บทที่ 10 งานประมูล (ตอนปลาย)
ใช้เวลาเตรียมตัวไม่นานนักริงซี่และรัสเทมในชุดสูทหรูหราก็ขึ้นรถไปยังสถานที่จัดประมูลวัตถุโบราณกันทันที ผู้ติดตามของพวกเธอนั่งอยู่ในรถคันที่สอง งานจัดอยู่ภายในเขตที่ 77 ซึ่งไม่ได้อยู่ในเขตปกครองของรัสเทมอีกเช่นเคย
เมื่อมาถึงภายในงานเจ้าของสถานที่ก็ออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี ด้วยความที่ชื่อเสียงด้านการสะสมวัตถุโบราณของรัสเทมไม่ได้น้อยหน้าอำนาจและความสามารถของเขาเลย อีกทั้งครั้งนี้เขายังพาคุณชายมาอีกด้วย การได้ใกล้ชิดว่าที่ผู้นำของบาเรสเทียร์รุ่นต่อไปเป็นเรื่องที่น่ายินดี
“กระผมจัดห้องพิเศษไว้ให้ท่านแล้วครับท่านบาเรสเทียร์” ชายคนนั้นเอ่ยอย่างนอบน้อม “แขกของท่านเองก็มาแล้วเช่นกันครับ”
“แขก?” ริงซี่มีสีหน้างุนงงหันไปจ้องหน้ารัสเทมอย่างจับผิด
'ไหนว่าแค่มาดูวัตถุโบราณไง ทำไมมีแขก... ระ... หรือว่า...!'
“อะแฮ่ม! หนีไม่ทันแล้วลูกรัก พวกนายจับตัวริงซี่ไว้!” คิดยังไม่ทันจบดีรัสเทมก็ให้คนหิ้วแขนซ้ายขวาของริงซี่ไว้เรียบร้อยแล้ว สอง ฝาแฝดที่เดินตามหลังมาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งสายตาละห้อยอย่างสงสารเห็นใจมาให้
หน้าตาแบบนั้น... แสดงว่าพวกเขารู้มาก่อนแล้วใช่ไหม?
ทำไมไม่เตือนเธอกันบ้าง!
“ท่านพ่อ... นี่เป็นการดูตัวใช่ไหม” ริงซี่เค้นเสียงถามในที่สุดหลังจากขึ้นลิฟท์มาแล้ว
“ก็มาดูวัตถุโบราณด้วยแหละน่า” รัสเทมตอบพลางไหวไหล่
“แล้วอันไหนจริงจังกว่ากัน”
“แน่นอนว่าดูตัว แค่ก ๆ ดูวัตถุโบราณสิฟะ ฉันรึออกจะเป็นคนจริงจังเป็นการเป็นงานนะ”
“เรอะ!” ริงซี่ถลึงตาใส่อย่างดุดัน ตลอดชีวิตที่รู้จักกันมาความจริงจังของรัสเทมที่มีเวลาอยู่กับเธอมันลดต่ำลงเรื่อย ๆ จนแทบจะเป็นศูนย์แล้ว อีกหน่อยคงติดลบ
เมื่อเข้ามาถึงห้องรับรอง บอดี้การ์ดก็ปล่อยริงซี่ให้เดินเองอย่างสง่างาม ริงซี่จัดสูทของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตามรัสเทมไปด้วย สีหน้าที่สงบนิ่ง ดวงตาสีน้ำเงินสอดส่องไปในห้องเพื่อดูว่าใครมาเป็นคู่ดูตัวของเธอ...
ที่สำคัญคือเพศอะไรกันนะ?
ผู้ที่อยู่ในห้องเป็นชายที่ดูสูงวัยกว่ารัสเทมคนหนึ่งและหญิงสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ริงซี่คิ้วกระตุกถี่ ๆ หันไปถลึงตาใส่รัสเทมเป็นเชิงถามไถ่ แต่เธอกลับไม่ได้รับคำตอบใด ๆ
“สวัสดีครับท่านรัสเทม คุณชายริซูเลเนท” ชายสูงวัยคนนั้นลุกขึ้นยืนเอ่ยทักทายอย่างสุภาพและเป็นมิตร หญิงสาวข้าง ๆ ก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวลงทักทายอย่างสุภาพอ่อนหวาน ใบหน้าน่ารักนั้นยิ้มแย้มงดงาม ทำให้ภายในห้องรู้สึกเหมือนมีดอกไม้โปรยไปทั่ว
'เดี๋ยว ๆ เมื่อกี้เรียกใครว่าคุณชาย... นี่สับสนเพศของฉันกันอยู่หรือเปล่า?'
ริงซี่ทั้งคิ้วและมุมปากกระตุกไปพร้อมกัน อยากจะเอ่ยแย้งแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากรัสเทมก็ชิงพูดไปก่อนแล้ว
“สวัสดีคุณสกาย มาเร็วจังนะครับ” รัสเทมเอ่ยทักทายตอบ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองหญิงสาวข้าง ๆ “หนูเชลลี่ก็ยังน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเคยเลยนะ”
“ไม่หรอกค่ะท่านรัสเทม” เชลลี่ตอบกลับอย่างเอียงอาย
“น่ารักจริง ๆ นะ ใช่ไหมริซูเลเนท” รัสเทมหันมาถามลูกสาวพลางเหยียบขยี้ปลายเท้าของเธอให้พูดออกมาอย่างที่เขาตั้งใจ
“อะ... อืม ใช่ น่ารักมาก” ริงซี่พูดพลางพยักหน้ารับแม้จะเจ็บจากการถูกเหยียบเท้าโดยรัสเทม แต่ใบหน้าหล่อเหลาก็ยังแย้มยิ้มดูดี รอยยิ้มนี้ทำให้ใบหน้าของหญิงสาวถึงกับแดงระเรื่อเลยทีเดียว
“ขะ... ขอบคุณค่ะคุณชาย” เชลลี่ตอบเสียงนุ่มหวาน รอยยิ้มของริงซี่ห่อเหี่ยวลงกับคำเรียกนั่นก่อนจะพยายามแก้ความเข้าใจผิดอีกหน
“เอ่อ โทษทีนะ ฉันไม่ใช่...”
“อะแฮ่ม พวกเราไปนั่งที่กันก่อนดีไหม อีกสักพักจะเริ่มมีการประมูลแล้ว” รัสเทมเอ่ยขัด ริงซี่หันไปมองเขาอย่างขุ่นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคนที่เหลือพูดเห็นด้วยไปแล้ว เธอเลยต้องจำใจเดินตามพวกเขาไปนั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ห้องที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นห้องกว้างที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ภายในห้องมีเพียงโต๊ะกระจกและโซฟาที่นั่งก็เป็นเบาะนุ่ม อย่างดีเท่านั้น ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกโปร่งที่สามารถมองเห็นโถงด้านล่างอย่างชัดเจน ซึ่งมันไม่ได้มีห้องเดียวที่เป็นห้องกระจกแบบนี้ แต่มีอีกหลายห้องในแต่ละชั้น ล้อมโถงกว้างเป็นวงกลม
โถงด้านล่างเป็นที่จัดแสดงสินค้าที่จะเอามาประมูล มันไม่ได้มีเพียงวัตถุโบราณเท่านั้น แต่รวมไปถึงวัตถุดิบหายากมากมายและโครงการต่าง ๆ ที่มีความน่าสนใจและสามารถทำเงินได้สูงอีกด้วย หอประมูลในทวีปกลางนั้นจัดเป็นหอประมูลอันดับหนึ่งของโลกเลยทีเดียว
ริงซี่ไม่ได้สนใจคนอื่นเท่าไรนัก เธอเปิดแท็บเล็ตภายในห้องเพื่อดูสินค้าที่จะมีประมูลในวันนี้ มีหลายอย่างที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือซากกระบี่เก่าผุพังที่แค่เห็นก็ทำให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างประหลาดแล้ว
ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเจอฝาแฝดครั้งแรกไม่มีผิด แต่เธอก็ปล่อยผ่านมันไปโดยไม่คิดจะใส่ใจนัก เพราะความรู้สึกนี้เบาบางกว่าครั้งแรกมากนัก
“คุณชายสนใจกระบี่เก่าหรือคะ” เชลลี่ที่ถูกเลือกให้มานั่งที่โซฟาเดียวกับริงซี่ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเธอนั้นจ้องภาพกระบี่เก่านี้เป็นพิเศษ
“อืม มันน่าสนใจดีน่ะ ถึงจะดูผุพังไปจนใช้การไม่ได้ก็เถอะนะ”
กระบี่ที่ริงซี่ดูมันขึ้นสนิมไปหลายส่วน รอยบิ่นก็มากและไม่เหลือความคมแล้ว ต่อให้เอาไปลับใหม่ก็ยังใช้การไม่ได้อยู่ดี แต่ด้ามจับนั้นสวยงาม เป็นลวดลายของเมฆและดวงดาวที่สลักอย่างประณีตควรค่าแก่การสะสมจริง ๆ
“ฉันเคยอ่านประวัติมันมาบ้างค่ะ เอ... รู้สึกจะถูกเรียกว่า 'ศัสตราอสูร' ล่ะมั้งคะ มันเป็นกระบี่เก่าที่ว่ากันว่าวิญญาณของกระบี่มันจะเลือกเจ้าของด้วยตัวเอง หากเป็นเจ้าของที่ถูกใจเมื่อจับต้องมันก็จะกลับมาเป็นอาวุธที่รูปลักษณ์ดีมาก ๆ และมีพลังยอดเยี่ยม ฟังดูเหลือเชื่อมากเลย นะคะ แต่ประวัติที่ฟังเหมือนเทพนิยายอย่างนี้ไม่น่าเชื่อถือเลยจริง ๆ”
“อา นั่นสินะ” ริงซี่ตอบรับไปตามน้ำก่อนจะเลื่อนไปมองสิ่งอื่นเพื่อเบี่ยงความสนใจแทน เพราะประวัติอาวุธฟังดูน่าขนลุกไม่น้อยเลย
ถึงในโลกใบนี้มีสิ่งน่าเหลือเชื่ออยู่จริง ๆ แถมวัตถุโบราณที่จะเอามาประมูลวันนี้ก็มีพลังเหลือเชื่ออย่างนั้นอยู่เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีอาวุธแบบนั้นอยู่จริง อาวุธที่มีวิญญาณเป็นของตนเอง อาวุธที่แปรสภาพได้เมื่อเจอเจ้าของที่คู่ควรกับมัน... ถ้ามันมีจริงมันก็ต้องเป็นอาวุธผีสิงที่มีออพชั่นผีหลอกติดมาด้วยแน่ ไม่น่าใช่อาวุธที่ใช้ต่อสู้ทรงพลังแล้วล่ะ
อาวุธหลอน ๆ แบบนั้นใครอยากได้ก็เชิญเลย เธอไม่คิดจะแย่งแน่นอน
“คุณชายสนใจอย่างอื่นอีกไหมคะ?” เชลลี่ยังคงหาเรื่องคุย ริงซี่ปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วยกยิ้มแล้วกล่าวกับเธอเบา ๆ
“นี่เชลลี่ เลิกเรียกคุณชายได้แล้วล่ะ”
“ไม่ชอบให้เรียกคุณชายเหรอคะ?”
“อืม ไม่ชอบ และไม่เหมาะที่จะเรียกคุณชายด้วย”
“ทำไมล่ะคะ คุณเป็นถึงลูกชายของท่านรัสเทม...”
“เดี๋ยว ๆ ใครเป็นลูกชาย ฉันเป็นผู้หญิงนะเชลลี่” ริงซี่เอ่ยแย้ง หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องหน้าเธออย่างจริงจังและแววตามีความไม่เชื่อ
“จะเป็นไปได้ยังไงคะก็คุณน่ะ... ดูยังไงก็ผู้ชายแท้ ๆ”
“ฉันเป็นผู้หญิง ถึงภายนอกจะเป็นอย่างนี้แต่ก็ผู้หญิงแท้ ๆ นะ”
“แต่คนอื่นก็เรียกคุณชายนี่คะ”
“ฉันก็เคยบอกพวกเขาไปหลายครั้งแล้วเหมือนกันว่าให้เลิกเรียกคุณชาย แต่เหมือนจะไม่มีใครฟังเลยน่ะสิ” ริงซี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างจนใจ “ทั้งบอกปัดทั้งปฏิเสธก็ยังไม่มีใครเปลี่ยนคำเรียกสักที ฉันก็จนปัญญาจะพูดมากอีก... แต่นี่ถึงขนาดเข้าใจกันผิด ๆ ไปหมดว่าเป็นผู้ชาย ฉันก็ลำบากใจนะ”
“งั้นที่มาดูตัวนี้...”
“ถูกหลอกมาดูตัวแล้วล่ะ ทั้งเธอและฉันเลย”
อันที่จริงจะบอกว่าเชลลี่ถูกหลอกมาดูตัวก็ไม่ได้ เพราะเธอเข้าใจผิดตั้งแต่แรกว่าริซูเลเนทเป็นผู้ชาย ด้วยกิตติศัพท์ที่เล่าลือว่าหล่อมากจนกลบเพศที่แท้จริงไปหมด รวมทั้งความสามารถก็ดีพร้อมเลยเต็มใจมาด้วยตนเอง ส่วนริงซี่นี่ถูกหลอกของจริง คิดว่าแค่มาดูวัตถุโบราณเฉย ๆ ที่ไหนได้เป็นแผนซ้อนแผนนี่เอง
แต่ทำไมถึงได้เลือกผู้หญิงมาดูตัวล่ะ นี่ท่านพ่อสับสนเพศของลูกสาวตัวเองจริง ๆ ใช่ไหม!?
เชลลี่นั้นมีใบหน้าซีดเผือดไปหลังจากรู้ความจริง แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้และยอมรับมัน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถึงจะเป็นผู้หญิงฉันก็รับได้ เพราะฉันชอบคุณค่ะ”
“...”
ถึงแม่เจ้าประคุณรับได้แต่ริงซี่รับไม่ได้น่ะสิ
แม้ว่าเธอจะหน้าตาหล่อและรวยมาก แต่เธอก็ชอบผู้ชายนะ โอเค๊?
ริงซี่ไม่รู้จะบอกกับเชลลี่ยังไงดีจึงทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ ตอบไปเท่านั้น โชคดีที่ด้านล่างโฆษกสาวออกมาประกาศเรียกความสนใจแล้ว ทำให้พวกเธอหันลงไปมองข้างล่าง
การประมูลสินค้าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
การประมูลก็ดูเข้มข้นดีแต่ไม่ได้ทำให้ริงซี่รู้สึกสนุกสนานเท่าไรนัก เพราะเคยเข้าร่วมประมูลหลายครั้ง ความสนุกของการประมูลที่ได้รับคือการกดดันคู่ต่อสู้และปิดประมูลในสิ่งของที่อยากได้ด้วยราคาที่เหมาะสม แต่ในวันนี้เธอไม่น่าจะได้ออกโรงไปสู้กับใคร เลยรู้สึกเบื่อหน่าย
“ชิ้นต่อไปเป็นกระบี่เก่าแล้วนะคะคุณชาย” เชลลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สะกิด เธอเห็นริงซี่เงียบไปนานเลยหาเรื่องชวนคุยอีกครั้ง โดยใช้สิ่งที่ริงซี่สนใจเป็นการเปิดประเด็น
“อื้ม เห็นแล้วล่ะ” ริงซี่ยิ้มตอบแล้วหันไปมองกระบี่ที่เพิ่งถูกนำเข้ามาภายในโถง แค่เห็นเพียงแวบแรกก็รู้สึกสั่นสะท้าน ราวกับถูกไฟฟ้าช็อตจนชาไปทั้งตัว แต่เพียงพริบตาเดียวก็หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างงุนงง
'ความรู้สึกเมื่อกี้มันอะไรกัน?'
“มีอะไรเหรอลูกพี่” ดีนที่จับสังเกตท่าทางแปลกประหลาดของริงซี่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ รัสเทมที่ได้ยินก็หันมาเลิกคิ้วมองลูกสาว
“เป็นอะไรน่ะ หรืออยากเข้าห้องน้ำ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” ริงซี่มองค้อน ไม่ได้ดื่มอะไรเข้าไปจะอยากเข้าห้องน้ำได้ไง “กำลังสงสัยเรื่องกระบี่นั่นอยู่น่ะ ดูในรูปแล้วไม่รู้สึกอะไรเท่าไร... แต่พอดูของจริงแล้ว... แปลก ๆ”
“แปลกยังไง... อ๊ะ!” พอดีนหันมองไปที่กระบี่เล่มนั้นก็เกิด ปฏิกิริยาแปลกยิ่งกว่าริงซี่หลายเท่า ท่าทางช็อกค้างตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดอย่างฉับพลัน ลมหายใจติดขัดครู่หนึ่งก็ล้มลง ทำให้ริงซี่ตกใจรีบเข้าไปคว้าตัวไว้ก่อนจะล้มกระแทกพื้น
“ดีน! เป็นอะไรไปน่ะ!” ริงซี่ตบหน้าอีกฝ่ายเรียกสติแต่ท่าทางเหมือนเขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาง่าย ๆ ใบหน้าที่ซีดนั้นดูทรมานเป็นอย่างยิ่ง พอเงยหน้าไปมองเด็น เด็กหนุ่มก็มีอาการเดียวกับพี่ชายฝาแฝด ร่างสูงล้มลงไปกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ย! พวกนี้เป็นอะไรกัน” รัสเทมเองก็ตกใจ ไม่คาดคิดว่าอยู่ดี ๆ ผู้ติดตามของริงซี่จะเป็นลมล้มพับไปเสียอย่างนั้น
“ท่านพ่อ ริงซี่พาพวกเขาไปโรงพยาบาลก่อนนะ” ริงซี่พูดอย่างร้อนรน ผู้ติดตามทั้งสองคนของเธอไม่เคยมีอาการอย่างนี้มาก่อน ปกติพวกเขาแข็งแรงมากไม่เคยเป็นแม้แต่ไข้หวัด แต่ครั้งนี้อาการน่าเป็นห่วงจริง ๆ
รัสเทมพยักหน้ารับ เรียกบอดี้การ์ดให้มาช่วยริงซี่พาคนของเธอลงไปที่รถด้านล่าง ก่อนจะไปริงซี่มองที่กระบี่เก่านั่นแวบหนึ่งอย่างคลางแคลงใจก่อนจะตัดสินใจเอ่ยกับรัสเทม
“นี่ท่านพ่อ ซื้อกระบี่เล่มนั้นให้ทีสิ”
“หา?” รัสเทมหันมองลูกสาวอย่างงุนงง
“ริงซี่จะเอากระบี่นั่น ซื้อให้ที” ริงซี่ตอบอย่างชัดเจน และไม่คิดจะรอฟังคำตอบของรัสเทมหมุนกายเดินออกจากห้องไป “แล้วเจอกันที่บ้านนะ”
“อืม” เสียงตอบรับดังจากรัสเทมที่หายตกใจแล้ว ในเมื่อลูกสาวอยากได้รัสเทมก็ไม่ปฏิเสธ กลับไปนั่งประมูลกระบี่เล่มนั้นให้ไม่ว่าจะราคาเท่าไรเขาก็ทุ่มเต็มที่
กระบี่เล่มนั้นมีอะไรพิเศษอยู่แน่ ๆ พลังที่แผ่ออกมาก็แตกต่างจากวัตถุโบราณทั่วไปอย่างมาก แถมยังทำปฏิกิริยารุนแรงกับคนของเธออีก รวมไปถึงเธอเองก็มีผลเล็กน้อยด้วย ไม่ว่ายังไงเธอจะต้องได้มันไปศึกษา
ส่วนงานดูตัวครั้งนี้... ก็ล่มไม่เป็นท่า...
