Ep 6 อย่ามายุ่งกับคนของกู
เช้าวันต่อมา
ทุกคนที่ต่างมาทำงานกันตามปกติแต่เหมือนว่าจะมีคนคนนึงที่ไม่ค่อยปกติ คนตัวเล็กที่ตกใจจากเหตุการณ์เมื่อคืน เธอยังคงหน้าซีดไม่หาย และเธอก็รู้สึกกลัวกับคนตัวโตนั่น
ก็จู่ ๆ เขาก็มาทำแบบนี้กับเธอ เป็นใครจะไม่กลัวไปได้ ต่อให้หล่อรวยแต่ร้ายแบบนี้เจ้าตัวก็หวั่น ใจหนึ่งก็อยากจะแย้งกับความรู้สึกของตัวเอง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
“เฌอปรางค์ ได้ยินว่าเมื่อคืนนี้หายไปกับคุณอีวาน แหมร้ายไม่เบานะเนี่ย?” พลอยใสหนึ่งในเพื่อนร่วมงานเอ่ยขึ้น เพราะตอนนั้นเธอก็อยู่ในเหตุการณ์พอดี ช่วงที่ทุกคนตามหาเธอ
“มาทำงานยังไม่ทันไร กะจะรวยทางลัดเป็นมาดามสายตรงซะละ!”
ก่อนที่ลิลลี่จะพุ่งตัวมาใส่ไอ้คนที่ว่าเพื่อนของเธอนี่ ก่อนที่แพทตี้จะมาห้ามไว้ สามสาว พลอยใส ลิลลี่ แพทตี้ ที่มีเรื่องกัน จนมันไปเข้าหูผู้บริหารเข้า
“พวกหล่อนตบตีกันทำไม?” ไรอันถามเลขาสาวส่วนตัวของเขาเมื่อรู้เรื่องขึ้น
“ก็มีคนว่าเฌอปรางค์ไปกับคุณอีวาน และคงจะหวังรวยทางลัดประมาณนี้ค่ะ” คนที่รู้มาแบบนั้นก็รายงานเขาไปตามตรง ส่วนคนตัวโตที่พยายามสงบสติอารมณ์ไว้ ก่อนไล่ให้เลขาสาวออกจากห้องมาให้ไว
“บอกอีวานมาพบฉันด่วน!” เขาที่โทรไปหาเจ้าเพื่อนตัวดีนั่น แต่มันดันไม่รับสายเสียนี่
ก็แหงล่ะ อีวานคงโกรธที่จู่ ๆ เขาก็ไปทำกับผู้หญิงไร้ทางสู้เช่นนี้ แต่ใครว่าเขาจะทิ้งเธอไว้กลางทางเปลี่ยวนั่นจริง ๆ หละ แค่เจ้าอีวานมันดันไปรับเจ้าหล่อนเสียก่อน
ก๊อก ๆ แม้ว่าจะไม่รับสาย แต่อีวานก็มา เขารู้ว่าไอ้เพื่อนตัวโตนี่มันต้องอยากเจอเขา
“มีอะไร?” อีวานกล่าวเสียงเรียบนิ่งแต่ทว่าจริงจัง ก่อนที่คนตัวโตนั่นจะโพล่งขึ้นอย่างคนโกรธ แต่พยายามเก็บอาการไว้
“มึงยังไง?” ไรอันพูด
“กูอะไร?” น้ำเสียงของอีวานก็เอาเรื่องเหมือนกัน ครั้งนี้เขาดูไม่ยอม ก็ไม่รู้ว่าเพราะโมโหไอ้ยักษ์นี่ที่มันทำผิดยังไม่รู้ตัว หรือลึก ๆ แล้วเขาแอบห่วงคนตัวเล็กนั่น
“อย่ามายุ่งกับคนของกู” ไรอันพูดจาหยาบคายจนอีกคนทนฟังเสียไม่ได้
“แล้วมึงทำกับคนของมึงแบบนี้เนี่ยนะ!”
ก๊อก ๆ
“คุณไรอันคะ น้องเฌอปรางค์มาถึงแล้วค่ะ” ทันทีที่เลขาสาวกล่าวรายงานผู้เป็นนาย เพราะเขาเรียกหาเธอ ช่างมาได้เวลาพอดีนะ
เพื่อนซี้ที่มองตากันอย่างคนเอาเรื่อง และไม่มีใครยอมใคร ก็ได้หยุดลง เมื่อคนร่างน้อย ที่วันนี้ดูเธอหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดมาหยุดลงตรงหน้า
เธอมองสายตาไปมา เหมือนจะถามอะไร แต่แล้วสายตาที่เจ้าหล่อนมองคนตัวโตนั้นเธอก็ได้ฉายแววเจ็บปวดที่เผลอส่งไปมองเขา ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ แล้วหันไปมองยังเพื่อนอีกคนด้านข้าง
บรรยากาศมันช่างดูอึดอัดพิลึก ก่อนที่คนตัวน้อยจะเอ่ยพูดก่อน
“เอ่อ งั้นเดี๋ยวปรางมาพบบอสใหม่นะคะ?”
“ไม่ต้อง!!” คนตัวสูงที่ตอบเสียงแข็ง
“ไหนแกบอกมีงานไง” เขาลอบมองมายังอีวานเพื่อเป็นการบอกเพื่อนเป็นกรายๆ ว่าควรจะออกไปได้แล้ว แต่สายตาของทางนั้นก็จ้องมาอย่างเอาเรื่อง ว่าห้ามหาเรื่องหรือทำอะไรเธอ ก่อนที่ผู้เป็นเพื่อนจะยอมถอยและเดินออกไป
ปัง!! ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ครั้งนี้มีแค่เขาและเธอ อยู่ในห้องกันสองคน
ติ๊ด….
เขาหยิบรีโมทมากดล็อคประตู เฌอปรางค์ที่เห็นดังนั้นก็นิ่งอึ้ง ตัวแข็งทื่อ นี่เขาคิดจะทำอะไรกับเธออีก เรื่องเมื่อคืนเธอก็กลัวมากพออยู่แล้ว แล้วทำไม!!
“คุณจะทำอะไรคะ?”
“ก็ไม่ได้ทำอะไร!!” ทำไม? กลัวงั้นหรอ? “
“ค่ะ ปรางกลัว!” เธอตอบเขาอย่างตรงมาตรงไป
“จะกลัวทำไม ผมก็ไม่ใช่ยักษ์ใช่มารซะหน่อย คิดจะเป็นเด็กไอ้อีวาน มันก้าวกระโดดได้ช้า” ก่อนที่เขาจะเดินก้าวเข้ามาเธอเรื่อย ๆ จนเธอเดินถอยไปชนกำแพงนั่น
“คิดจะเอาเต้าไต่ งั้นก็มาไต่ให้ถูกที่ ให้ถูกคนไม่ดีกว่าหรอ” มือใหญ่หนาที่ยกดันกำแพงทั้งสองข้าง เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กได้ขยับต่อ
สายตาคนตัวเล็กที่ระริกไหวสั่น แววตาที่ยังรื้นด้วยน้ำใส ๆ แต่ทว่าเธอกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา
“ทำไมคะ? ทำไมกัน ปรางไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจอย่างนั้นหรอคะ?”
ฟื้ดดดด ……
เขาสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะเอามือใหญ่หนามาบีบปากเล็กอย่างสาแก่ใจ
“อื่อ อือ” (ปล่อยปราง) เธอเจ็บจนตอนนี้ไม่สามารถกลั้นเก็บน้ำตาไว้ได้ น้ำใส ๆ ที่ค่อย ๆ ไหลอาบแก้มก็ไหลลงมาโดนมือหนาของเขา ก่อนที่เขาจะปล่อยหน้าเธอออกอย่างแรง และมือที่น้ำตาของหล่อนเปื้อนนั่น เขาก็หยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดน้ำตาของเธอที่เปื้อนมือตัวเองออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะเสยาะยิ้มมุมปาก
ถ้าหากพูดถึงเรื่องความดีหรือความแค้น เรื่องมันยาว แม่คุณหนูไฮโซตกอับ
“เฌอปรางค์ พรพิวัฒนาพิมล” จู่ ๆ เขาก็เอ่ยชื่อเต็มของเธอพร้อมทั้งกดเสียงต่ำอย่างน่ากลัว
“คุณพูดอะไร?!”
“คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง?”
คนตัวโตไม่พูดหนำซ้ำยังมองเธอด้วยหางตา เขาเกลียด เกลียดเธอ ใช่ เขาพยายามบอกกับตัวเองว่า คนนี้คือคนที่เขาเกลียด ไม่ว่าจะเคยผ่านเรื่องอะไรมา เธอและครอบครัวต้องทำให้ชีวิตของคน ๆ หนึ่งต้องตายไป ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไร มันย่อมไม่คุ้มกับความสูญเสีย
“รู้ไปแล้วจะแก้ไขอะไรได้ หึ นอกจากการชดใช้ ฉันยังว่ามันไม่คุ้มกันเลย” เขาพูดเสียงเข้มดุทำเอาอีกคนกลัว
