ตอนที่ 5 ภายใต้กฎเหล็กและกำแพงที่เริ่มสั่นคลอน
เช้าวันต่อมา
บรรยากาศในคฤหาสน์อัครเดชโภคินตึงเครียดกว่าเดิมหลายเท่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ในห้องทำงาน คิรินก็ได้สั่งการให้ลูกน้องเพิ่มกำลังอารักขาอย่างเข้มงวดเป็นเท่าตัว รถสีดำสนิทหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าบ้าน พร้อมชายฉกรรจ์ในชุดสูทที่ยืนคุมทุกจุด บ่งบอกว่า "โลกมืด" ของเขากำลังมีแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่อิงฟ้าไม่รู้
อิงฟ้าพยายามทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด เธอพาพายุและเรนลงมาทานมื้อเช้า แต่คราวนี้ที่หัวโต๊ะกลับไม่มีเงาของคิริน มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางทิ้งไว้พร้อมลายมือหวัดๆ ที่ระบุถึง "กฎเหล็ก" ชุดใหม่
กฎของบ้าน (ฉบับแก้ไขโดยคิริน)
ห้ามอิงฟ้าและเด็กๆ ออกไปที่สวนหลังบ้านโดยไม่มีบอดีการ์ดตามอย่างน้อย 2 คน
ห้ามติดต่อกับคนภายนอก หรือใช้โทรศัพท์ส่วนตัวในช่วงเวลาทำงาน
ห้ามเข้าไปในเขตตึกทำงานของคิรินโดยเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ
สำคัญที่สุด: อย่าพยายามทำตัวสนิทสนมกับเจ้าของบ้านเกินจำเป็น
อิงฟ้าขยำกระดาษแผ่นนั้นเบาๆ ในมือ ความอึดอัดใจพุ่งพล่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหว เขาขังเธอและลูกๆ ไว้ในกรงที่ชื่อว่าความปลอดภัย แต่มันกลับไร้ซึ่งอิสรภาพและจิตวิญญาณ
"พี่ฟ้าครับ ทำไมวันนี้มีพี่คนชุดดำมายืนเฝ้าหน้าห้องนอนเราด้วย" พายุถามเสียงเบา ใบหน้าของเด็กชายดูเคร่งเครียดเกินวัย
"คุณพ่อแค่เป็นห่วงพายุกับเรนค่ะ เลยส่งพี่ๆ มาช่วยดูแล" อิงฟ้าตอบพลางลูบหัวเด็กชายอย่างเบามือ แม้เธอเองจะรู้สึกหวาดกลัวไม่แพ้กัน
บ่ายวันนั้น
ในขณะที่อิงฟ้ากำลังช่วยเรนวาดรูปอยู่ในห้องนั่งเล่น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ ไม่นานนัก ร่างสูงของคิรินก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและมีรอยถลอกที่มุมปาก เสื้อสูทตัวแพงมีคราบฝุ่นเกาะเขรอะ
"คุณคิริน! เกิดอะไรขึ้นคะ?" อิงฟ้ารีบวิ่งเข้าไปหาโดยลืมกฎเหล็กข้อที่ 4 ไปเสียสนิท
"บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง!" คิรินตวาดเสียงแข็ง แต่คราวนี้มันดูไร้เรี่ยวแรงกว่าทุกครั้ง เขาเซไปชนกับแจกันใบยักษ์จนเกือบล้ม อิงฟ้ารีบเข้าไปประคองร่างหนาไว้ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขาทำให้นางเอกสาวหน้าซีดเผือด
"คุณบาดเจ็บนี่คะ! เลือดออกที่สีข้างด้วย..."
"แค่รอยถลอก... พวกมันดักซุ่มยิงระหว่างทางกลับ" คิรินกัดฟันพูด พยายามจะแกะมืออิงฟ้าออก แต่เธอกลับรัดแขนเขาไว้แน่นกว่าเดิม
"ไปห้องพยาบาลเถอะค่ะ หรือจะไปโรงพยาบาลดี?"
"ไม่ได้! ถ้าไปโรงพยาบาลเรื่องจะใหญ่โต ศัตรูจะรู้ว่าฉันอ่อนแอ" เขาจ้องตาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง "พาฉันไปที่ห้องทำงาน... อย่าให้คุณพ่อหรือเด็กๆ เห็นสภาพนี้เด็ดขาด"
อิงฟ้าพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เธอให้บอดีการ์ดช่วยพยุงคิรินขึ้นไปที่ห้องทำงานส่วนตัวที่เขาเคยสั่งห้ามเธอเข้า จากนั้นเธอก็รีบไปเอาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาอย่างคล่องแคล่ว
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิรินนั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกเผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรที่พาดผ่านแผ่นหลังกว้าง และรอยแผลเป็นมากมายที่สะท้อนถึงชีวิตอันโชกโชน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาอิงฟ้าที่สุดคือแผลสดที่สีข้างซึ่งเลือดกำลังไหลซึมออกมาไม่หยุด
เธอนั่งลงที่พื้นข้างๆ เขา เริ่มต้นล้างแผลอย่างเบามือ คิรินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว สายตาของเขาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างจดจ่อ แสงไฟสลัวในห้องทำให้เห็นใบหน้าของอิงฟ้าที่ดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจ
"ทำไมถึงยังไม่ไป..." คิรินถามทำลายความเงียบ เสียงของเขาแหบพร่า
"คะ?" อิงฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตา
"ฉันใจร้ายกับเธอขนาดนี้ พูดจาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอสารพัด ทำไมเธอถึงยังยอมอยู่ตรงนี้ ทั้งที่เธอมีโอกาสหนีไปหลายครั้ง"
อิงฟ้านิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะลงมือกดแผลเพื่อห้ามเลือด "เพราะฟ้าทิ้งเด็กๆ ไม่ลงค่ะ... และอาจจะเป็นเพราะฟ้าชินแล้วล่ะมั้งคะที่คุณใจร้ายใส่ ฟ้าเห็นคุณใจร้ายมาตั้งแต่สมัยเราเรียนมัธยมแล้วนี่นา"
คิรินแค่นหัวเราะในลำคอ "เธอใจแข็งกว่าที่ฉันคิดไว้นะอิงฟ้า"
"ถ้าไม่ใจแข็ง ฟ้าคงไม่รอดมาเป็นลูกสาวแม่บ้านในบ้านมาเฟียหรอกค่ะ" เธอพูดติดตลกเพื่อคลายความเครียด ก่อนจะค่อยๆ พันผ้าพันแผลให้เขาอย่างประณีต "เสร็จแล้วค่ะ... ช่วงนี้อย่าเพิ่งขยับตัวแรงนะคะ เดี๋ยวแผลจะฉีก"
ในจังหวะที่อิงฟ้ากำลังจะลุกขึ้น มือหนาของคิรินกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ สัมผัสครั้งนี้ต่างจากเมื่อก่อน มันไม่ได้รุนแรงหรือบีบคั้น แต่มันกลับสั่นน้อยๆ ราวกับเขากำลังต้องการที่พึ่งพิง
"อิงฟ้า..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "ที่ฉันบอกว่าเธอเป็นจุดอ่อน... ฉันไม่ได้หมายถึงเธอคนเดียว แต่หมายถึงทุกคนที่ฉันรัก ถ้าฉันปล่อยให้เธอเข้ามาในใจมากกว่านี้ แล้ววันหนึ่งเธอต้องจากไปเหมือนรินดา... ฉันคงทนไม่ได้"
อิงฟ้านิ่งอึ้ง หัวใจของเธอพองโตด้วยความหวังเพียงเล็กน้อยแต่มันก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวด "คุณคิรินคะ... ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะอยู่ด้วยความกลัวนะคะ การที่เรารักใครสักคน มันไม่ใช่ภาระ แต่มันคือพลังที่ทำให้เราอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปต่างหาก"
คิรินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอิงฟ้า ความเย็นชาที่เขาพยายามสร้างเป็นเกราะกำบังเริ่มมีรอยปริแตก เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของกันและกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งและผละออกจากกันทันที คิรินรีบคว้าเสื้อมาสวมอย่างรวดเร็ว
"แด๊ดดี้ครับ! พายุเอาคุกกี้มาให้ครับ!" เสียงลูกชายคนโตดังมาจากหน้าประตู
คิรินปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะตะโกนบอกลูก "เข้ามาได้พายุ"
พายุเดินถือจานคุกกี้เข้ามาพร้อมกับเรน เด็กๆ มองอิงฟ้าที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยความสงสัย "พี่ฟ้ามาทำอะไรในห้องแด๊ดดี้ครับ? ไหนบอกว่าห้ามเข้าไง"
"เอ่อ... พี่ฟ้ามาช่วยแด๊ดดี้หาเอกสารน่ะค่ะ" อิงฟ้ารีบโกหกคำโตพลางส่งยิ้มให้เด็กๆ
คิรินมองดูภาพนั้นด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นคลอน เขาเห็นรอยยิ้มของลูกๆ ที่ดูมีความสุขกว่าตอนที่เขาอยู่ลำพัง และเขาก็เห็น "เงา" ของความอบอุ่นที่เขาเคยโหยหามานานปรากฏอยู่ในตัวของอิงฟ้า
แต่ท่ามกลางความสงบสุขชั่วคราวนี้ ในเงากระจกด้านนอกคฤหาสน์ มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจดจ้องผ่านกล้องส่องทางไกลมาที่พวกเขา... ศัตรูที่คอยจ้องทำลายจุดอ่อนของเจ้าพ่อมาเฟียกำลังเริ่มต้นเดินเกมครั้งใหม่ และเป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่แค่คิริน แต่มันคือ "พี่เลี้ยง" ที่กำลังจะกลายเป็นหัวใจดวงใหม่ของบ้านหลังนี้นั่นเอง!
