว่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแนะนำตัว
“ผมชื่อดุสิตนะครับ เป็นหัวหน้าแผนก”
“สวัสดีครับ ผมชื่อพีชญา วราดรครับหรือเรียกว่าลูกพีชก็ได้” ร่างเล็กเอ่ยนอบน้อมพร้อมกับยื่นใบสมัครและเอกสารแสดงตนที่เตรียมมา
“เอ่อ จากที่ผมอ่านประวัติของคุณก็น่าสนใจดีนะครับ” ดุสิตมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะหันมาสนใจเอกสารในมือพร้อมพูดต่อ “แต่โรงแรมของเรามีกฏว่าห้ามรับโอเมกัาเข้าทำงานทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น”
“ครับ” พีชญาก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเอง เขาคิดไว้อยู่แล้ว บริษัทใหญ่โตขนาดนี้ไม่มีทางรับโอเมก้าอย่างเขาเข้าทำงานหรอก
“โธ่ หัวหน้า ช่วยหน่อยไม่ได้เหรอคะ” อ่อนพยายามพูดโน้มน้าว “พอดีหลานมีเรื่องต้องใช่เงินน่ะค่ะ แม่ของแกเข้าโรงพยาบาล ต้องผ่าตัดและค่าใช้จ่ายก็สูงมาก”
“ผมก็อยากจะช่วยนะพี่อ่อน แต่มันเป็นกฏของบริษัท พี่เองก็รู้ดี”
“ก็อย่าไปบอกเขาสิคะ”
“ไม่บอกเขาก็รู้” ดุสิตป้องปากมองซ้ายมองขวาก่อนจะพูดต่อ “พี่อ่อนก็รู้ว่าพวกทรูอัลฟ่าน่ะสัญชาตญาณไวนะตาย”
“…”
“อีกอย่างนะ ท่านประธานใหญ่ยังไม่กลับอิตาลีเลยถ้าท่านรู้เข้าผมโดนไล่ออกแน่”
กริ้งง กริ้งงงงง
เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้นเรียกความสนใจแก่หัวหน้าแผนก
“ผมขอไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” เบต้าวัยกลางคนบอกก่อนจะเดินปลีกตัวเข้าไปรับโทรศัพท์ “สวัสดีครับ ดุสิตหัวหน้าแผนกทำความสะอาดครับ”
[ครับคุณดุสิต ผมคาร์ฟนะครับ] ปลายสายจะตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ
“คุณคาร์ฟ ออ มะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” ดุสิตตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งตกใจและตื่นเต้นไม่คิดว่าคนระดับนี้จะโทรเขา
ไม่มีใครไม่รู้จักคุณคาร์ฟมือขวาคนสนิทของคุณคริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์ รองประธานบริษัทและลูกชายเพียงคนเดียวของนายใหญ่ อนาคตคงไม่วายขึ้นเป็นประธานคนต่อไปสืบทอดกิจการต่อจากบิดา
[พอดีนายต้องการให้รับเด็กคนนั้นเข้าทำงานครับ”
“เด็กคนนั้น? มะ หมายถึงพีชญาเหรอครับ”
“ใช่ครับ”
“แต่เขาเป็นโอเมก้านะครับ”
"นายสั่งมาครับ คุณมีหน้าที่แค่ทำตามก็พอ"
“รับทราบครับ”
“เอ่อพอดี แผนกทำความสะอาดกำลังขาดคนพอดี คุณพีชสะดวกเริ่มงานวันนี้เลยไหมครับ” หัวหน้าแผนกบอกเมื่อเดินกลับมาถึง
นายสั่งมา
คำพูดนี้ของคุณคาร์ฟยังคาใจดุสิตไม่หาย
เด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ถึงได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นแบบนี้
“พร้อมครับ ผะ ผมจะทำงานให้เต็มที่ครับ” พิชญาบอกด้วยรอยยิ้มสดใสก้มหัวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า
นึกว่าจะไม่ได้ทำงานนี้ซะแล้ว
“งานที่นี่จะเข้าเป็นกะนะครับ โดยจะแบ่งเป็นกะกลางวันและกลางคืน” ดุสิตอธิบายงานคร่าวๆให้พนักงานใหม่ฟัง “วันนี้คงต้องเริ่มงานกลางคืนนะ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”
“ไม่มีครับ ”พิชญาตอบออกไปพร้อมกับหันหน้าไปหาเจ๊น้ำก่อนเจ๊น้ำจะจับมือเขย่าเบาๆแล้วยิ้มให้กัน
“ทางโรงแรมจะมีสัญญาจ้างงานและส่วนเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการต่างๆผมจะอธิบายตอนเซ็นสัญญาวันนี้ก่อนเริ่มงานอีกที” ท่าทางสุภาพและใจดีของดุสิตหัวหน้าคนใหม่ทำให้ร่างเล็กผ่อนคลายมากขึ้น
“ครับ”พีชญาตอบเสียงหนักแน่น หากแต่ยังเป็นห่วงผู้เป็นแม่ที่ยังไม่ได้สติจับใจ
...
พีชญากับเจ๊น้ำเดินทางกลับมาที่โรงพยาบาลหลังจากทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ ร่างเล็กใส่ชุดปลอดเชื้อเพื่อเข้าเยี่ยมมารดาอีกครั้งในช่วงเที่ยง พีชญาพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ในวันนี้ให้แม่ฟังพร้อมรอยยิ้มสดใสก่อนมารดาของเขาจะเข้าผ่าตัดในช่วงบ่าย
ใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงก่อนคุณหมอประจำไข้จะเดินออกมาพร้อมสีหน้าที่ดูดีขึ้น
"การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีครับ ร่างการคนไข้ตอบสนองดีขึ้นทุกส่วน ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ"
พีชญาใจชื้นขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบ "แล้วอีกนานไหมครับกว่าแม่ผมจะฟื้น"
"อันนี้หมอก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันครับ ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองด้วยว่าจะสู้และตอบสนองกับยามากแค่ไหน" อลันหมอหนุ่มอัลฟ่าอธิบายด้วยรอยยิ้ม "หมอจะดูแลให้อย่างเต็มที่ครับไม่ต้องเป็นห่วง"
"ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ"
พีชญาเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินตามเตียงของมารดาที่ถูกคุณบุรุษพยาบาลเข็นกลับไปพักที่ห้องไอซียูอีกครั้ง มองสายระโยงระยางและตัวเลขต่างๆในหน้าจอมอนิเตอร์ที่แม้จะดูไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี
เขายังหวังให้มีปาฏิหาริย์แม้แม่จะหายกลับมาได้ไม่เต็มร้อยแต่เขาจะดูแลแม่เอง จะไม่ให้แม่ทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
"พีช ใกล้ถึงเวลาเข้างานแล้วลูก" เสียงคนข้างกายปลุกพีชญาจากภวังค์ความคิด คนตัวเล็กมองประตูห้องไอซียูค้างอยู่อย่างนั้นเนินนาน กระทั่งเจ๊น้ำกลับมาจากร้านนวด
“เจ๊ครับพีชฝากแม่ด้วยนะ”
“ไปเถอะลูกไม่ต้องห่วง พี่น้อยก็เหมือนพี่สาวของเจ๊คนหนึ่ง เจ๊จะดูแลพี่น้อยให้เอง" เจ๊น้ำรับปากว่าจะดูแลมารดาให้ในช่วงที่พีชญาไปทำงานแม้จะเข้าไปเยี่ยมไม่ได้ก็ตาม
พี่น้อยทำงานกับเธอมานานมาก ตั้งแต่เธอเปิดร้านนวดสปา ใหม่ๆเป็นลูกจ้างคนแรกเลยก็ว่าได้
เธอเลี้ยงพีชญามาตั้งแต่อายุสามขวบเพราะไม่มีลูกจึงรักและรู้สึกเอ็นดูพีชญาเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆในไส้
"ตั้งใจทำงานนะลูก"
"ครับเจ๊"
พิชญาปล่อยมือเจ๊น้ำก่อนจะแยกจากกัน
…
“งั้นไปเปลี่ยนชุดเลยนะครับ” ดุสิตบอกก่อนจะหันไปทางอ่อน “อ่อนพาพีชไปเปลี่ยนชุดเลย”
พีชญาอยู่ในชุดแม่บ้านสีฟ้าธรรมดาๆทว่ากลับเข้ากับหนุ่มน้อยหน้าคมตาหวานเป็นอย่างมากแม้ชุดจะเป็นชุดเก่าแต่ก็ไม่ทำให้เขาดูโดดเด่นน้อยลงไปเลย
ติ้ดดด ติ้ดดด
เสียงสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นแจ้งเตือนก่อนร่างเล็กจะหยิบขึ้นมาและรับสาย
“สวัสดีครับเจ๊”
(พีชตอนนี้เจ๊อยู่กับพี่น้อยนะลูก) น้ำเข้าเยี่ยมคนไข้ในช่วงค่ำจึงโทรหาหลานสาวพร้อมกับเปิดกล้องให้พีชญาคุยกับมารดาเป็นกำลังใจก่อนเริ่มงาน
"แม่เป็นยังไงบ้างครับ"
(ลูกพีชคุยกับแม่ไหมลูก) เจ๊น้ำว่าพลางยืนสมาร์ทโฟนไปยังหน้าคนที่นอนหลับไหลไม่ได้สติ
“แม่ครับ ลูกพีชเองนะ”พิชญายิ้มให้ผู้ให้กำเนิดที่นอนหลับตานิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ “พีชกำลังจะทำงานแล้วนะ แม่เป็นกำลังใจให้พีชด้วยนะครับ”
โอเมก้าตัวน้อยว่าด้วยรอยยิ้ม หวังว่ามารดาจะได้ยินเสียงของเขานะ
(พีชตั้งใจทำงานนะลูก เจ๊ขอวางก่อนนะเดี๋ยวคุณหมอเห็นจะบ่นเอา) เจ๊น้ำพูดเสียงเบาเพราะทางโรงพยาบาลห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด แต่เธอแอบโทรหาหลานเพราะอยากให้พีชมีกำลังใจก่อนเริ่มงานวันแรก
“ครับเจ๊ ยังไงพีชฝากแม่ด้วยนะครับ” โอเมก้าตัวน้อยรู้สึกใจชื่นขึ้นมาหน่อย “เดี๋ยวตอนเช้าพีชเลิกงานแล้วจะซื้อของอร่อยๆไปฝากเจ๊นะครับ”
พีชญาวางสายไปโดยที่ไม่ทันสังเกตคนที่นอนอยู่บนเตียงว่ามีน้ำใสๆไหลออกมาทางหางตา
…
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นหลังจากที่พิชญากดไปยังชั้นที่ต้องการ นำพาร่างเล็กขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม
หลังจากที่ได้พูดคุยและทำสัญญาจ้างงานกับคุณดุสิตแล้วเขาต้องปลี่ยนลักษณะงานนิดหน่อย
ซึ่งเขาจะต้องขึ้นไปทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกสำหรับแขกโซน Private VIP ที่อยู่ชั้นบนสุดโดยคุณดุสิตให้เหตุผลว่าเขาเก่งภาษาและเห็นว่าเขาต้องการใช้เงินเพื่อไปรักษามารดาจึงยื่นโอกาสและข้อเสนอนี้ให้ลองไปคิดดู
หลังจากเห็นค่าตอบแทนพีชญาก็ตอบตกลงและเซ็นสัญญาจ้างงานทันที
แม้ในใจจะมีแต่คำถามมากมายก็ตาม
มือเล็กจัดปลอกคอหนังให้เข้าที่ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบจี้พระจันทร์เสี้ยวแผ่วเบาเพื่อระงับอาการประหม่า เข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาจากลิฟต์มองดูบอดี้การ์ดที่ใส่หน้ากากกรองฟีโรโมนยืนห่างกันในตำแหน่งต่างๆของห้องโถงกว้าง
น่ากลัวจัง
มีแต่อัลฟ่าทั้งนั้นเลย
โอเมก้าตัวน้อยยืนมองประตูห้องใหญ่อย่างประหม่าปนตื่นเต้นก่อนจะเคาะประตูเป็นสัญญานและยืนรอหน้าห้องอย่าสงบ
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในราวกับไม่มีใครอยู่
หลังจากไม่ได้ยินเสียงตอบกลับพีชญาจึงเอ่ยขออนุญาตเข้าไปในห้องอีกครั้ง “ขออนุญาตเข้าไปทำความสะอาดนะครับ”
“เชิญ”
เสียงทรงพลังดังออกมาจากด้านใน พีชญาขนลุกขนชันไปทั้งตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานกระแสข่มจากเสียงทรงอำนาจของทรูอัลฟ่าผู้สูงส่ง
เขากลัวจนสั่นไปทั้งตัวแต่ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ ลูบแขนคลายความหนาวเย็นจับขั่วหัวใจก้าวขาสั่นเทาเข้าไปด้านในช้าๆ กลิ่นของเครื่องปรับอากาศปะปนมาพร้อมกับกลิ่นหอมของต้นสนบนเทือกเขาทำให้พิชญาผ่อนคลาดได้อย่างน่าประหลาด
ร่างเล็กเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้ามาด้านในอย่างทุลักทุเล ก่อนหัวใจจะเต้นโครมครามเมื่อเผลอสบตากับผู้ชายชาวต่างชาติวัยกลางคนดูลึกลับน่าเกรงขามจนแทบหยุดหายใจ
นัยตาสีนิลกาฬจ้องมองเขาอยู่ก่อนหน้า ผมสีน้ำตาลหยักศก จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากกระจับสีคล้ำได้รูป
ร่างสูงใหญ่อยู่ในเชิ้ตสีขาวแกะกระดุมเม็ดบนลงมาสามเม็ดจนเห็นกล้ามเนื้อเรียงตัวสวย รอยสักเต็มแผ่นอกและแขน นั่งเด่นอยู่ที่โซฟากลางห้องพร้อมกับเหล้าราคาแพง มือแกร่งแก้วเหล้าทรงหกเหลี่ยมในมือหมุนไปมาอย่างอารมณ์ดี
"สะ สวัสดีครับ" พีชญายกมือไหว้ก่อนจะก้มหน้างุดทันที
“เข้ามาทำความสะอาดเหรอ” คริสโตเฟอร์พูดพร้อมกับมองสำรวจร่างบางตรงหน้า เอนกายพิงกับผนังโซฟาตัวใหญ่ด้วยท่าทางสบายๆ
เขารู้อยู่แล้วและกำลังรอให้เวลานี้มาถึงอย่างใจเย็น
เด็กคนนี้ตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับตัวเขา แต่อะไรในตัวกลับไม่เล็กตามไปด้วยเลยแฮะ
อัลฟ่าหนุ่มวัยกลัดมันกวาดสายตาโลมเลียสำรวจกวางน้อยทั่วทั้งด้านบนและด้านล่าง หน้าอกเล็กขยับขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ สะโพกผากน่าขย้ำดูเต็มไม้เต็มมือไปหมด หน้าตาคมสวยราวกับเด็กน้อยอายุยังไม่ถึงสิบแปด ปากแดงตาหวานเวลาที่ไม่มีน้ำตาแสนจะน่าทะนุถนอมเหมือนเจ้ากวางน้อยแบมบี้
มองไกลๆว่าสวยแล้ว ยิ่งได้มองใกล้ๆเขายิ่งอยากจะครอบครองอีกฝ่ายซะเดี๋ยวนี้
คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปใกล้พีชญาที่ยืนก้มหน้าอย่างสำรวม
กลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์ทำให้เลือดในกายปั่นป่วน ปลุกเร้าสัญชาติดิบเถื่อนทว่าต้องกัดฟันข่มใจ
“ต้องการเท่าไหร่ ถ้าเธอต้องค้างกับฉันที่นี่คืนนี้” เอ่ยถามออกไปตรงๆไม่อ้อมค้อม
ตาหวานช้อนขึ้นมองกันทำเอาคริสโตเฟอร์เกือบลืมวิธีการหายใจ ดวงตาสีดำสนิทวูบไหวเหมือนกับน้ำทะเลยามรัตติกาล ก่อนห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
เนินนานกว่าสติสตังจะกลับเข้าร่าง คริสโตเฟอร์ส่ายหัวเล็กน้อยพลางโน้มตัวย้ำถามคำถามนั้นอีกครั้งชิดใบหูเล็ก
"เธอต้องการเท่าไหร่ บอกฉันมาสิ"
เขารู้ว่าอีกฝ่ายฟังรู้เรื่องและคงฉลาดพอที่จะรับข้อเสนอของเขา
“ผะ ผมแค่มาทำความสะอาดครับ” ร่างเล็กถอยหลังตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ขยับตัวเล็กน้อยเตรียมทำความสะอาดห้องตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายทว่าน้ำเสียงทุ้มหนักกลับเอ่ยขึ้นก่อนทำเอามือที่กำลังจับไม้ถูอยู่ชะงัก
"แค่มาทำความสะอาด เฮอะ! นี่เธอคิดจะโก่งราคางั้นเหรอ" คริสโตเฟอร์เค้นหัวเราะหนึ่งคำพลางกอดอกมองคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ขบขัน
อย่าบอกนะว่าไม่เข้าใจที่เขาพูดน่ะ คนเรามันจะใส่ซื่ออะไรขนาดนั้นวะ
"ผมเปล่า.."
“เราตกลงกันได้น่า” เขายังเดินหน้าถามตื้อไม่เลิก "บอกมาสิว่าต้องการเท่าไหร่"
โอเมก้าตัวน้อยกำมือแน่นจนปลายเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือ ไม่รู้สึกเจ็บที่มือทว่าเจ็บที่ใจมากกว่า พีชญากัดริมฝีปากล่างพยายามข่มกลั้นอารมณ์โกรธอย่างสุดขีดที่กำลังจะปะทุก่อนจะรีบออกไปจากห้องทันทีอย่างฉุนเฉียวพร้อมกับอารมณ์ที่เดือดดาล
มันจะมากเกินไปแล้ว!!
ปัง!!
“Sh*t !” คริสโตเฟอร์สถบอย่างหัวเสียหลังจากที่ประตูบานใหญ่ปิดสนิท
มือหนาปาแก้วบรั่นดีราคาแพงติดผนังจนแหลกละเอียด
กล้าดียังไงถึงปฎิเสธเขา
กล้าดีมาจากไหนห๊ะพีชญา!
"ยิ่งยากแบบนี้ฉันยิ่งชอบ"
อัลฟ่าหนุ่มยกยิ้มชอบใจ
คนอย่างคริสโตเฟอร์ ลูฟเฟอร์ อยากได้อะไรก็ต้องได้ เมื่อเจรจาดีๆแล้วไม่ได้ผลเขาจะทำให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอำนาจเงินตราของเขาแล้วมาสยบลงกลางอกเขาให้ได้!!
มาเฟียหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดกดโทรออกหามือขวาคนสนิท ครุ่นคิดหาวิธีการที่จะทำให้กวางน้อยมาสยบแทบเท้าเขาจนได้
“คาร์ฟ ส่งข้อมูลทุกอย่างให้ฉันพรุ่งนี้ตอนเช้า”
เมื่อคิดแผนการได้จึงข่มตาหลับ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอร์และเหนื่อยสะสมจากการปาร์ตี้อย่างหนักในช่วงนี้โดยไม่รู้เลยว่าหน้าหวานๆของเด็กคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดตลอดแม้ในยามเข้าสู่ห้วงนิทรา
