ตอนที่ 1 กลิ่นบุหรี่และดอกไม้สีขาว
มหาวิทยาลัยย่านใจกลางเมืองในยามบ่ายแก่ๆ คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาที่เพิ่งเลิกเรียน กลิ่นไอร้อนจากพื้นถนนสะท้อนกับตึกคอนกรีตสูงระฟ้า ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา ‘เอย’ หรือ ‘หนูเอย’ เด็กสาวปีสองคณะบริหารธุรกิจที่มีใบหน้าหวานล้ำราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ กำลังเดินก้าวฉับๆ ไปยังลานจอดรถด้วยท่าทางเร่งรีบ
เอยถูกเลี้ยงดูมาใน ‘กล่องแก้ว’ อย่างดีเยี่ยมจากครอบครัวที่รักและหวงแหนเธอราวกับไข่ในหิน พ่อแม่ของเอยเข้มงวดกับเธอทุกย่างก้าว จนทำให้เด็กสาวกลายเป็นคนอ่อนหวาน มองโลกในแง่ดี และค่อนข้างไร้เดียงสากับความโหดร้ายของโลกภายนอก
“เอย! เดินช้าๆ หน่อยสิแก พ่อแกสั่งให้คนขับรถมารอแล้วนะ ถ้าเห็นว่าแกมาช้าเกินไป เดี๋ยวเขาก็สั่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยอีกหรอก” ‘มินนี่’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเอยที่รูปร่างปราดเปรียวและดูทะมัดทะแมงกว่าเอ่ยเตือน
“รู้แล้วน่ามิน... วันนี้เอยอยากรีบกลับไปทำการบ้านน่ะ พรุ่งนี้มีสอบใหญ่ด้วย” เอยยิ้มหวานจนตาหยี เธอกระชับกระเป๋าเป้ใบเก่งไว้แน่นพลางก้าวผ่านประตูคณะเพื่อออกไปสู่ลานจอดรถด้านนอก
ทว่า... ในวินาทีที่ก้าวพ้นประตูออกมา กลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ก็เตะจมูกเข้าอย่างจัง
มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้หรือน้ำหอมที่เธอคุ้นเคย แต่มันเป็นกลิ่นบุหรี่ราคาถูก ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนดิบเถื่อนของผู้ชายที่ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน กลิ่นที่ทำให้เอยรู้สึกวูบวาบและสั่นสะท้านไปถึงสันหลัง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนเห็นรอยสักสีเข้มที่ท่อนแขน กำลังยืนพิงเสาปูนอยู่ตรงมุมอับของตึก ดวงตาสีเข้มคมกริบดุจหมาป่าที่กำลังจ้องเหยื่อจดจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว เขาคือ ‘อัคคี’ หรือที่ผู้คนในย่านนี้ขยาดกลัวจนเรียกเขาว่า ‘เพลิง’ นักเลงหัวไม้ผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า ที่แม้แต่อาจารย์ยังต้องเกรงใจ
“จะไปไหนล่ะ... หนูเอย”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเล่นของเธอราวกับกระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับทรงพลังจนทำให้ฝีเท้าของเอยหยุดชะงักลงราวกับถูกสาป
เอยหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมดุคู่นั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่มันมีความประหม่าและความสั่นสะท้านที่ก่อตัวขึ้นอย่างลึกลับ
“พี่... พี่รู้จักชื่อเอยได้ยังไงคะ?” เอยถามเสียงสั่น แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่ยอมเดินหนีไปตั้งแต่ตอนแรก
อัคคีพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นสายก่อนจะทิ้งมันลงพื้นแล้วบดขยี้ด้วยรองเท้าคอมแบตคู่เก่ง เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามในตอนแรก แต่การก้าวเดินเข้ามาหาเอยช้าๆ นั้นกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนเพื่อนสนิทของเธออย่างมินต้องรีบก้าวมาบังหน้าเอยไว้
“คุณเป็นใคร? ถอยไปนะ!” มินนี่ตะคอกเสียงแข็ง แต่ก็เต็มไปด้วยความกลัวและประหม่าเล็กน้อย
อัคคีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกแต่กลับแฝงไปด้วยความปรารถนาที่เขาเองก็ยังอธิบายไม่ได้ สายตาของเขาไม่ได้ลดละจากใบหน้าหวานของเอยเลยแม้แต่วินาทีเดียว “กูชื่ออัคคี... จำไว้ให้ดีนะหนูเอย เพราะหลังจากนี้ไป ชื่อของพี่จะเป็นชื่อเดียวที่เธอจะได้ยินจนเบื่อตายไปข้างหนึ่ง”
“คนบ้า!” เอยอุทานออกมาด้วยความตกใจปนโกรธ “ถอยไปนะ เอยไม่รู้จักพี่!”
“เดี๋ยวก็รู้จัก... ทั้งชื่อ ทั้งนิสัย และก็เรื่อง... บนเตียง” อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงความหมายหยาบโลนที่ทำให้เอยหน้าแดงก่ำ
“ไอ้โรคจิต!” มินนี่เตรียมจะคว้ากระเป๋าฟาด แต่อัคคีเพียงแค่ตวัดสายตาคมกริบไปมองก็ทำให้มินชะงักงันด้วยความเกรงกลัวในรัศมีอำนาจของคนตรงหน้า
อัคคีไม่สนใจเพื่อนของเธอ เขาก้าวเข้ามาใกล้เอยอีกนิดจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายดิบเถื่อนของเขาลอยมาแตะจมูกเธออีกครั้ง มือหนาที่มีรอยแผลเป็นเล็กน้อยจากการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ
“อย่าเพิ่งทำหน้ากลัวนักเลยคนสวย...” เขาพึมพำ “พี่ก็แค่... เพิ่งจะเจออะไรที่มันน่าสนใจกว่าการชกต่อยกับพวกขยะข้างถนน ก็แค่นั้น”
ดวงตาของอัคคีวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายกับเธอ แต่นิสัยดิบเถื่อนที่ถูกหล่อหลอมจากอดีตอันโหดร้าย ทั้งการสูญเสียแม่ ความเกลียดชังต่อพ่อ และความผิดพลาดที่ต้องไปนอนในคุกนรก ทำให้เขาหลงลืมวิธีการเข้าหาผู้หญิงดีๆ ไปจนหมดสิ้น
ในใจของอัคคีมีแต่พายุอารมณ์ที่ปั่นป่วน ยิ่งเห็นความใสซื่อของเธอ เขากลับยิ่งรู้สึกอยากทำลายมัน อยากทำให้เธอกรีดร้อง อยากทำให้เธอตกเป็นของเขาเพียงคนเดียว
“ปล่อยเอยนะ!” เอยรวบรวมความกล้าสะบัดมือเขาออก “ถ้าพี่ไม่หยุด เอยจะแจ้งตำรวจ!”
ทันทีที่คำว่า ‘ตำรวจ’ หลุดออกจากปากของเอย อัคคีก็ชะงักไป ดวงตาคมกล้าเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ความแค้นในอดีตที่เขาเคยถูกใส่ร้ายจนต้องติดคุกแล่นเข้ามาในหัว
“มึงกล้าขู่กูเหรอ... เอย!”
สรรพนามเปลี่ยนไปทันทีที่ความโกรธครอบงำ อัคคีคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นจนเอยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงดูน่ากลัวขนาดนี้
“พี่เพลิง... เอยเจ็บ”
คำเรียกที่หลุดออกมาจากปากของเธอโดยไม่ตั้งใจทำให้อัคคีชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายของดอกไม้สีขาวที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างเอย กำลังปะทะกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่ในใจของเขา
นี่คือจุดเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะจบลงด้วยความรักที่หลอมรวมกัน หรือความหายนะที่จะเผาผลาญหัวใจของทั้งสองคนจนไม่เหลือชิ้นดี
