ตอนที่ 2 เพลิงร้ายที่ไร้การควบคุม
แรงบีบที่ข้อมือทำให้เอยแทบน้ำตาคลอ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงหัวใจ แต่มันยังไม่เท่ากับความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา อัคคีในตอนนี้ดูเหมือนสัตว์ป่าที่ขาดสติ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งราวกับจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว
“เอยเจ็บ... ปล่อยเอยนะ!” เธอพยายามสะบัดมือออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่มือของเขาก็เหมือนคีมเหล็กที่ไม่มีวันคลายออก
มินนี่ที่ยืนอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบคว้าแขนเพื่อนสาวไว้ “ไอ้บ้านี่! ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ. แล้วนะเว้ย!”
อัคคีตวัดสายตาไปมองมินนี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ความดิบเถื่อนที่เขาสั่งสมมาจากการใช้ชีวิตบนกองขยะสังคมถูกฉายชัดออกมาจนมินถึงกับชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
“อย่าเสือก...” อัคคีเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน “ถ้ามึงยังอยากเรียนจบ ก็ถอยไปไกลๆ”
“พี่อัคคี! อย่าทำแบบนี้กับเพื่อนเอยนะ!” เอยตะโกนทั้งน้ำตา เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนตรงหน้าถึงดูเกลียดชังคำว่าตำรวจหรือการขัดขวางนัก ทั้งๆ ที่เธอก็แค่เด็กนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง
อัคคีชะงักไปเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียน ความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านในอกกลับเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกประหลาด ความรู้สึก ‘เอ็นดู’ ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน มือหนาที่เคยบีบข้อมือเธอแน่นค่อยๆ คลายลงช้าๆ แต่ยังคงจับไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย
เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาสั่นไหว “อย่าร้อง... กูไม่ชอบเห็นน้ำตา”
“ถ้าไม่ชอบ... ก็ปล่อยเอยไปสิคะ” เธอสะอื้นฮัก พยายามดึงมือออกอีกครั้ง คราวนี้เขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
อัคคีมองมือตัวเองที่ว่างเปล่า ก่อนจะยกขึ้นมาเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าอย่างหงุดหงิด เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติถ้าใครกล้าลองดีกับเขา เขาคงสั่งสอนให้จมกองเลือดไปนานแล้ว แต่กับผู้หญิงคนนี้... แค่เห็นเธอเจ็บ หัวใจของเขากลับเต้นรัวอย่างผิดจังหวะ
“จำไว้ว่ากูไม่ชอบใครมาสั่ง” อัคคีพูดเสียงห้วน ก่อนจะควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกครั้งเพื่อระงับอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่น “และจำไว้ด้วยว่า... มึงเป็นของใคร”
“เอยไม่ได้เป็นของใคร! เอยเป็นลูกสาวที่มีพ่อมีแม่เอยไม่ยอมให้ใครมายุ่งแน่นอน!” เอยตวาดกลับด้วยความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
อัคคีแค่นหัวเราะ “ลูกคุณหนูเหรอ? ดี... ชอบนักล่ะพวกอยู่ในกรงทองเนี่ย... มันน่าท้าทายดี”
เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้งจนเอยต้องถอยกรูดไปชนกับผนังตึก อัคคีเท้าแขนกักร่างเล็กไว้ระหว่างแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสัก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก
“ชื่อเอยใช่ไหม... หนูเอย” เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นยาสูบจางๆ รดรินอยู่ข้างแก้มของเธอ “พี่ชื่ออัคคี... เพลิงน่ะ รู้จักไหม? เพลิงน่ะมันเผาผลาญทุกอย่างที่มันสัมผัส... รวมทั้งเธอด้วย”
“พี่มันเลว...” เอยพึมพำเสียงสั่น
“ใช่... พี่มันเลว” เขาตอบรับอย่างหน้าตาเฉย “และคนเลวๆ อย่างพี่นี่แหละ ที่จะทำให้เด็กไร้เดียงสาอย่างเธอ... กลายเป็นผู้หญิงของพี่”
สิ้นคำพูดของเขา รถยุโรปคันหรูของที่บ้านเอยก็ขับมาจอดเทียบฟุตบาทพอดี คนขับรถรีบลงมาเปิดประตูด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าท่าทางนักเลงกำลังกักตัวคุณหนูของเขาเอาไว้
“คุณเอยครับ! เป็นอะไรไหมครับ!”
อัคคีผละตัวออกอย่างไม่รีบร้อน เขามองเอยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยักไหล่อย่างกวนประสาท
“กลับไปซะ... แล้วเจอกันใหม่นะ... ยัยหนู”
อัคคีหันหลังเดินจากไปอย่างไม่สนใจใคร ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความรู้สึกวูบวาบในใจที่เอยไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ เธอได้แต่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างรถ มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งประกาศศักดาว่าจะครอบครองเธออย่างหวาดหวั่น
เขากำลังกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่เข้ามาทำลายชีวิตอันสงบสุขของเธอ... และเอยเองก็ไม่รู้เลยว่า เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายที่หอมหวานและเร่าร้อนที่สุดในชีวิต
