บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: กรงขังสีชาดและหยาดน้ำค้างในหุบเขา

กลิ่นกำยานฉุนกึกพยายามกลบกลิ่นคาวเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ในโถงกุหลาบ อาลีเซียตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่คุ้นเคย แต่บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่แน่นหนาที่สุดในอาณาจักร

หน้าต่างบานยาวถูกตอกตะปูปิดตายและคลุมด้วยม่านกำมะหยี่สีแดงหนาทึบเพื่อไม่ให้นางเห็นแสงเดือนแสงตะวัน ประตูไม้โอ๊กมีเสียงกลไกเหล็กลั่นดาลทุกครั้งที่ทหารยามเดินผ่าน รูทไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป นางถูกย้ายไปรับตำแหน่ง "นางสนองพระโอษฐ์พิเศษ" ของดาดาสเพื่อเป็นรางวัลแห่งความทรยศ

อาลีเซียลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้า ๆ ร่างกายของนางไม่ได้อ่อนแรงเหมือนวันก่อน ๆ แต่ดวงตาสีนิลกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งใต้บ่อน้ำลึก นางเดินไปที่กระจกเงาหยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมาทาบนริมฝีปากอย่างประณีต สีแดงนั้นเข้มเสียจนดูเหมือนเลือดที่วาเลนไทน์สาดกระจายในคืนนั้น

นางไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาของนางเหือดแห้งไปตั้งแต่วินาทีที่เห็นร่างของเขาดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง นางตัดสินใจแล้วว่าการคร่ำครวญคือความโง่เขลา และการพยศคือการฆ่าตัวตาย ทางเดียวที่จะชนะปีศาจอย่างดาดาส คือการทำให้มันเชื่อว่านางได้กลายเป็นเพียงซากศพที่เดินได้ตามที่มันต้องการ

เมื่อประตูห้องเปิดออก ดาดาสเดินเข้ามาด้วยท่าทางโอหัง เขาถือถาดอาหารเช้าที่มีนกกระทาอบน้ำผึ้งและไวน์องุ่นขาวเลิศรสมาด้วยตัวเอง

"เจ้าหญิง... วันนี้ดูสดใสขึ้นนะพะยะค่ะ หรือว่าความตายขององครักษ์ต่ำต้อยนั่นจะทำให้ท่านตาสว่างขึ้นมาบ้าง"

เขาเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางนางขึ้นมา อาลีเซียไม่ได้ปัดป้อง นางกลับส่งยิ้มอ่อนหวานที่ดูว่างเปล่าให้เขา

"ท่านดาดาสกล่าวถูกแล้ว... ข้าพึ่งตระหนักว่าคนตายย่อมไม่มีค่าเท่าคนที่ยังอยู่ ข้าขออภัยที่เคยทำตัวไร้เดียงสาไปบ้าง"

คำพูดนั้นทำให้ดาดาสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามค้นหาความจริงในดวงตาของนาง แต่เห็นเพียงความมืดมนที่น่าหลงใหล ทิศทางของเรื่องเปลี่ยนไปทันที อาลีเซียเลิกเป็นผู้ถูกกระทำ แต่เริ่มสวมบทบาทนักแสดงนำในละครลวงโลกที่นางเกลียดที่สุด

ลึกลงไปในหุบเขาปีศาจพยาบาทที่ซึ่งแสงแดดส่องลงมาได้เพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง วาเลนไทน์ลืมตาขึ้นมาภายใต้เพดานไม้ผุ ๆ ของกระท่อมหลังเล็ก กลิ่นแรกที่เขาได้รับไม่ใช่กลิ่นกุหลาบอันหรูหราของวังหลวง แต่เป็นกลิ่นขมฝาดของสมุนไพรที่ต้มจนเดือดปุด ๆ และกลิ่นไอดินชื้นแฉะ

ความเจ็บปวดที่ไหล่และซี่โครงพุ่งเข้าโจมตีทันทีที่เขาขยับตัว ราวกับมีมังกรไฟกำลังกัดแทะกระดูกของเขาอยู่ เขาพยายามจะชักดาบก้ามปูตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ามือทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าดิบหนาเตอะ

"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้แผลที่ข้าเย็บไว้ปริออกมาจนไส้ไหล"

เสียงนุ่มแต่เด็ดขาดของ เอเลน่า ดังขึ้น นางเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาที่ส่งควันสีม่วงจาง ๆ ออกมา วาเลนไทน์จ้องมองนางด้วยความระแวง สายตาของนักฆ่าที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาทำงานทันที

"เจ้าเป็นใคร... ที่นี่ที่ไหน" เขาเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก

เอเลน่าไม่ได้ตอบในทันที นางวางถ้วยยาลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยรากไม้และโหลแก้วบรรจุแมลงแปลก ๆ

"ที่นี่คือจุดจบของคนมีชื่อเสียง และจุดเริ่มต้นของคนนิรนาม ข้าคือเอเลน่า... คนที่เก็บเศษเนื้อเศษกระดูกของเจ้ามาจากดงหนามใต้หน้าผา" นางหยิบเข็มเงินยาวขึ้นมาลนไฟจนแดงวาบ

"เจ้าชายองครักษ์ผู้สูงส่งตายไปแล้วในหน้าที่ ตอนนี้เหลือเพียง 'ขยะ' ที่ข้าต้องซ่อมแซม เจ้าจะยอมให้ข้าซ่อม หรือจะยอมให้แผลเน่าตายไปเอง"

วาเลนไทน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกตของเอเลน่า เขาเห็นความเมตตาที่ปนไปด้วยความสมเพช ความหยิ่งทนงของเขาถูกสั่นคลอน วาเลนไทน์ตัดสินใจเลือกสิ่งที่เขาไม่เคยทำ คือการ "ฝากชีวิตไว้ในมือผู้อื่น" เขาหลับตาลงและพยักหน้าเบา ๆ ยอมรับเข็มร้อน ๆ ที่ทิ่มแทงลงบนเนื้อเพื่อล้างหนองร้ายออกไป

ในส่วนลึกของครัวปราสาทแบร์นาญอส บรรยากาศเปลี่ยนจากความคึกคักกลายเป็นความหวาดระแวง ทหารของดาดาสเดินตรวจตราทุกซอกมุม น้าปู ลุงเต่า และแม่ปลา ถูกกักบริเวณให้ทำอาหารเฉพาะในเขตที่กำหนด

"ไอ้ปู... ข้าว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยัยเจ้าหญิงตอนนี้กลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้วจริงๆ เหรอวะ"

ลุงเต่ากระซิบขณะที่แสร้งทำเป็นขัดหม้อทองแดงอย่างขยันขันแข็ง

น้าปูชำเลืองมองรอบ ๆ ก่อนจะหยิบ "พริกขี้หนูสวน" ที่ซ่อนอยู่ในรูหูออกมา

"หุ่นเชิดบ้านแกสิ... แกไม่เห็นแววตานางเหรอ นั่นมันแววตาของคนที่กำลังจะจุดไฟเผาวังชัด ๆ" น้าปูพูดพลางแอบส่งกระดาษแผ่นจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในเปลือกพริกให้แม่ปลา

"แม่ปลา... คืนนี้เอาของว่างไปถวายองค์หญิง แอบยัดใส่ไปในลูกชุบนะ บอกนางว่า 'เหล้าขาวในถังยังไม่หมด' นางจะเข้าใจเอง"

ความตลกที่เคยมีกลายเป็นมุกตลกที่แฝงไปด้วยรหัสลับ แม่ปลาเดินก้มหน้าก้มตาถือถาดขนมผ่านทหารยามที่พยายามจะลวนลามนางด้วยคำพูด

"อ้วน ๆ แบบนี้จะเอาขนมไปกินเองหรือเอาไปถวายจ๊ะแม่คุณ" แม่ปลาไม่ได้ด่ากลับเหมือนทุกที นางกลับทำเอียงอายและส่งยิ้มยั่วยวนจนทหารพวกนั้นหัวเราะร่าและปล่อยให้นางผ่านไป

"ความสละสลวยมันกินไม่ได้หรอกจ้ะท่านทหาร... ความเนียนต่างหากที่ช่วยให้รอด"

แม่ปลาพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน เป้าหมายของนางคือการส่ง "สัญญาณแห่งความหวัง" ให้อาลีเซียรู้ว่าพวกเขายังไม่ทอดทิ้ง และวาเลนไทน์อาจจะยังมีโอกาสรอด

ค่ำคืนที่แสนยาวนานมาถึงอีกครั้งที่หุบเขาเร้นลับ เอเลน่านั่งมองเงาของวาเลนไทน์ที่ทอดทับผนังกระท่อมด้วยแสงตะเกียงน้ำมันปลา

"เจ้าแข็งแรงขึ้นเร็วเกินไป... เหมือนร่างกายของเจ้าถูกสร้างมาเพื่อทนต่อความเจ็บปวด"

เอเลน่าเอ่ยพลางยื่นดาบก้ามปูที่บิดเบี้ยวคืนให้เขา วาเลนไทน์รับดาบมาลูบไล้อย่างเบามือ ความสว่างของใบดาบหายไปเหลือเพียงรอยเขม่าดำที่ขัดไม่ออก

"ข้าต้องกลับไป..."

วาเลนไทน์พึมพำ เสียงของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความรักที่อ่อนโยนอีกต่อไป แต่มันคือความแค้นที่ตกผลึกเป็นน้ำแข็ง

"กลับไปในฐานะอะไร กบฏ? หรือศพที่เดินได้" เอเลน่าหัวเราะเบา ๆ

"ดาดาสครองวังไว้หมดแล้ว รูทเป็นพยานเท็จที่มั่นคงที่สุด เจ้ากลับไปตอนนี้ก็เหมือนเอาหัวไปวางบนแท่นประหาร" เอเลน่าเดินไปที่หน้าต่างมองขึ้นไปยังยอดหน้าผาที่มืดมิด

"เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะเป็น 'คนบาป' ที่แท้จริง วาเลนไทน์... คนบาปที่ไม่สนเกียรติยศ ไม่สนวิธีการ สนเพียงแค่ผลลัพธ์ ข้าจะสอนเจ้าใช้ 'มนตราเงาสั่งตาย' วิชาที่อาณาจักรของเจ้าตราหน้าว่าเป็นสิ่งโสโครก เจ้าจะยอมแลกวิญญาณขององครักษ์ผู้ซื่อสัตย์เพื่อเป็นปิศาจผู้ทวงแค้นหรือไม่"

วาเลนไทน์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ แม้แผลจะยังไม่หายดี เขาเดินไปที่หน้าผาแล้วใช้ปลายดาบกรีดลงบนหินผาเป็นรูปดอกกุหลาบที่ถูกดาบเสียบทะลุ

"เกียรติยศมันตายไปพร้อมกับตัวข้าที่หน้าผานั่นแล้ว... เอเลน่า เริ่มบทเรียนของท่านเถอะ ข้าพร้อมจะเป็นปิศาจเพื่อให้นางได้กลับมาเป็นเจ้าหญิงอีกครั้ง"

...อาลีเซียเริ่มเดินหมากในวังด้วยความร้ายกาจที่ซ่อนเงื่อน ส่วนวาเลนไทน์ทิ้งวิถีองครักษ์เข้าสู่สายมืดเพื่อพลังที่เหนือกว่า ทิ้งบทสนทนาที่นอบน้อมไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงคำสัญญาของคนบาปที่จะสั่นสะเทือนบัลลังก์แบร์นาญอสในไม่ช้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel