3. เชฟมาตรฐานสูงกับครัวดิน (ตอนต้น)
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแตกของผนังดินเข้ามาในห้องที่เริ่มจะสะอาดสะอ้านขึ้นบ้างแล้ว หลินชิงลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยตามตัวที่ลดน้อยลงกว่าเมื่อวาน เธอหันไปมองด้านข้าง พบว่าที่นอนว่างเปล่าไปแล้ว เสียงน้ำกระเซ็นและเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้เธอรีบลุกขึ้นจัดการตัวเอง
เมื่อเดินออกมาข้างนอก เธอเห็นภาพที่ทำให้หัวใจที่เคยโดดเดี่ยวในชาติก่อนรู้สึกอุ่นวาบ
เสี่ยวเฟิงกำลังใช้กะละมังไม้ใบเล็กตักน้ำจากโอ่งมาช่วยล้างหน้าให้เสี่ยวเหยาอย่างตั้งใจ เด็กน้อยหลับตาปี๋พยายามไม่ให้น้ำเข้าตาพลางหัวเราะคิกคัก
“แม่ตื่นแล้ว!” เสี่ยวเหยาร้องเรียกพร้อมรอยยิ้มกว้าง ฟันหลอ ๆ ของเธอทำให้หลินชิงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหาแล้วหยิกแก้มเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ตื่นแล้วจ้ะ วันนี้แม่จะพาไปหาสมบัติในป่ากันนะ แต่ก่อนอื่นเราต้องจัดการกองทัพท้องว่างก่อน”
หลินชิงหันไปมองครัวที่เธอล้างทำความสะอาดจนเอี่ยมเมื่อคืน วันนี้โจทย์คือการทำอาหารเช้าจากวัตถุดิบที่เหลือเพียงน้อยนิด เธอสำรวจถังข้าวสารที่เหลือเพียงก้นถังและมันเทศอีกสองหัวที่เก็บไว้ ทักษะเชฟมิชลินในหัวเริ่มประมวลผลทันที
เธอนำมันเทศไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มกับข้าวสารเพียงหนึ่งกำมือ น้ำที่ใส่ลงไปมากกว่าปกติเพื่อให้กลายเป็นข้าวต้มที่เข้มข้น ระหว่างรอข้าวเดือด หลินชิงเดินไปหลังบ้าน เธอพบต้นกระเทียมป่าและขิงแก่ที่ขึ้นอยู่ริมรั้ว จึงขุดมันขึ้นมาล้างและซอยจนละเอียด
“อาชิง! หลินชิง! นังสะใภ้ตัวดี อยู่ไหน ฮะ!”
เสียงแหลมสูงที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างดังมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อผ้าป่านสีเทาใบหน้าบูดบึ้ง เธอคือ แม่สามีตระกูลหง หรือ แม่เฒ่าหง ผู้นิยมชมชอบการเอาเปรียบสะใภ้เป็นชีวิตจิตใจ
เสี่ยวเฟิงรีบดึงน้องสาวมาหลบหลังหลินชิงทันที แววตาของเด็กชายกลับมาหวาดระแวงอีกครั้ง
“มีอะไรหรือคะคุณแม่?” หลินชิงเดินออกมาหน้าบ้านด้วยท่าทางนิ่งสงบ มือยังคงถือพายไม้ที่ใช้คนข้าวต้มอยู่
แม่เฒ่าหงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นหลินชิงที่ดูสะอาดสะอ้านและมีแววตาที่เปลี่ยนไป แต่ความโลภก็บดบังทุกอย่าง
“ยังมีหน้ามาถามอีก! ฉันได้ยินว่าแกจะหนีตามชู้เมื่อคืน แล้วเงินที่หงซวนส่งมาล่ะ เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ชายชู้แกมันคงหลอกเอาไปหมดแล้วละสิ ถ้าไม่มีเงินก็เอาแม่ไก่หลังบ้านมาให้ฉันแทน!”
พูดจบแม่เฒ่าหงก็ทำท่าจะเดินไปที่เล้าไก่ เสี่ยวเฟิงกำหมัดแน่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเพราะแม่ไก่ตัวนั้นคือเพื่อนเพียงตัวเดียวและแหล่งอาหารเดียวของเขากับน้อง
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ” หลินชิงเอ่ยเสียงเย็นจนคนฟังรู้สึกขนลุก
“เรื่องหนีตามชู้มันก็แค่ข่าวลือพวกปากหอยปากปู ส่วนเรื่องเงิน... หงซวนส่งมาให้ฉันดูแลลูก ๆ ไม่ได้ให้คุณแม่เอาไปบำเรอลูกชายคนรองที่เอาแต่กินแรงพี่ชายไปวัน ๆ”
“แก! เป็นแค่สะใภ้ แกกล้าด่าลูกชายฉันเหรอ!” แม่เฒ่าหงเงื้อมือหมายจะตบหน้าหลินชิง
แต่หลินชิงไม่ได้หลบ เธอคว้าข้อมือของแม่เฒ่าหงไว้ด้วยความรวดเร็วและบีบลงที่จุดชีพจรอย่างแม่นยำ ทักษะที่เธอเคยเรียนรู้จากการนวดกดจุดเพื่อผ่อนคลายความล้าจากการทำงานในครัวถูกนำมาใช้เป็นการป้องกันตัว แม่เฒ่าหงร้องโอยและทรุดลงกับพื้นทันทีเพราะอาการชาที่แขน
“ฉันไม่อยากเสียมารยาทกับผู้ใหญ่หรอกนะคะคุณแม่ แต่ถ้าคุณแม่ยังคิดจะมาแย่งอาหารของเด็ก ๆ อีก ฉันจะไปร้องเรียนที่ที่ทำการอำเภอว่าคุณแม่ขโมยทรัพย์สินของครอบครัวทหารในขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่รบเพื่อชาติ อยากรู้เหมือนกันว่าคะแนนความประพฤติของลูกชายคนรองของคุณแม่จะเป็นยังไงถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา”
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด ในยุค 80 คะแนนความประพฤติและชื่อเสียงมีผลต่อการทำงานและอนาคตอย่างมาก แม่เฒ่าหงหน้าซีดเผือด เธอรีบลุกขึ้นสะบัดหน้าหนี
“หึ ฝากไว้ก่อนเถอะนังแพศยา! วันไหนหงซวนกลับมา ฉันจะให้เขาหย่ากับแก!”
เมื่อแม่เฒ่าหงเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป เสี่ยวเฟิงมองหลินชิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนเป็นครั้งแรกในชีวิต
