ตอนที่ 5 ข้าคืออดีตจอมมาร ที่เห่อลูกเป็นอย่างมาก (1)
ตอนที่ 5
ข้าคืออดีตจอมมาร ที่เห่อลูกเป็นอย่างมาก
กิสเซลล่า : ลูกชายข้าทำไมถึงได้เป็นเด็กที่น่ารักน่าชังขนาดนี้นะ จะหาเด็กที่ดีกว่าลูกชายข้าคนนี้คงไม่มีอีกแล้ว !
บูชเชอร์ : เดี๋ยว... ตกลงเด็กคนนี้เป็นลูกเจ้าหรือลูกเพื่อนกันแน่ ?
กิสเซลล่า : ลูกของเพื่อนที่ข้ารักเหมือนลูกแท้ ๆ ยังไงล่ะขอรับ !
บูชเชอร์ : เจ้าพ่อเก๊ติดลูกเอ๊ย !
++++++++++++++++++++++++++++++++
“มิเกลล่า มาทางนี้เร็วลูก”
“แอ้ !”
เสียงร้องขานรับของทารกน้อยยามเมื่อได้ชื่อเรียกไพเราะดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา กำลังคลานเข่าเข้าไปหากิสเซลล่าอย่างว่าง่าย สร้างความเอ็นดูให้กับอดีตจอมมารให้ยิ้มกว้างออกมา แล้วตบมือแปะ ๆ ให้กำลังใจทารกน้อยที่คลานมากอดขาของตนสำเร็จเงยหน้ากลมขึ้นมองอย่างน่ารักให้กิสเซลล่าเม้มปากแน่นด้วยความปลื้มปริ่มใจ
“มิเกลล่าเก่งมาก ! ลูกชายข้าทำไมถึงได้ฉลาดแบบนี้นะ !” จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องคว้าทารกน้อยมากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว ทารกน้อยเองก็ยิ้มร่าออกมาอย่างน่ารักเมื่อได้รับคำชมก็ส่งเสียงร้องอ้อแอ้ออดอ้อนให้กิสเซลล่ายิ่งหลงรักในตัวเด็กคนนี้ยิ่งกว่าเดิม
โอ้ ! สวรรค์ทำไมถึงส่งมิเกลล่ามาเกิดเป็นลูกคนร้ายกาจอย่างซาราสะกัน ไม่ยุติธรรมกับพ่อหนูของเขาเลยสักนิด !
กิสเซลล่ารู้สึกโกรธแทนเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสาถูกมารดาแท้ ๆ ทิ้งให้อยู่กับตาแก่แปลกหน้าเช่นเขา แม้จะมีเหตุผลที่ดีในการฝากลูกไว้กับเขา แต่การที่ซาราสะไม่ติดต่อกลับมาเลยเป็นสัปดาห์จนทำให้เขาต้องเป็นห่วงเลยพยายามติดต่อกลับไปถามไถ่ กลับได้รับคำตอบที่ทำให้อดีตจอมมารรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก !
‘ข้ากำลังยุ่ง’
คำตอบสั้น ๆ พร้อมกับที่ซาราสะสลายกระจกวารีทิ้งโดยไม่รอฟังเสียงเอื้อนเอ่ยขอให้เพื่อนผู้กล้าหันมามอง หรือพูดคุยกับลูกของตนสักเล็กน้อยก็ยังดี ความเฉยชาที่หญิงสาวผู้เป็นเพื่อนได้แสดงออกมาทำให้กิสเซลล่าหัวร้อนจนถึงกับประกาศกับเด็กน้อยอย่างเผลอตัวไป
“มิเกลช่างแม่เจ้าแล้ว ! นางจะกลับหรือไม่ก็ปล่อยไปเลย ต่อไปนี้ข้าจะเลี้ยงเจ้าในฐานะลูกเอง !”
“แอ้ !” ทารกน้อยชูแขนป้อมขึ้นคล้ายจะตอบตกลง ดวงตากระจ่างใสที่จ้องมองอย่างชอบอกชอบใจทำให้อดีตจอมมารก้มหน้าลงฟัดกับร่างนุ่มนิ่มอีกครั้งจนมิเกลล่าส่งเสียงหัวเราะออกมา
...ลูกชายคนนี้น่ารักที่สุดจริง ๆ !...
“กิสลี่สารภาพมาเสียเถอะ ความจริงแล้วเด็กนั่นไม่ใช่ลูกของเพื่อน แต่เป็นลูกของเจ้าใช่ไหม”
“ไม่ใช่ขอรับ”
กิสเซลล่าตอบปฏิเสธเพื่อนชาวมนุษย์ในทันทีทันใดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันมายิ้มอ่อนโยนให้ทารกน้อยที่ส่งเสียงร้องให้กิสเซลล่าป้อนแอปเปิ้ลบดละเอียดคำต่อไปอย่างหิวโหย ซึ่งกิสเซล่าก็รีบป้อนให้ ดูแลพะเน้าพะนอเอาใจมากเสียจนบูชเชอร์ทำหน้าเชื่อคำตอบนั้นไม่ลง
“ว่าแต่ท่านบูชเชอร์ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับข้ารึเปล่าขอรับ” กิสเซลล่าถามกลับไปด้วยความสงสัย เพราะเขตที่อยู่ของเขาค่อนข้างห่างไกลตัวเมืองมามากโข อีกทั้งการเดินทางค่อนข้างลำบากทำให้บูชเชอร์ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนกิสเซลล่าเท่าไหร่ พ่อค้าหนุ่มจะมาหาแต่ละครั้งจึงต้องเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เท่านั้น
เมื่อถูกทักเข้าประเด็นสีหน้าของบูชเชอร์ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังในทันที ก่อนที่พ่อค้าหนุ่มจะเปิดประโยคที่ทำให้กิสเซลล่าชะงักมือที่กำลังป้อนให้มิเกลล่าไปชั่วขณะ
“กิสลี่ ไม่คิดจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองเหรอ...”
“ข้า... ยังไม่คิดว่าตัวเองจะไปในเร็ว ๆ นี้ขอรับ” กิสเซลล่าตอบปฏิเสธอย่างไม่จริงจังนัก แต่ในความเป็นจริงอดีตจอมมารไม่เคยมีความคิดจะเข้าไปอยู่ในตัวเมืองของพวกมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
“ถ้าเจ้าอยู่ตัวคนเดียวข้าคงไม่ถาม แต่เห็นว่าเจ้ามีลูกแล้ว”
“ไม่ใช่ลูกข้าขอขอรับ”
“เอ่อ ๆ นั่นแหละ ไม่คิดบ้างเหรอว่าอยู่ที่นี่มันไม่เหมาะสมเท่าไหร่”
“ไม่เหมาะสม ? อย่างไรหรือขอรับ ?” กิสเซลล่าเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“อย่าบอกนะว่าเจ้าจะเลี้ยงเด็กคนนั้น กลางป่าเขาแบบนี้จนโต ?”
“...” กิสเซลล่าถึงกับพูดไม่ออก อดีตจอมมารเกือบจะตอบว่าใช่ แต่พอเห็นแววตาดุดันที่ถลึงใส่อย่างรู้ทันในคำตอบ กิสเซลล่าจึงจำต้องหุบปากฉับลง และฟังที่บูชเชอร์พูดต่อ
“กิสลี่ฟังข้านะ เจ้าเคยบอกว่าต้องเลี้ยงเด็กคนนั้นโดยไม่รู้ว่าพ่อแม่เด็กจะมารับกลับเมื่อไหร่ แสดงว่าแม่เด็กน่ะหลอกทิ้งลูกตัวเองให้เจ้าเลี้ยงโดยสมบูรณ์แล้ว !”
“เอ่อ... คือว่า...” กิสเซลล่าพูดไม่ออก ใจนึกก็อยากแย้งว่าประเดี๋ยวซาราสะก็กลับมารับลูกของตนกลับไป แต่เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันก็จริงที่ซาราสะไม่บอกเวลาที่แน่นอนจริง ๆ ด้วย ติดต่อครั้งก่อนก็ดูจะติดพันยุ่งยากบางอย่าง ประกอบกับนิสัยของนางเองก็เอาแน่เอานอนไม่ได้จนอดีตจอมมารก็เริ่มรู้สึกว่ามีโอกาสที่ซาราสะจะไม่มารับมิเกลล่ากลับสูงเหลือเกิน
“ตอนนี้เจ้าก็ไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ในฐานะพ่อเด็กเจ้าต้องคิดถึงอนาคตของเด็กคนนั้นได้แล้ว ทั้งเรื่องสังคมความเป็นอยู่ การศึกษา และอนาคตความมั่นคงในชีวิตของลูกเจ้าล้วนต้องได้รับการวางแผนแต่เนิ่น ๆ จะให้เด็กมาจมปลักอยู่ในป่าไร้แก่นสารแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”
...เพื่ออนาคตของมิเกลล่างั้นเหรอ ?...
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเลี้ยงเด็กคนหนึ่งจะมีเรื่องยุ่งยากมากมาย...”
อดีตจอมมารพูดเสียงสั่น ด้วยความลนลานเมื่อได้ยินถึงสิ่งที่ต้องเตรียมมากมาย ไม่ใช่เพียงการดูแลความเป็นอยู่สุขสบายของทารกน้อยไปวัน ๆ คนที่ไม่ได้คิดแผนระยะยาวก็ถึงขั้นไปไม่ถูก
“ข้าเข้าใจเจ้านะ ถูกยัดเยียดตำแหน่งคุณพ่อมาให้โดยไม่รู้ตัวก็แบบนี้แหละ” บูชเชอร์พยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจในความลำบากใจของกิสเซลล่าเป็นอย่างดี
“ว่าแต่ทำไมท่านบูชเชอร์ถึงรู้ดีเสียจริงล่ะขอรับ” กิสเซลล่าหรี่ตาถามอย่างจับผิดในตัวเพื่อนมนุษย์ที่จู่ ๆ ก็วางท่าเป็นผู้มีประสบการณ์ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุ 18 ที่ยังไม่มีลูกเมียให้ต้องคิดแผนอนาคตเสียหน่อย
“ข้าก็แค่นึกถึงสิ่งที่พ่อข้าเคยทำไว้ให้ ” บูชเชอร์ตอบกลับด้วยเสียงนิ่ง ก่อนที่ใบหน้านั้นจะฉายแววเศร้าออกมา “ตาแก่น่ะวางแผนให้ข้าทำนู่นทำนี่เต็มไปหมด จนข้ารู้สึกเบื่อหน่ายรำคาญกับชีวิตที่โดนบังคับเลยทำตัวต่อต้าน พยศต่าง ๆ นา ๆ ต่อให้โดนดุด่า ข้าก็แค่หนีออกมาใช้ชีวิตไร้สาระตามใจตัวเอง...”
“จนเมื่อข้าเสียพ่อไป ข้าถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เขาเคี่ยวเข็ญ ทั้งหมดก็เพื่อตัวข้าทั้งนั้น”
“...”
กิสเซลล่ามองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำมือตัวเองแน่น ความรู้สึกผิดที่ยังติดค้างในใจของบูชเชอร์ทำให้ชายหนุ่มที่เคยเสเพลไปเรื่อยเปลี่ยนไปเป็นคนละคน กิสเซลล่าอยู่ที่นี่มาพักหนึ่งได้เห็นบูชเชอร์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มคึกคะนอง เอาแต่ใจกลายมาเป็นคนจริงจังเอาการเอางาน และหน้าเงินสุด ๆ กิสเซลล่าก็คิดว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนไปในทางดีมาก
“ขอบคุณมากที่เป็นห่วงนะขอรับ ข้าจะนำสิ่งที่ท่านแนะนำกลับไปคิดอีกทีขอรับ” กิสเซลล่ายิ้มรับในความหวังดีของเพื่อนมนุษย์ด้วยความยินดี แต่เมื่อเขาพูดเช่นนี้ออกไปกลับทำให้พ่อค้าหนุ่มหน้าแดง ถลึงตามองด้วยความโมโหเสียอย่างนั้น
“ที่มาเตือนเพราะข้าเป็นห่วงเด็กคนนั้นต่างหาก ! ไอ้กล้ามอย่างเจ้าใครมันจะไปห่วงกัน !”
กิสเซลล่ากระพริบตาปริบ ๆ มองเพื่อนมนุษยที่จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นชี้หน้าเขาโวยวายออกมาเสียงดังลั่นให้กิสเซลล่างงงวยว่าเขาทำอะไรผิดตรงไหน แค่ขอบคุณแล้วต้องโดนโกรธด้วย ?
หลังหมดธุระบูชเชอร์ก็ขอตัวกลับทันทีโดยไม่วายจะเอ่ยสันทับว่า ‘ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกล่ะ’ กับกิสเซลล่าก่อนกลับไป และเมื่อแขกที่นาน ๆ ครั้งจะมากลับไป อดีตจอมมารก้มหน้ามองใบหน้าอ่อนใสที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาไร้เดียงสาที่มองกลับมาอย่างไม่รู้ความ
ความรู้สึกซับซ้อนที่ทำให้อดีตจอมมารต้องเริ่มครุ่นคิดกับตนเองอย่างจริงจังถึงสาเหตุทำให้ตัวเองมาอยู่ที่นี่อย่างจริงจัง เขามาที่นี่เพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่เพราะมีตัวแปรที่เข้ามากะทันหันทำให้ดูเหมือนว่าแผนการชีวิตเดิมของกิสเซลล่าจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว
หากเข้าไปในเมืองการจะอยู่เงียบเชียบเพียงผู้เดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ และหากโชคไม่ดีเรื่องเผ่าพันธุ์ที่แท้จริงของเขาหลุดออกไปเขาอาจจะถูกขับไล่ออกด้วยความรังเกียจ มิตรภาพจากเพื่อนมนุษย์เดียวก็อาจจะสูญสลายไป ถือว่าเส้นทางนี้ค่อนข้างเสี่ยงเกินไป...
แต่มิเกลลล่าเป็นลูกมนุษย์ถึงจะมีเลือดครึ่งหนึ่งของเผ่าเทพแต่หากให้เลือกอยู่ในสังคมไหน กิสเซลล่าขอเลือกอย่างไม่ลังเลให้มิเกลล่าเติบโตในสังคมของเหล่ามนุษย์
“มิเกลล่า” อดีตจอมมารอุ้มร่างเบาดั่งปุยนุ่นขึ้นมา ดวงตาคมที่แสนดุดันมองทารกน้อยอย่างอ่อนโยนเมื่อเขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะดำเนินชีวิตของตนต่อไปอย่างไร
“มิเกลล่าข้าสัญญาว่าจะดูแลเจ้าอย่างดีที่สุด”
กิสเซลล่าจะจับมือประคองเด็กคนนี้จนกว่ามิเกลล่าจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง และยืนหยัดได้ด้วยตนเอง จนกว่าจะถึงวันที่เด็กคนนี้ไม่ต้องการเขาอีกต่อไป...
