ตอนที่3 โดนตอกกลับ
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ ในเมื่อฉันขึ้นมาขอโทษคุณแล้ว มันก็น่าจะจบไม่ใช่เหรอคะ”
“…..”
“อ๋อ คุณคงเป็นประเภทชอบใช้อำนาจข่มขู่คนไม่มีทางสู้แบบนั้นหรือเปล่าคะ ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว คุณจะอะไรนักหนาคะ”
“เธอบอกว่าเธอเปลี่ยนใจไม่อยากทำงานที่นี่ ฉันเองก็เปลี่ยนใจไม่อยากให้ป้าเธอทำงานที่นี่เหมือนกัน แล้วมันแปลกตรงไหน”
“งั้นคุณจะเอายังไงกันแน่คะ”
เสียงหวานสั่นเครือ แต่ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นกลับแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ถึงจะเป็นผู้หญิงอ่อนแอ แต่เธอก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
“คุณบอกมาเลยดีกว่า ว่าที่จริงแล้วคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่ จะให้ฉันไปทำงานแผนกไหน ในเมื่อฝ่ายบุคคลบอกว่าไม่มีแผนกว่าง เป็นเด็กเสิร์ฟคุณก็บอกว่าไม่เหมาะกับฉัน คุณมันชอบดูถูกคนอื่น”
ธันเดอร์หัวเราะในลำคอทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงท้าทายของเธอ
“หึ ปากเก่งใช่ได้เลยนะเธอเนี่ย”คนตัวสูงยกขาขึ้นไขว้ห้าง สายตาลามเลียร่างกายของเธออีกครั้ง อย่างไม่คิดปิดบัง
“ถ้าให้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟคงไม่เข้ากับเธอหรอก แผนกนั้นเขาเน้นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดี แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย เธอแต่งแบบนั้นได้หรือเปล่าล่ะ ถ้าได้ ฉันจะยอมให้เธอทำ”
“แล้วตกลงจะเอายังไงคะ”คนตัวเล็กถามเสียงแข็ง พูดตรงไปตรงมาอย่างไม่เกรงกลัว ถึงภายในใจเธอจะเต้นรัวสักแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันแสดงออกมาให้เขารู้
เขายกคิ้วขึ้น แกล้งทำเป็นครุ่นคิด ก่อนใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะทำงาน ประสานไปกับเสียงหัวใจของเธอที่กระหน่ำเต้นแรงขึ้นด้วยความโกรธ กับท่าทางกวน ๆ ของเขา
“ฉันจะให้เธอเป็นพนักงานส่วนตัวของฉัน”
ดวงตากลมโตเธอเบิกกว้าง อย่างไม่เชื่อหูว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
"ไหนคุณบอกว่าไม่ได้คิดอะไรแบบนี้ไงคะ แล้วที่พูดมาหมายความว่ายังไง"
เขายกยิ้มมุมปาก ริมฝีปากขยับเอ่ยออกมาช้า ๆ เจตนาจะกวนให้อารมณ์ของเธอให้เดือดพล่านมากกว่านี้
“ส่วนตัวที่ว่าก็คือไม่ว่าฉันจะใช้ให้เธอทำอะไร เธอก็ต้องทำ หน้าที่หลักคือทำความสะอาดห้องทำงาน ห้องนอนส่วนตัวของฉัน ช่วยฉันเคลียร์เอกสารบัญชี”
ห้องทั้งห้องเงียบลงในพริบตา รวมถึงหัวใจของเธอที่เริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังคิดมากไปเองอีกแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะ”เสียงหวานราบเรียบเอ่ยออกมา“ถ้านั่นคืองานทั้งหมดที่ต้องทำ ฉันทำได้ค่ะ”
รอยยิ้มของเขาชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นเธอไม่โวยวายและตอบตกลงออกมาง่าย ๆ แบบนี้
“ตกลงเธอทำใช่หรือเปล่า”เขาเลิกคิ้วถามเธอเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจ้องมองใบหน้าขาวใสของเธอ
ฮานะก้มหน้าลงทันที เมื่อเห็นแววตาคมของเขามองมา เพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าของเธอที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบเขาสั้น ๆ
“ตราบใดที่มันไม่เกินขอบเขตของคำว่างาน ฉันทำได้ค่ะ”
คนตัวสูงหัวเราะเบา ๆ อย่างถูกใจ ทว่าดวงตากลับกดลึกลงมาอย่างหมายมาด
“ดี งั้นพรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย ว่าแต่เธอชื่ออะไรนะ”
"ฮานะค่ะ"
"ชื่อเหมือนนางเอกหนังเอวี"
ฮานะอ้าปากเหวอเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะปากเสียไม่ใช่น้อย เขาพูดเปรียบเทียบเธอแบบนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ติดว่าในห้องนี้คือถิ่นของเขา เธออยากจะถอดรองเท้าปาหน้าเขาจริง ๆ
"ทำไม? ฉันพูดผิดตรงไหน"
"ถ้าฉันเปรียบเทียบชื่อคุณบ้าง คุณจะรู้สึกยังไง คุณกำลังบูลลี่ชื่อฉันอยู่ รู้หรือเปล่าคะ"
"ฉันชื่อธันเดอร์ ไหนลองเปรียบเทียบมาสิว่าชื่อฉันเหมือนอะไร"
ขายาวขยับเข้ามายืนใกล้เธอ มันใกล้มากจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจกัน คราวนี้เธอไม่กล้าขยับถอยหนี เพราะกลัวจะล้มลงไปเจ็บซ้ำอีกครั้ง เลยต้องยืนขาแข็งเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิดอยู่แบบนั้น
"ชื่อเหมือนหมาที่คนแถวบ้านฉันเลี้ยงเลยค่ะ"
"นี่เธอ!!!"
ธันเดอร์เผลอจับข้อมือเล็กของเธอด้วยความแรง จนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บทันที
"ปล่อยนะ ไหนคุณท้าให้ฉันเปรียบเทียบชื่อคุณไงคะ เป็นไงล่ะคุณก็โกรธเหมือนกัน ที่นี้เข้าใจความรู้สึกของฉันหรือยัง"
"แล้วนางเอกเอวีมันไม่ดีตรงไหน มันก็เป็นอาชีพหนึ่ง"
"งั้นแล้วหมามันไม่ดีตรงไหนคะ มันก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมันเหมือนกัน คนบางคนยังซื่อสัตย์ได้ไม่เท่าหมาเลยค่ะ"
เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ภายในใจจะหวาดหวั่น มั่นใจเต็มที่ว่าตัวเองไม่ผิด ในเมื่อเขาท้าให้เธอเปรียบเทียบชื่อของเขาเอง เธอก็จัดให้เขาสมใจแล้ว จะมาโทษเธอได้ยังไง
"ดูเหมือนฉันจะประเมินเธอต่ำไป เอาล่ะออกไปได้แล้ว เสร็จธุระของเธอแล้ว"
ธันเดอร์โบกมือไล่ให้เธอออกจากห้อง รู้สึกเสียหน้าที่โดนตอกกลับขนาดนี้
ฮานะก้มศีรษะเล็กน้อยเหมือนเป็นการปิดบทสนทนา แล้วหมุนตัวเดินไปทางประตู มือเธอสั่นน้อย ๆ ขณะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู แต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่น ระงับความกลัวของตัวเองที่เธอพยายามกดเอาไว้
เขายืนมองอยู่ตรงนั้น สายตาคมยังติดตามทุกฝีก้าวของเธอ จนกระทั่งเธอเดินออกจากห้องไป
ฮานะรีบเดินไปหาป้าเจนทันทีที่เธอเดินลงมาถึงชั้นล่าง ป้าของเธอยังคงยืนรออยู่ที่หน้าห้องทำงานของฝ่ายบุคคล ด้วยท่าทีร้อนใจ
"เป็นไงบ้าง คุณธันว่ายังไง"
"ไม่มีอะไรแล้วค่ะ พรุ่งนี้หนูต้องมาทำงานที่นี่ค่ะ คุณธันให้หนูทำความสะอาดห้องทำงานกับห้องพักส่วนตัวของเขาที่ชั้นสาม กับช่วยเขาทำงานเอกสารนิดหน่อยค่ะ"
"จริงเหรอ"
ฮานะพยักหน้ายืนยัน เจนจิราก็ถอนหายใจออกมาทันทีด้วยความโล่งอก เธอคิดว่าตัวเองจะต้องตกงานในวัยเกือบหกสิบเสียแล้ว
"งั้นหนูกลับบ้านก่อนนะคะ"
"ไปเถอะ"
คนตัวเล็กเดินมารอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่เยื้องจากผับไปไม่ไกล ขนาดยังไม่ทันได้ทำงาน เธอก็รู้สึกเหนื่อยใจขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง ดูเหมือนธันเดอร์เจ้าของผับจะเป็นคนผูกใจเจ็บเธออยู่ไม่น้อย เขาต้องกำลังคิดหาทางเอาคืนเธอที่กล้าไปเปรียบเทียบชื่อเขาเป็นหมาข้างบ้านเธอแบบนั้น
ความรู้สึกตอนนั้นเธอเองก็กลัวเขาอยู่เหมือนกัน เพราะถึงแม้จะไม่ใช่คนยอมคนง่าย ๆ ดีมาดีกลับ ร้ายมาร้ายกลับ แต่ตอนนั้นเธออยู่กับเขาในห้องทำงานของเขาสองต่อสอง หน้าห้องก็มีลูกน้องของเขาอีก หากเขาคิดจะทำอะไรเธอจริง ๆ เขาคงทำได้สบายอยู่แล้ว เป็นไปได้ว่าหากเธอไม่ยั่วโมโหเขาตั้งแต่แรกที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาชวนเธอขึ้นห้องเพราะคิดจะทำเรื่องบางอย่างกับเธอ ทั้งที่เขาคงแค่อยากช่วยให้เธอได้ทำงาน เขาอาจจะเป็นคนดีคนหนึ่งเลยก็ได้
