บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

“หึ...มีแฟนอยู่แล้วแท้ ๆ ยังจะทำตัวน่ารังเกียจ” เสียงแค้นหัวเราะดังออกมาแค่เพียงนิดก่อนจะหมุนตัวเข้าไปทำธุระอย่างที่ตั้งใจ

“หวังว่าฉันจะไม่ได้เจอนายอีก” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ไม่รู้ทำไมภายในใจมันถึงกลับเบาโหวงแปลก ๆ แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอกลับคนคนนั้นอีกแล้ว

“พักผ่อนซะนะส่วนเรื่องเรียนพี่จะแจ้งทางมหา’ลัยเองไม่ต้องห่วง” ชโลทรยื่นมือออกไปลูบหัวน้องชายสุดที่รักอย่างห่วงใยก่อนจะทำท่าเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง เพราะเขาเป็น อัลฟ่า การที่ไม่สามารถเข้าไปในห้องน้องชายได้มันเป็นเรื่องปกติ

“พี่ธร...สัญญาก่อนว่าจะไม่ตามหาเขาคนนั้น” เทียนหยดขอร้องกับพี่ชายด้วยใบหน้าอ้อนวอนเอาความน่าสงสารมาเต็มที่ เขารู้ว่าพี่ธรไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ แน่

“พี่ไม่อยากให้สัญญาในสิ่งที่พี่รู้ว่าทำไม่ได้” ทรูอัลฟ่าพูดออกมาอย่างจริงจังเขาไม่เคยสัญญาอะไรกับน้องชายโดยที่เขาทำไม่ได้ และสิ่งนี้คือสิ่งแรกที่เขาไม่อยากจะสัญญา

“นะครับ...น้องไม่อยากให้พี่มีเรื่องกับเขา” เทียนเองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน

“พักผ่อนเถอะ หายดีเมื่อไหร่แล้วค่อยมาพูดเรื่องนี้กันอีกที” ชโลทรรีบตัดบทก่อนจะเดินลงไปชั้นสองที่เป็นห้องทำงานของเขา จะให้สัญญาได้ยังไงกันจะให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีน้องชายเขาได้ยังไง เขาทำไม่ได้จริง ๆ

พอเข้ามาถึงห้องทำงานก็เห็นอัคคีนั่งทำงานอยู่ก่อนแล้วแถมยังใช้สายตานิ่งเรียบแบบนั้นหันมามองกันอีก โอเคถือว่าเป็นคนคนเดียวที่ไม่ได้เกรงกลัวในความเป็น ทรูอัลฟ่า ของเขาเลยแม้แต่น้อย

“อัค...กูมีเรื่องให้มึงทำ”

“งานเต็มหน้าแล้วครับ ปลีกตัวไปไหนไม่ได้” ชโลทรเหมือนเส้นเลือดตรงขมับมันเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ยินคำปฏิเสธไร้เยื่อใยเช่นนั้น...แต่จะให้เขาเถียงมันตอนนี้ก็คงไม่ได้

“เดี๋ยวกูทำเอง...ตกลงไหม”

อัคคีได้ยินแบบนั้นก็หยุดพิมพ์สรุปรายงานการประชุมวันนี้ เงยหน้าเลิกคิ้วมองนายที่ทุกวันนี้ถ้าไม่บังคับก็แทบไม่จับงานอะไรเลยทำตัวไม่สมกับเป็นอัลฟ่าเหนืออัลฟ่า

“สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอครับ!” อดไม่ได้ที่จะถามเพราะปกติมีแต่โยนงานมาให้เขาทำตลอด

“เป็นเรื่องเทียนสำคัญพอไหม” และสิ่งที่ได้ยินก็ยิ่งรู้เลยว่าครั้งนี้มันคงจะสำคัญจริง ๆ และเขาก็คงจะได้เห็นเจ้านายคนที่ตนเองเลือกมาทำงานด้วยคนนั้นอีกสักครั้ง

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูเหรอครับ”

“มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาทำน้องกู กูอยากรู้มันเป็นใคร”

“ทำ! ทำอะไรครับ”

“ไอ้อัค มึงจะถามอะไรให้มากความ กูสั่งมึงก็แค่ไปทำตามและเรื่องนี้ห้ามให้เทียนรู้เด็ดขาด”

อัคคี มองบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่รักน้องมากกว่าอะไร มากกว่าความสำเร็จจากการวิจัยของพ่อแม่ตนเสียอีก พอเทียนมีปัญหาหรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ชโลทรจะออกโรงปกป้องน้องน้อยคนนี้อย่างเต็มกำลัง

อัคคี ยอมเซฟงานเก็บให้มันเรียบร้อยก่อนขอตัวออกจากห้องทำงานไปทันที ถึงอีกคนจะบอกว่าตัวเองจะทำงานแทน แต่เขาก็ไม่เชื่อหรอกว่านายจะทำ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ชโลทรเขาเป็นแบบนี้เป็นคนไม่เอาการเอางานไม่สนว่าใครจะว่าอย่างไรขอแค่สิ่งเดียว เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นเพียงคุณหนูเทียนเท่านั้นที่สามารถทำให้คนที่คิดจะทิ้งทุกอย่างยังอยู่ตรงนี้ เพื่อรอวันที่น้องชายเพียงคนเดียวของเขาได้มีความสุข ความสุขที่ไม่ใช่แค่เปลือก

และในตอนที่เขาเปิดประตูออกมากลับพบเจอดวงตากลมโตของใครอีกคนยืนรออยู่ตรงด้านหน้าประตู

“คุณหนู”

“พี่ธรให้พี่อัคไปตามหาเขาใช่ไหมครับ” ดวงตากลมโตที่ควรมีแววตาสดใสเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปกลับมีแต่ความเศร้าหมองจนดูน่าสงสารปรากฏให้เห็นตรงหน้า

“คือผม...” อัคคีรู้ว่าเขาเองก็ไม่อาจต้านทานสายตาเศร้าหมองของคนตรงหน้าได้จึงตอบเป็นการพยักหน้าแทน

เทียนหยดเมื่อได้คำตอบก็รู้สึกเครียดจนเผลอกัดริมฝีปากบางของตัวเองจนรู้สึกเจ็บ อัคคีเองก็ไม่รู้ต้องพูดปลอบยังไงเขาไม่ใช่พนาหรือพนัสที่สามารถพูดกล่อมให้ เทียนหยดหายทำหน้าแบบนั้นได้ ถ้าให้เค้าไปพูดคุยเพื่อหาเงินเข้าบริษัทก็ว่าไปอย่าง

“คุณชายเป็นห่วงคุณหนูมากนะครับ”

“เทียนรู้ครับ...เทียนทำให้พี่ธรเดือดร้อนอีกแล้ว”

“ไม่ใช่แบบนั้นเลยนะครับคุณหนู”

“พี่อัคไม่ต้องหลอกคนอย่างเทียนหรอก คนที่ไม่มีใครต้องการแบบเทียนไม่ควรให้ใครมาปกป้องทั้งนั้น”

“คุณหนู...” เขาก็พูดอะไรไม่ได้เพราะที่คุณหนูพูดมามันก็มีความจริงมากกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจว่าใช่และก็คงเป็นความจริงที่เขาสามารถยืนยันได้โดยไม่ต้องปรึกษาใครคือ...

“คุณชายรักหนูจริง ๆ นะครับ คุณหนูอย่าคิดแบบนั้นเลยนะครับ” ถึงจะไม่ค่อยชอบเจ้านายตัวเองในช่วงนี้ แต่ใครจะมาพูดว่านายเขารักน้องชายเพราะความสงสาร เขาจะเป็นคนเถียงสุดใจคนที่แค่ยุงตอมน้องยังโมโหน่ะเหรอ จะแกล้งห่วงใยถ้าไม่ใช่รักจริง ๆ เปรียบเป็นพวก บาร์คอน ได้เลยทีเดียว

เทียนส่ายหน้าใช้มือปาดน้ำตา ถึงร่างกายจะอ่อนเพลียแค่ไหนเขาก็ยังอยากจะคุยกับพี่ชายให้รู้เรื่อง

“ถ้าเรื่องที่ผมได้รับมอบหมายมามันทำให้หนูรู้สึกไม่ดี...เอาแบบนี้ได้ไหมครับถ้าผมได้ข้อมูลมาแล้วผมจะเอามาให้คุณหนูก่อน”

“ไม่ต้องหรอกครับเทียนรู้จักเขา เทียนแค่ไม่อยากเป็นตัวปัญหาของพี่ธร เทียนกลัวว่าพี่ธรจะทำอะไรร้ายแรงลงไป เพราะถ้าเป็นแบบนั้นฝั่งนั้นก็คงไม่ปล่อยเราไว้แน่”

เขารู้จักที่บ้านของทิวาดีรู้ทุกอย่างของผู้ชายคนนั้นและมันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้าฝั่งนั้นจะเอาเรื่องกลับ เขาเป็นคนถูกกระทำแต่เขาก็เป็นคนขอเองทิวาไม่ผิดเลย

“แต่ถ้าผมไม่จัดการคุณชายอาจจะทำเองนะครับ ยิ่งรู้แบบนี้เทียนหยดยิ่งคิดอะไรไม่ออก คงต้องบอกเองกับตัวและขอร้องพี่ชายอีกสักครั้ง

“เทียนจะเข้าไปบอกพี่ธรเอง” พูดจบก็ทำหน้าขอทาง อัคคี เองถึงจะไม่เห็นด้วยแต่ถ้าลองคำนวณดูแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับที่เขาไปสืบเองหากข้อมูลไม่พอค่อยไปหาเสริมเอาทีหลัง พอคิดได้แบบนั้นก็หลบทางให้เทียนหยดเข้าไปหานายตนที่ตอนนี้กำลังตั้งใจทำงานอย่างปากว่าจริง ๆ

“อะไรจะเกิดมันก็คงต้องเกิดสินะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel