บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 Future Detective บทหนึ่ง ภาคปลาย

“ค่าแรงล่ะครับ ได้อัตรารายชั่วโมงหรือรายเดือน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วย” จินเจตถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          เรื่องนี้คือเรื่องเร่งด่วนที่สุดต่างหาก เพราะว่าพวกเรามาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะมีสวัสดิการอาหารและที่พัก แต่นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด

          “อัตรารายชั่วโมงครับ สำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือชั่วโมงละ120บาท ฝึกงานวันละ8ชั่วโมง เท่ากับวันละ960บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ4,800บาท”

          “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชินภัทรและคุณจินเจตคือสิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายสองครึ่งจนถึงบ่ายสามครึ่งครับ”

          “สำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุ คือชั่วโมงละ240บาท ฝึกงานวันละ10ชั่วโมง เท่ากับวันละ2,400บาท จ่ายเงินรายสัปดาห์ละ12,000บาท”

          “ระยะเวลาเริ่มงานสำหรับคุณชัชวินและคุณจิรายุคือเก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่ม พักเที่ยงตอนบ่ายโมงครึ่งจนถึงบ่ายสองครึ่งครับ”

          “มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ ผมจะได้อธิบายต่อ”

          มีนบอกพลางถือเอกสารแจกแจงรายละเอียด รวมถึงใบฝึกงานให้แต่ละคนรับทราบระยะเวลาทำงาน จำนวนเงินรวมถึงช่วงพักเที่ยงไปจนหมด

          เขาต้องการให้ทั้งสี่คนเข้าใจทั้งหมดทุกอย่างภายในวันเดียว จะได้ไม่มีอะไรติดค้างภายในใจแม้แต่อย่างเดียว

          “จำนวนเงินเยอะจนน่าสงสัยมากเลยว่าถ้าทำไม่ได้จะเป็นยังไง” ชินภัทรเป็นคนแรกที่เริ่มตั้งข้อสงสัยอย่างไม่ปิดบัง

          เพราะรู้ดีว่าราชอาณาจักรในปัจจุบันอัตราค่าแรงงานรายวันละตกวันละ500บาทเท่านั้น หมายความว่าต่อเดือนจะมีเงินขั้นต่ำอยู่ที่15,000บาท

          อัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานสำนักงานขั้นต่ำในปัจจุบันคือ19,000บาทต่อเดือน สำหรับการจ้างเด็กจบใหม่

          ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงฝึกงานของเขาก็ดี หรือจะเป็นของพวกพี่ชายก็ดี จำนวนเงินยังมากกว่าการจ้างเด็กจบใหม่เสียอีก ช่างมีลับลมคมในชอบกล

          “เป็นคำถามที่ดีนะเจ้าหนูน้อย นั่นเป็นอัตราค่าแรงที่กฎหมายเป็นคนกำหนดถูกไหม ฉันไม่ใช่คนจากภาครัฐแต่เป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลผู้ทรงอิทธิพลในอาณาจักรต่างหาก”

          “การให้อัตราฝึกงานและเงินเดือนของฉันมันไปเกี่ยวอะไรกับพวกนั้น ให้เงินเยอะมันผิดตรงไหนไม่ทราบ”

          “มีกฎข้อไหนเขียนไว้บ้างล่ะว่าห้ามให้เงินเยอะ มันก็ไม่มีสักหน่อย เกณฑ์ขั้นต่ำคือห้ามให้ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ฉันจะให้สูงกว่านั้นมันเรื่องของฉัน”

          “ค่าแรงของพวกนายฉันให้เท่ากับเหล่าเด็กน้อยที่อยากช่วยพ่อแม่ในคฤหาสน์หลังนี้ทำงาน จึงรับเข้าระบบให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวจะได้มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลต่างหาก”

          “ส่วนค่าแรงของพวกพี่ชายนายคือค่าแรงขั้นต่ำสำหรับการเริ่มฝึกงานที่นี่ ถ้าฝึกจนครบหกเดือนก็จะเริ่มเงินให้อีก เพื่อให้มันเท่ากับอัตราเริ่มต้นของพนักงานประจำภายในตระกูล”

          “อยากรู้มากกว่านี้ไปถามพ่อฉันเอาล่ะกัน เจ้าหนูน้อย เพราะฉันก็ไม่ได้สนใจเหตุผลเท่าไหร่ แค่ทำตามกฎระเบียบที่พวกตาแก่วางรากฐานให้เท่านั้น”

          นนท์ภัทรตั้งใจอธิบายให้เด็กคนนี้ฟังอย่างละเอียด เพราะดูจากท่าทางและนิสัยแล้ว หากไม่พูดจนหมดคงไม่ยอมรามือง่ายๆ สักเท่าไหร่

          แต่จะไปรู้ไหมว่าทำไมต้องให้เท่านี้ ก็แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเอง อยากรู้มากกว่านั้นไปถามเอาเองแล้วกัน สำหรับเขาแล้วงานล้นมือเกินกว่าจะอยากรู้เหตุผลพวกนั้น

          คำตอบของว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปทำเอาทั้งสี่คนถึงกับอึ้งและมีแนวคิดแตกต่างกันออกไป

สำหรับชินภัทร ถือเป็นคำตอบละเอียด ชัดเจน ตรงไปตรงมา กลับทำให้ชวนสงสัยกว่าเดิม แถมผู้เป็นเจ้านายยังดูไม่ได้สนใจกฎเกณฑ์พวกนี้สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกกดขี่แรงงานเพราะเป็นเด็กก็ถือว่าดี

          สำหรับจินเจต รู้สึกว่าเพื่อนสนิทช่างมีความกล้าหาญเหลือเกินในการถามออกไปแบบนั้น แถมยังปากดีจนเกินบรรยาย ทำเอาเสียวสันหลังวาบไม่รู้กี่ครั้ง เพราะคะแนนสอบผ่านของตนเองเรียกว่าข้ามเส้นยาแดงพอดิบพอดี

          สำหรับชัชวิน เขาไม่ได้มีความกล้าแบบน้องชาย เพราะว่าตนเองอายุเลยวัยที่เรียกว่าเด็กน้อยช่างถาม จนทำให้ไม่ถูกลงโทษเพราะละเมิดกฎในการต่อล้อต่อเถียงผู้เป็นนาย ยุคนี้สามารถหางานทำได้ตั้งแต่อายุสิบห้าด้วยซ้ำ

          กฎหมายอายุอื่นยังถือว่าอยู่ดีมาตลอดพันปีที่ผ่านมา นั่นก็คือสิบแปดเป็นผู้เยาว์ ยี่สิบเป็นผู้ใหญ่ แค่ยืดหยุ่นกฎหมายหางานทำเท่านั้น

          สำหรับจิรายุ เขารู้สึกว่าการถามของน้องชายเพื่อนช่างเสี่ยงชีวิตเหลือเกิน เนื่องจากพวกเราเลือกจงรักภักดีกับตระกูลภูทนินทร์ กฎหมายส่วนกลางจากภาครัฐจึงไม่สามารถคุ้มครองพวกเราได้

          จะกลายเป็นถูกตัดสินจากกฎของตระกูลแทน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel