บทที่ 4 ตอน Confess Love 4
"โอเค งั้นพวกฉันไปนอนล่ะ เลิกค้นหาได้! ไอ้ชาร์ติดต่อกลับมาแล้ว"
ไคชัวร์ขานรับพลางตะโกนบอกคนรับใช้ทุกคนให้วางมือแล้วพากันเข้านอน เขาเองก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้ ตอนนี้มารอดูกันว่าคนในอ้อมกอดจะตื่นเมื่อไหร่ เสียงของแฝดพี่ดังขนาดนั้นน่าจะตื่นได้แล้วนะ
"อือ" อีกฝ่ายขยับตัวหนีไปอีกทางเพราะรำคาญเสียงตั้งแต่แรกแล้ว มิน่าล่ะ! ก็ว่าทำไมถึงไม่มีอะไรมาอยู่ใกล้ๆ มือหนาสะกิดคนที่หนีไปทางอื่นหวังให้ตื่นและมือขาวก็มาปัดออกจนเขาทนไม่ไหวกระชากมาทั้งตัวในคราวเดียว ถ้าทำแบบนี้ล่ะก็...ไม่ตื่นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
"จินฮันจะมาทำแบบนี้กับเราไม่ได้นะ เรายังง่วงอยู่" เสียงทุ้มนุ่มตอบกลับมาทั้งๆ ที่ยังไม่ลืมตา แปลว่าคิดว่าเขาเป็นพี่ของตนเองหรือเปล่านะ
"ผมไม่ใช่คนที่คุณรู้จักนะครับ ที่รัก"
"ปล่อยได้แล้ว อึดอัด" ไม่พูดเปล่ายังออกแรงดันอีกฝ่ายให้ขยับไปไกลๆ แต่เหมือนอีกคนไม่ยอมทำตามแถมยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมเสียอีก
"ไม่ครับ พวกเรามาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน" ไคชาร์ตอบพลางดึงใบหน้าหวานให้หันมาตรงกัน
"อยู่ไกลๆ ก็ได้ยิน ไม่ต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้หรอก"
"ทำไมครับ ผมไม่กัดนะ"
"เป็นเด็กเป็นเล็ก หัดล้อเลียนผู้ใหญ่เหรอ" การพูดแบบนี้ทำให้ใครต่อใครต้องเถียงกลับแน่นอน แต่ไคชาร์ส่งยิ้มเป็นคำตอบแทน
"ผมจะแนะนำตัวนะครับ ไคชาร์ กำลังจะเข้าเรียนวิศวะกรรมศาสตร์ปี 1 เป็นคนไต้หวันแต่มาเรียนที่เกาหลี แล้วพี่ล่ะครับ" ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าอายุเท่าไหร่แต่เรียกพี่ไว้ก่อน รู้สึกอยากมีคนอายุมากกว่าแต่น่ารักใกล้ๆ แบบนี้มานานแล้ว
"ไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้มั้ง หายใจไม่ออก" แล้วอีกฝ่ายก็คลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย ขอย้ำว่าเล็กน้อยเท่านั้นเพราะมันแทบจะไม่ได้ห่างกันเลยสักนิดเดียว
จุ๊บ!
"มาหอมทำไมเนี่ย ตัวเหม็นไม่รู้หรือไง"
"ก็หอมดีนะครับ ยังไม่รู้สึกเลยว่าเหม็น"
"นายนี่มัน...กวนประสาทจริงๆ "
"ผมว่าพี่แนะนำตัวมาดีกว่าครับ อยากรู้ชื่อของที่รักของผมจะแย่แล้ว"
ตั้งแต่เขาตื่นนอนมาเด็กคนนี้เรียกเขาว่าที่รักน่าจะเกินสองครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้นเพราะไม่ได้นับไว้ เมื่อคืนร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะอกหักแล้วไหงวันนี้มาทำตัวร่าเริงสดใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ไวขนาดนี้ มันน่าสงสัยจริงๆ หรือว่าพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกกันแน่นะ มือขาวลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะแนะนำตัวเอง
"ฉันชื่อ จินฮวน เป็นลูกชายเจ้าของรีสอร์ทที่นายมาพัก อยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 2 ถ้าเปิดเทอมนี้ไป อายุมากกว่า 1 ปี" หลังจากแนะนำตัวแล้วก็ยังคงลูบหัวต่อไปเรื่อยๆ จนทำให้ไคชาร์เกิดความสงสัยว่าทำแบบนี้ทำไม
"เป็นไปไม่ได้ว่านายจะลืมผู้หญิงคนนั้นแล้ว ถ้าเศร้าร้องไห้ออกมาอีกก็ได้ ฉันอนุญาตให้ใช้ไหล่ซับน้ำตา"
เมื่อมีอะไรไปพังทลายกำแพงของคนที่อายุน้อยกว่าลงมาก ใบหน้าที่เคยร่าเริงสดใสตอนเช้าไม่มีอีกแล้ว มีเพียงคราบน้ำตาที่ไหลเป็นทางจากความเสียใจที่เกาะกินมาจากเมื่อคืนยังไม่จางหาย ความรู้สึกที่ผูกพันธ์มานานขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะหายภายในเวลาไม่กี่วัน ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นนอกจากการได้รับการปลอบโยนจากคนที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานเท่านั้น มันช่างอบอุ่นเหลือเกินในเวลานี้ พ่อแม่เขายุ่งจนไม่มีเวลามาหา พี่สาวของเขาที่ทำหน้าที่สานต่อหลักเพราะเป็นลูกคนโตเหนื่อยยิ่งกว่าหลายเท่า
"ไปหาอะไรกินกันเถอะ เดี๋ยวเลี้ยงเอง" ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าทั้งที่น้ำตายังคงไหลอยู่ หน้าผากของอีกฝ่ายขยับมาใกล้กันพลางไถไปมาเพื่อปลอบโยนก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขารู้ตัวว่าจะไม่ได้กลับห้องตัวเองเลยสั่งให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้ผ่านช่องประตูสอดของเล็ก เมื่อเดินมาหน้าประตูก็เห็นกล่องเสื้อผ้าที่พร้อมจะเปลี่ยนใหม่ได้ทั้งหมด
