ตอนที่2 แกล้งให้เธอหัวร้อน
ฮานะมองตามหลังคนตัวสูงไปด้วยความโมโหในใจ ก่อนจะถูกคนเป็นป้ายกมือขึ้นตีที่แขนเล็กของเธอเบา ๆ หลายครั้ง
“ทำไงล่ะทีนี้ ป้าก็ตกงานไปด้วยเลยเห็นไหม”
“ทางที่ดีพี่ว่าน้องน่าจะขึ้นไปขอโทษคุณธันนะ จากที่พี่ทำงานกับเขามา เขาไม่ได้คิดอะไรแบบที่น้องคิดหรอกค่ะ คงแค่อยากช่วยหางานให้น้องทำ”แตงกวาเอ่ยออกไป เธอเองก็สงสารเด็กสาวรุ่นน้อง หากคนเป็นป้าต้องโดนไล่ออกจริง ๆ ทั้งที่ปกติถึงธันเดอร์จะเป็นคนเข้มงวดขนาดไหน ก็ไม่เคยไล่ใครออกเพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวเองแบบนี้
“แต่ฉัน….”
“แค่นี้เราก็ลำบากกันจะตายแล้ว วัยอย่างป้าถ้าต้องไปหางานทำใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเขารับอีกหรือเปล่า”เจนจิราแสดงสีหน้าทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะความลำบากตอนนี้ ถึงได้ให้หลานสาวคนเดียวอย่างฮานะที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม ต้องมาหางานพาร์ทไทม์ทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระที่กำลังถาโถมเข้ามาอย่างหนัก
ฮานะทำสีหน้าลังเลทันทีหรือว่าเธอจะมองผู้ชายคนนั้นในแง่ร้ายจริง ๆ ยิ่งถูกสายตากดดันจากทั้งป้าและก็หัวหน้าฝ่ายบุคคล เธอก็ยิ่งคิดหนัก
“ก็ได้ ฉันไปขอโทษเขาก็ได้ค่ะ”
“ดีแล้วลูก เราพูดไม่เพราะกับผู้ใหญ่ ทำแบบนี้ถูกต้องที่สุด”
“ว่าแต่ห้องเขาอยู่ที่ไหนคะ”
“เรียกว่าคุณธัน เหมือนที่พี่เรียก เดินขึ้นไปชั้นสามนะ แล้วก็ตรงไปจะเป็นห้องทำงานที่มีคนสนิทของคุณธันคนเมื่อกี้ยืนอยู่หน้าห้อง ที่สำคัญเคาะประตูก่อนเข้าไปนะ”
ฮานะพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะสงสารป้าที่ต้องลำบากไปหางานใหม่ทำ เธอคงไม่มีวันขึ้นไปขอโทษคนแบบนั้นแน่นอน เธอเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าสายตาของเขามันไม่ปกติ เขาเอาแต่มองสำรวจร่างกายเธอ ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบใจการกระทำของเขา ยิ่งเขาพูดคำนั้นออกมาเธอยิ่งไม่พอใจ
ถึงจะลำบากแค่ไหน เธอก็ไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้นแน่นอน ขนาดว่าตอนนี้ชีวิตของเธอเข้าขั้นวิกฤติทางด้านการเงินอย่างหนัก เงินประกันที่พ่อทิ้งไว้ให้เกลี้ยงหมดบัญชี เพราะเธอต้องใช้เงินจำนวนนั้นส่งเสียตัวเองเรียนมาตลอดจนถึงปีสาม ลำพังป้าแค่รับเธอมาเลี้ยงก็นับว่าเป็นบุญของเธอแล้ว คงไม่กล้ารบกวนให้ท่านส่งเสียเธอเรียนต่ออีก
ในชีวิตนี้เธอเหลือแค่ป้าเจน ที่เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของพ่อแค่คนเดียวแล้ว คนเป็นแม่เป็นใคร ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ เธออาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ กับพ่อเพียงสองคน พ่อไม่เคยเอ่ยถึงคนเป็นแม่ให้เธอได้ยิน เธอเองก็ไม่คิดจะถามเพราะอยู่กับพ่อ เธอก็มีความสุขดีทุกอย่าง ไม่ได้รู้สึกว่าขาดเหลืออะไรในชีวิต
จนกระทั่งช่วงเธอเรียนระดับประถม ความเสียใจและความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตเธอก็เกิดขึ้น คือพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะยังเด็กมาก แต่เธอยังคงจำความรู้สึกเจ็บปวดตอนนั้นได้จนถึงทุกวันนี้ ป้าเจนเป็นคนรับเธอมาอยู่ด้วยกัน เพราะป้าไม่มีสามี ไม่มีลูก เธอเลยอาศัยอยู่กับป้ามาตลอด และใช้เงินประกันชีวิตที่ได้จากที่ทำงานของพ่อที่ท่านทิ้งไว้ให้ ในการดำรงชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้บางครั้งป้าเจนจะดุด่าเธอไปบ้าง แต่เธอก็รู้ว่าป้าเจนคือคนที่รักและหวังดีกับเธอจริง ๆ
“อะ เอ่อคือ…คุณธันอยู่ในห้องนี้หรือเปล่าคะ”
ฮานะเดินขึ้นมาถึงชั้นสามของผับ เห็นผู้ชายที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของเขา เธอก็เลยเอ่ยถามออกไปเพื่อความแน่ใจ บวกกับตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา
“ครับ คุณธันทำงานอยู่ในห้องนี้”
ผู้ชายคนนั้นเป็นคนเคาะประตูให้เธอ ก่อนเธอจะได้ยินเสียงตอบกลับมาจากด้านในว่าให้เปิดประตูเข้าไปได้ เขาก็ใจดีเป็นคนเปิดประตูให้เธอเดินเข้าไปข้างใน
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร แวบแรกที่เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนนั้น มุมปากหนาก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจ ที่เห็นเธอยอมเดินขึ้นมาถึงบนห้องทำงานของเขา
“มีอะไร?”
“คือฉันจะมาขอโทษคุณค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะคิดแบบนั้น แต่เพราะคำพูดของคุณมันชวนให้ฉันคิดและเข้าใจผิดค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ”
ธันเดอร์นิ่งฟังคำขอโทษปนเหน็บแนมของเธอ แล้วก็รู้สึกไม่รื่นหูเลยสักนิด ผู้หญิงคนนี้กล้ามากกว่าที่เขาคิด เขามองไม่ผิดว่าเธอมีอะไรบางอย่างน่าค้นหาจริง ๆ ถึงจะทำเป็นอ่อน แต่ก็ไม่ได้อ่อนให้เสียทั้งหมด น้ำเสียงและคำพูดยังคงมีแววดื้อรั้นอยู่ในที
“เธอคิดว่าฉันจะให้เธอขึ้นมาทำอะไรในห้องทำงานของฉัน”
ฮานะหน้าแดงก่ำ เอามือทั้งสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้า เขาถามแบบนี้เธอจะกล้าตอบออกไปตรง ๆ ได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้เขาจ้องหน้าเธอตาเขม็งขนาดนี้
“ตอบมาสิ ฉันถึงจะรับคำขอโทษของเธอ”
“ก็อะไรที่ต้องทำในที่ลับตาคนค่ะ”เธอกลั้นใจตอบคำถามเขาไปทันที พลางก้มหน้าลงหลบสายตาคมของเขา ธันเดอร์หัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอแกร่ง เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เธอ จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก จะบอกว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“เธอนี่ตลกดีเหมือนกันนะ คิดว่าฉันจะมีอารมณ์กับผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกเหรอว่ะ หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่า”
คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ทว่าเพราะเขาก้มหน้าลงมาพอดี ทำให้จมูกของเธอเฉียดกับปลายจมูกโด่งของเขา จนเธอที่พยายามถอยหลังเพราะตกใจ เสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นห้องทำงานของเขาทันที
“โอ้ยยย!!”
ฮานะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บตรงสะโพกที่กระแทกกับพื้นปูนแข็ง ๆ แต่ทว่าธันเดอร์ก็ไม่คิดใจดีช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นสักนิด เขากลับยืนมองเธอพลางยิ้มเยาะให้เธอเจ็บใจ
“อยากให้ฉันช่วยหรือเปล่า?”
“ไม่ต้องค่ะ ถ้าไม่อยากช่วยตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องช่วย แค่นี้ฉันลุกขึ้นเองได้ค่ะ”
เธอพยายามใช้มือค้ำยันตัวเองขึ้นมาจากพื้น ถึงจะเป็นไปด้วยความลำบาก แต่เธอก็สามารถลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับเขาได้สำเร็จ
“ที่บอกว่าทำงานได้ทุกอย่าง หมายความเธอจะไม่เกี่ยงใช่หรือเปล่า ไม่ว่าฉันจะให้เธอทำอะไร”
“ฉันไม่เกี่ยงค่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ไม่สมควรทำ แต่ฉันเปลี่ยนใจ ไม่อยากทำงานที่นี่แล้วค่ะ ที่ขึ้นมาก็แค่ต้องการขอโทษคุณเรื่องที่เข้าใจคุณผิดแค่นั้นค่ะ”
“…..”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
คนตัวเล็กเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินออกจากห้องทำงานของเขา ทว่าเสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นทำให้เท้าเล็กชะงักทันที
“ถ้าเธอไม่อยากทำที่นี่ ก็แปลว่าป้าเธอคงไม่อยากทำด้วยเหมือนกันใช่ไหม”
“เกี่ยวอะไรกับป้าเจนคะ ในเมื่อฉันขึ้นมาขอโทษคุณตามที่คุณต้องการแล้ว มันก็หมายความว่าคุณต้องให้ป้าเจนทำงานที่นี่ต่อสิคะ”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว แค่ขอโทษอย่างเดียวมันไม่พอ”
คนตัวสูงหันหลังเดินกลับไปนั่งประจำที่โต๊ะทำงาน พลางมีรอยยิ้มเยาะผุดขึ้นมาบนริมฝีปากหนา เขาทำทีเป็นสนใจกองเอกสารตรงหน้า ทิ้งให้เธอยืนหัวร้อน พ่นลมหายใจออกมา ระงับอาการโมโหของตัวเอง
