ตอนที่ 6 จอมบงการและคำสั่งห้าม
บรรยากาศภายในคฤหาสน์เดชาวรินทร์ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเย็นวันนั้น เมื่อเกริกพลได้รับรายงานจากลูกน้องคนสนิทว่าพบเห็น ‘ชายแปลกหน้า’ ที่มีรอยสักเต็มตัววนเวียนอยู่ใกล้เขตมหาวิทยาลัยที่เอยเรียนอยู่ และยังเป็นคนเดียวกับที่เคยมีเรื่องชกต่อยกับลูกชายท่านนักการเมืองคนดังเมื่อไม่กี่วันก่อน
“เอย... พ่อถามลูกตรงๆ นะ” เกริกพลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปัง สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองบุตรสาวที่นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟา “ไอ้เด็กนักเลงที่ชื่อ ‘อัคคี’ หรือที่ใครๆ เรียกมันว่า ‘เพลิง’ นั่น... ลูกรู้จักมันใช่ไหม?”
เอยรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง เธอจะตอบว่าไม่รู้จักได้อย่างไรในเมื่อเมื่อเช้านี้เขายังมาดักรอเธอหน้าคณะ และคำพูดที่ว่า ‘กูจะเผากรงแก้วมึงให้วอด’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
“เอย... ตอบพ่อมา!” ผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ข่าวลือเรื่องที่มันตามราวีลูกหนาหูมาก พ่อกับแม่รับไม่ได้นะเอย ถ้าเอยจะเอาตัวไปคลุกคลีกับพวกขยะสังคมแบบนั้น พ่อจะสั่งห้ามเอยไปเรียนที่นั่น หรือไม่ก็อาจจะต้องส่งเอยไปเรียนต่อต่างประเทศทันที!”
“คุณพ่อคะ! เอยไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ!” เอยตัดสินใจรวบรวมความกล้าเงยหน้าสู้สายตา แม้ในใจจะสั่นไหวอย่างรุนแรง “พี่เขา... เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ใครพูดสักหน่อย”
“ยังจะเข้าข้างมันอีก!” เกริกพลตวาดลั่นจนเอยสะดุ้งสุดตัว “คนพรรค์นั้นน่ะเหรอที่ลูกจะเข้าข้าง? ประวัติมันเน่าเฟะ ทั้งยาเสพติด ทั้งคดีฆาตกรรม ถึงตอนนี้จะหลุดคดีมาได้เพราะมีเงิน แต่มันก็คือนักเลงหัวไม้ไร้หัวนอนปลายเท้า! อย่าให้พ่อต้องใช้วิธีรุนแรงจัดการกับมันเลย เอย... พ่อสั่งห้ามลูกติดต่อกับมันเด็ดขาด!”
คำสั่งห้ามที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนเส้นใหม่ทำให้เอยน้ำตาคลอ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงตัดสินคนจากเพียงแค่ ‘ภาพลักษณ์’ ภายนอก โดยไม่เคยถามความรู้สึกหรือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเลย
“เอยขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ...” เอยรีบเดินหนีขึ้นห้องด้วยความน้อยใจและอึดอัด เธอปิดประตูห้องนอนล็อคกลอนแน่นหนา แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มพลางปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ
ในจังหวะที่เอยกำลังจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความจากเบอร์แปลกเบอร์เดิมที่เธอเมมชื่อไว้ลึกๆ ในใจว่า ‘พี่เพลิง’
‘วันนี้พ่อมึงเพิ่งสั่งห้ามไม่ให้มึงยุ่งกับกูสินะ... กลิ่นความกลัวของมึงมันลอยมาถึงนี่เลยยัยหนู’
ข้อความนั้นทำให้เอยเบิกตากว้าง เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างห้องนอนพลางชะโงกหน้าลงไปมองที่ริมรั้วบ้านชั้นล่าง ท่ามกลางความมืดสลัวของค่ำคืน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนพิงกำแพงรั้วบ้านเธอนิ่งสนิท แสงไฟปลายบุหรี่วูบไหวราวกับสายตาที่กำลังจับจ้องขึ้นมาบนห้องเธอ
เขามาอยู่ที่นี่... ทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงอันตรายแค่ไหน!
เอยมือสั่นเทาขณะพิมพ์ตอบกลับไป ‘พี่มาที่นี่ทำไมคะ? กลับไปเถอะ ถ้าพ่อเอยเห็น พี่แย่แน่ๆ!’
ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้น ‘อยากให้กูไปเหรอ? ได้... แต่มีข้อแม้... ออกมาเจอที่สวนหลังบ้าน เดี๋ยวนี้’
เอยเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวต่อคำสั่งของพ่อเริ่มปะทะกับแรงดึงดูดประหลาดที่เธอมีต่อชายหนุ่มตรงหน้า... เธอรู้ดีว่านี่คือ ‘ความสัมพันธ์ต้องห้าม’ ที่อาจนำมาซึ่งหายนะ แต่ในขณะเดียวกัน เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในใจของอัคคี ก็กำลังหลอมละลายหัวใจที่ไร้เดียงสาของเธอให้กลายเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้ตัว
เอยลุกขึ้นยืน ตัดสินใจหยิบเสื้อคลุมตัวบางมาสวมแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูระเบียงเพื่อหาทางออกไปหาเขา... ‘กรงทอง’ ที่เคยปลอดภัยที่สุด กำลังจะถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของ ‘นักเลง’ ที่เธอเคยเกลียดกลัวเสียแล้ว
