ตอนที่ 6 เราของเมียเก่ากลับห้องที่ถูกปิดตาย
หลังจากเหตุการณ์ลอบยิงที่ทำให้อิงฟ้าต้องกลายเป็นพยาบาลจำเป็น ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคิรินดูเหมือนจะมี "รอยร้าว" บนกำแพงน้ำแข็งที่หนาเตอะ แต่ความเงียบสงัดในคฤหาสน์วันนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป คิรินต้องออกไปเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแก๊งตั้งแต่เช้ามืด ทิ้งให้อิงฟ้าอยู่ดูแลเด็กๆ เพียงลำพังท่ามกลางบอดีการ์ดที่ยืนคุมเข้ม
“พี่ฟ้าคะ... เรนทำลูกบอลเข้าไปในนั้นค่ะ” เสียงเล็กๆ ของเรนปลุกอิงฟ้าออกจากภวังค์
อิงฟ้ามองตามมือน้อยๆ ที่ชี้ไปยังประตูไม้บานใหญ่สุดทางเดินชั้นสอง ประตูนั้นถูกล็อคกุญแจไว้อย่างหนาแน่น และเป็นเพียงจุดเดียวในบ้านที่ป้าอุ่นเคยเตือนนักเตือนหนาว่า ‘ห้ามเฉียดกรายเข้าไปเด็ดขาด’ เพราะมันคืออดีตที่คิรินฝังไว้ในส่วนลึกที่สุด
“เดี๋ยวพี่ไปเอาให้ค่ะ แต่เรนรออยู่ตรงนี้นะคะ”
อิงฟ้าพยายามบิดลูกบิด แต่มันถูกล็อคไว้ ทว่าโชคยังเข้าข้าง เมื่อเธอเหลือบไปเห็นกุญแจพวงหนึ่งที่คิรินลืมวางทิ้งไว้บนโต๊ะคอนโซลใกล้ๆ ในคืนที่เขาบาดเจ็บและมึนเมาด้วยฤทธิ์ยาแก้ปวด เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ความเป็นห่วงเด็กๆ และความอยากรู้ส่วนลึกผลักดันให้เธอตัดสินใจไขกุญแจบานนั้น
แกริก...
ประตูเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบป่าที่เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างประณีตราวกับเจ้าของห้องยังคงอาศัยอยู่ ของใช้ทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม ฝุ่นบางๆ จับตัวอยู่บนกรอบรูปขนาดใหญ่กลางห้อง
มันคือรูปของ รินดา หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานดูอ่อนโยน ในรูปเธอกำลังยิ้มอย่างมีความสุขในอ้อมกอดของคิรินที่ดู "มีชีวิตชีวา" กว่าปัจจุบันหลายเท่า
อิงฟ้าเดินเข้าไปหยิบลูกบอลสีชมพูของเรนที่กลิ้งไปหยุดอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง แต่สายตาเธอกลับไปสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่วางเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษมีรอยคราบเลือดแห้งกรังเป็นวงกว้าง
‘คิรินคะ... ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่แล้ว อย่าปิดกั้นตัวเองนะ ลูกๆ ต้องการพ่อที่อบอุ่น ไม่ใช่มาเฟียที่เย็นชา... ฉันรักคุณ...’
ตัวอักษรสุดท้ายหวัดจนแทบอ่านไม่ออก ราวกับคนเขียนกำลังจะสิ้นแรง อิงฟ้าขอบตาร้อนผ่าว เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคิรินถึงกลายเป็นคนแบบนี้ เขาไม่ได้แค่เสียคนรัก แต่เขากำลังแบกรับ "คำขอสุดท้าย" ที่เขารู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้
“เธอเข้ามาทำอะไรในนี้!”
เสียงตะคอกดังกัมปนาทมาจากหน้าประตู อิงฟ้าสะดุ้งสุดตัวจนสมุดในมือหล่นพื้น คิรินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและรอยแผลที่สีข้างดูเหมือนจะปริออกมาอีกครั้งจากการขยับตัวรวดเร็ว
“ฟ้า... ฟ้าแค่มาเก็บลูกบอลให้คุณหนูเรนค่ะ”
คิรินก้าวพรวดเข้ามาคว้าข้อมือเธอเหวี่ยงออกไปให้ห่างจากโต๊ะเครื่องแป้งของรินดา “ฉันสั่งห้ามแล้วใช่ไหม! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ! และเธอไม่มีสิทธิ์เอามือสกปรกมาแตะต้องของๆ รินดา!”
“ฟ้าไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ความทรงจำของคุณนะคะ แต่คุณจะขังตัวเองไว้ในห้องที่ไม่มีลมหายใจแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่!” อิงฟ้าตะโกนกลับทั้งน้ำตา “ดูสภาพคุณตอนนี้สิ คุณกลายเป็นคนที่ลูกๆ กลัว... คุณคิดว่าคุณรินดาเขาอยากเห็นคุณเป็นแบบนี้จริงๆ เหรอคะ!”
เพล้ง!
คิรินกวาดข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งลงพื้นด้วยความโมโหจัด เศษกระจกแตกกระจายไปทั่วห้อง “อย่ามาอ้างชื่อเมียฉัน! เธอเป็นใครอิงฟ้า! เป็นแค่ลูกสาวแม่บ้านที่ฉันจ้างมาเลี้ยงเด็ก อย่าคิดว่าจูบเมื่อคืนก่อนหรือการที่ฉันยอมให้เธอทำแผล จะทำให้เธอกลายเป็นคนสำคัญ!”
เขาก้าวเข้าไปบีบไหล่เธอแน่นจนอิงฟ้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “จำใส่หัวไว้... พื้นที่ตรงนี้มันตายไปพร้อมกับรินดาแล้ว และต่อให้เธอจะแสนดีแค่ไหน เธอก็เป็นได้แค่เงาที่ไม่มีตัวตนสำหรับฉัน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าฟ้าให้ตายตามคุณรินดาไปเลยสิคะ!” อิงฟ้าสะอื้นฮัก “ในเมื่อความหวังดีของฟ้ามันน่ารังเกียจนก คุณก็กำจัดฟ้าออกไปจากชีวิตคุณเลยสิ!”
คิรินชะงักไปเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของหญิงสาวที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก ความโกรธที่พุ่งพล่านเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสับสนบางอย่างในอก เขาจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของอิงฟ้า และทันใดนั้นเขาก็รู้ซึ้งว่า... ผู้หญิงคนนี้กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกเขามากเกินไป มากจนน่ากลัว
เขาผลักเธอออกเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี “ออกไป... พาลูกไปให้พ้นหน้าฉัน แล้วอย่าให้ฉันเห็นเธอเข้ามาในห้องนี้อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งเธอกลับไปอยู่ที่เดิม และจะไม่มีวันให้เธอเห็นหน้าเด็กๆ อีกเลย”
อิงฟ้ารีบวิ่งออกมาจากห้องนั้นพร้อมลูกบอลในมือ เธออุ้มเรนที่ยืนร้องไห้อยู่หน้าห้องด้วยความตกใจขึ้นมาแนบอก ทิ้งให้คิรินยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางเศษซากความทรงจำที่แหลกสลาย
คืนนั้น คิรินไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องนอนตัวเอง แต่นั่งจมปลักอยู่ในห้องที่ถูกปิดตาย เขาหยิบสมุดบันทึกที่มีคราบเลือดขึ้นมาแนบอก น้ำตาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไร้หัวใจไหลรินออกมาในความมืด... เขาไม่ได้โกรธอิงฟ้าที่เข้ามา แต่เขาโกรธตัวเองที่เริ่มรู้สึกว่า... กลิ่นอายของอิงฟ้ามันเริ่มทำให้กลิ่นของรินดาจางหายไปจากหัวใจของเขาเข้าเสียแล้ว
