ตอนที่ 3 บทนำ Future Detective ภาคปลาย
เจตฎารู้สึกได้เลยว่าทำไมพ่อของพวกเขาทั้งสี่คนถึงได้ให้พวกเขามาแทน เพราะหากไม่ได้มาวันนี้คงพลาดโอกาสหลายอย่าง ทั้งความรู้ในห้องเรียนเฉพาะกิจ รวมถึงนิสัยของเจ้าตระกูลคนต่อไปด้วย ช่างเป็นอัจฉริยะที่ประหลาดยิ่งนัก
“ได้ข่าวพวกแกมีน้องชายไม่ใช่เหรอ พามาเรียนไปด้วยเลยกัน ได้ข่าวว่าฉลาดไม่น้อยหน้าน้องชายของฉันสักเท่าไหร่” นนท์ภัทรเอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยระหว่างกำลังเขียนตัวอักษรบนกระดานไวท์บอร์ด
“ครับ???” ทั้งสี่คนขานรับพร้อมกันด้วยความงุนงง ทำไมถึงอยากให้พาน้องชายที่อายุห่างกันมาหาล่ะ
“ทำตามที่ฉันบอกก็พอแล้ว อย่าถามให้มากความ”
“หน้าที่ของพวกนายช่วงนี้คือต้องปฏิบัติตามที่ฉันสั่ง”
“เข้าใจแล้วครับ คุณชายใหญ่”
ทั้งสี่คนตอบรับด้วยความไม่เข้าใจแต่พยายามทำตามคำสั่งแทน เพราะไม่งั้นน่าจะโดนด่าอีกรอบ การมีประวัติว่าถูกด่าบ่อยเกินไปตั้งแต่พบเจอนายท่านครั้งแรกอาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่
“พี่นนท์ตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าน้องชายของพวกนายทั้งสี่คนสามารถสอบผ่านเลื่อนชั้นได้สองระดับด้วยวัยประถมเท่านั้น น่าจะมีความสามารถตรงนี้ด้วย”
“เพราะงั้นลองมาทำแบบทดสอบก่อนเรียนสักครั้ง ไม่แน่ใจว่าอาจจะได้เรียนรู้งานไปพร้อมกัน พี่เขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยคอยสอนหลายรอบเท่านั้นเอง”
“ผมรู้ว่าพวกคุณคงจะไม่เข้าใจความคิดของพี่นนท์เท่าไหร่ แต่เขาแค่ขี้เกียจเท่านั้นเองครับ ลองให้มาเรียนและทำแบบทดสอบครั้งต่อไปน่าจะดี”
“เพราะไม่ว่าจะเป็นพวกคุณหรือน้องชายพวกคุณ พวกคุณทั้งหมดล้วนเป็นลูกเจี๊ยบในสายตาของพี่นนท์ทั้งหมดครับ พอจะช่วยเป็นคำตอบให้พามาได้แล้วใช่ไหมครับ”
บุตรลำดับสองตระกูลภูทนินทร์อาสาอธิบายอย่างละเอียดแทนพี่ชายตนเอง ที่มักจะพูดจาสิ่งที่จำเป็นมากกว่า
“เข้าใจแล้วครับ คุณชายเล็ก”
“ขอบคุณสำหรับคำอธิบายเพิ่มเติมนะครับ”
“ช่วยให้พวกเราตัดสินใจได้เยอะเลย”
ชัชวินที่ตั้งสติได้ก่อนใครอาสาตอบแทนเพื่อนในกลุ่มทุกคน เพราะน่าจะสติหลุดตั้งแต่คำพูดของบุตรคนโตไปแล้ว ยังมาเจอคำอธิบายบุตรคนเล็กที่พูดความจริงจนจุกนั่นอีก
คำพูดของเพื่อนสนิททำให้จิรายุ คุณากร เจตฎา ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง และเริ่มตอบรับตามเพื่อนสนิทไปติดๆ
“พวกเราเข้าใจแล้วครับ คุณชายเล็ก” ทั้งสามตอบไล่หลังกันมาติดๆ ถ้าไม่มีชัชวินสักคนแล้วล่ะก็...พวกเราสามคนน่าจะถูกด่าอีกรอบ
จิรายุมาทบทวนคำพูดของคุณชายทั้งสองคนอีกครั้ง เนื่องจากครั้งแรกสติหลุดไประหว่างทาง อาจจะเป็นข้อดีก็ได้เพราะได้รับการสั่งสอนจากตระกูลผู้เป็นเจ้านายโดยตรงแบบนี้
“ขืนพวกแกยังยืนโง่ไม่ตอบต่อจากฉัน มีหวังถูกด่าอีกรอบกันพอดี มันไม่ดีเท่าไหร่หรอกนะที่ถูกนายด่าบ่อยขนาดนั้น”
ชัชวินเริ่มบ่นทันทีเมื่อนั่งรถกลับบ้าน และรถนั่นคือรถของเหล่าคนรับใช้ที่สามารถหยิบไปใช้สอยทำงานได้หนึ่งคัน
“ใครจะไปคิดว่าท่านจะเหมือนในข่าวลือเปี๊ยบขนาดนี้ล่ะวะ แม่งแทบจะทำให้หยุดหายใจอยู่แล้ว” จิรายุเริ่มเถียงกลับทันที
“เอาเป็นว่าครั้งหน้าพวกเราก็พาน้องชายมาด้วยนั่นแหละ ไม่งั้นเดี๋ยวคุณชายใหญ่จะพูดจาประหลาดๆ ออกมาอีก” คุณากรบอกด้วยสีหน้าปลงกับเหตุการณ์ในอนาคต
“ทั้งแปลกและประหลาดต่างหาก แต่ความสามารถของจริงทั้งนั้นเลยล่ะ สมแล้วที่ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับจากทุกคนเร็วขนาดนี้” เจตฎาพูดด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างจริงใจ
เมื่อคำพูดของเจตฎาจบลง ทั้งสามคนต่างพากันพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย เพราะทายาทลำดับหนึ่งตระกูลภูทนินทร์เริ่มเรียนเกี่ยวกับตระกูลและการบริหารบริษัทตั้งแต่อายุสิบห้าต่างหาก
ปล่อยข่าวออกไปว่าเริ่มเรียนตอนอายุสิบเจ็ดเพื่อทำให้คนภายนอกสับสนและไม่ทราบข้อเท็จจริง พอมาเจอตัวจริงถึงรู้ว่าตลอดระยะเวลาสี่ปีช่างเติบโตเร็วจนได้รับความไว้วางใจทั้งจากคนรับใช้ในคฤหาสน์และจากพนักงานบริษัท
ณ ห้องทำงานของนนท์ภัทร
“คิดถูกแล้วที่ผ่านมาด้วยกันวันนี้ รับเอกสารพวกนี้ไปซะ ให้เวลาทำทั้งหมดห้าชั่วโมง ถ้าจะไปเข้าห้องน้ำให้เรียกคนไปคอยเฝ้าไม่ให้ทุจริตข้อสอบ”
“ถ้าทำเสร็จจะมีระบบตรวจข้อสอบทันที ฝนคำตอบให้ถูกข้อด้วยแล้วกัน นี่คือการประเมินว่าจากนี้ไปพวกนายทั้งหมดจะต้องเริ่มเรียนจากตรงไหน”
“ฉันจะเรียกให้น้องชายมาคุมสอบแทน พอดีมีประชุมด่วนที่บริษัท ถ้าเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”
