ตอนที่ 4 เปลวเพลิงที่เริ่มลุกลาม
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหลังตึกเรียนจบลง เอยรีบคว้ากระเป๋าเป้และวิ่งหนีกลับบ้านทันที หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก สัมผัสจากรสจูบอันดุดันและเอาแต่ใจของอัคคียังคงประทับแน่นอยู่บนริมฝีปาก ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อนึกถึงสายตาคมกริบและคำประกาศความเป็นเจ้าของของเขา
ในขณะที่ชีวิตอันสงบสุขของเอยเริ่มถูกพายุหมุนพัดพาให้สั่นคลอน ทางด้านอัคคีเองก็ดูเหมือนจะควบคุมสติอารมณ์ได้ยากขึ้นทุกที
หลังจากผละจากเอย อัคคีเดินกลับมาที่ผับประจำกลุ่มด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด นนท์และเพื่อนๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเห็นอารมณ์ของหัวหน้ากลุ่มที่ดูคุกรุ่นกว่าปกติ
“เป็นไงวะพี่เพลิง? ไปเคลียร์ไอ้พายุมาแล้วเหรอ เห็นว่ามันฟ้องพ่อมันเรื่องที่โดนพี่ต่อยหน้าเลือดอาบเลยนะ” นนท์เอ่ยถามอย่างกังวล “คราวนี้พ่อมันเล่นงานหนักแน่ พี่ต้องระวังตัวหน่อยนะเว้ย”
“ช่างหัวมัน” อัคคีตอบเสียงห้วนพลางกระชากคอเสื้อออกและทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นควันจางๆ ในอากาศทำให้เขาหวนนึกถึงกลิ่นหอมสะอาดของเอยอีกครั้ง
“ไอ้พายุมันไม่ใช่แค่เรื่องต่อยตีหรอก แต่มันกำลังมองหาทางเล่นงานกูผ่านคนรอบข้าง...” อัคคีพึมพำ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความแค้น “ถ้ามันกล้าแตะต้อง ‘คนของกู’ อีก... กูไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“คนของกู?” นนท์เลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างสงสัย “ใครวะ? อย่าบอกนะว่าคุณหนูที่เดินตามหลังพี่วันก่อน... สรุปเอาจริงดิพี่? เด็กเรียนคนนั้นน่ะนะ?”
“กูบอกว่าอย่าเสือกไงไอ้นนท์” อัคคีตวาดลั่นจนวงสนทนาเงียบกริบ เขาไม่ต้องการให้ใครมาตอแยเรื่องเอย ยิ่งเห็นว่าพายุมีท่าทีสนใจเธอมากเท่าไหร่ ความหวงก้างและสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาก็ยิ่งสั่งให้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ ‘เก็บกัก’ เธอไว้ในกรงของเขาคนเดียว
ทางด้านเอย หลังจากกลับถึงบ้าน เธอต้องแกล้งทำเป็นปกติสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้ พ่อของเอยยังคงวางมาดขรึมและเคร่งครัดเหมือนเดิม ในขณะที่แม่ก็นั่งดูข่าวการเมืองในทีวีอย่างใจเย็น
“เอย... วันนี้ที่มหาลัยมีเรื่องมีราวอะไรหรือเปล่า เห็นข่าวในกลุ่มผู้ปกครองบอกว่าลูกชายท่านนักการเมืองถูกทำร้ายร่างกายหน้ามหาลัย” แม่ถามขึ้นในขณะที่กำลังจิบชา
เอยสะดุ้งสุดตัว ข้อมือบางกำเข้าหากันแน่น “ไม่มีอะไรนะคะแม่... เอยก็แค่เรียนตามปกติค่ะ”
“ดีแล้ว... อย่าไปยุ่งกับคนพวกนั้นเชียวล่ะ โดยเฉพาะพวกนักเลงหัวไม้ที่ชอบมีปัญหากับพายุ... พ่อไม่อยากให้ลูกเสียชื่อเสียงตระกูลเรา ถ้าพ่อรู้ว่าเอยไปคบค้าสมาคมกับใครที่ไม่เหมาะสม พ่อจะสั่งย้ายเอยไปเรียนที่อื่นทันที!” พ่อเอ่ยเสียงเข้มโดยไม่หันมามอง
คำขู่ของพ่อทำให้เอยรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธออยากจะบอกพ่อว่า ‘คนไม่เหมาะสม’ คนนั้นกำลังทำลายกำแพงความกลัวในใจเธอ และกำลังทำให้เธอรู้สึก ‘มีชีวิต’ ในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เมื่อขึ้นมาบนห้อง เอยเปิดมือถือดูข้อความที่ไม่เคยมีมาก่อน... เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา แต่เธอกลับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร
‘กูรู้ว่ามึงถึงบ้านแล้ว... อย่าดื้อ อย่าให้กูต้องเข้าไปหาถึงในห้องนอน’
หัวใจของเอยเต้นระทึก เธอไม่รู้ว่าเขาไปเอาเบอร์เธอมาจากไหน แต่ข้อความนั้นทำให้อุณหภูมิในห้องดูร้อนขึ้นอย่างประหลาด เอยได้แต่กัดริมฝีปากแน่น... เธอควรจะกลัวเขา ไม่ใช่รู้สึกโหยหาและหวั่นไหวกับทุกคำพูดที่เขาใช้ข่มขู่เธอเช่นนี้
พายุลูกเล็กๆ ในใจของเอยกำลังก่อตัวขึ้น และเธอก็รู้ดีว่า เมื่อใดที่พายุลูกนั้นปะทะกับเปลวเพลิงของอัคคี... ชีวิตของเธอจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป!
