บทที่ 4
แต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับคำที่ว่า ไม่รู้! ผมจำไม่ได้!
ขอโทษครับ พี่ขอโทษ
น้องมันเดินเข้าไปด้านใน มองสำรวจภาพทุกใบช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมาหาผมอีกครั้ง
“ทำไมมีแค่เราล่ะครับ” คำถามพาซื่อจากคนความจำเสื่อม บางทีก็เจ็บจี๊ด ๆ ดีเหมือนกันนะผมว่า
น้องไม่ได้รอคำตอบผมเขาเดินไปดูรูปอัดกรอบแผ่นใหญ่ที่วางอยู่บนที่เตียงนอนมันเป็นภาพเราสองคนยืนอยู่ชายหาด ด้านหลังเป็นแสงสีส้มอมแดงในยามตะวันใกล้จะตกดิน พร้อมข้อความที่น้องมันเขียนเองด้วยลายมือว่า...
‘อย่าปล่อยมือน้องนะ’
‘รักพี่สิงห์ที่สุด’
‘ศารทูลเป็นของราชสีห์’
มาถึงตรงนี้ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองยิ้มได้บ้ามาก ๆ แต่ที่ทำให้ผมต้องกระแอมไอออกมาเล็กน้อยก่อนจะสบตาคนด้านหน้า แล้วก็รู้สึก อึกอัก น้ำท่วมปาก มัน...หลายอาการมากตอนนี้
“เรา...เป็นแฟนกันเหรอครับ!”
“คะ..คือพี่อธิบายได้นะ”
“แล้วทำไมไม่บอกผมตั้งแต่ทีแรกล่ะครับ?” แววตาแบบนั้นคืออะไรวะน้อยใจแปลกใจหรือกำลังคิดไปไกลกว่านั้น
ผิดหวัง เสียใจ อะไรก็ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งนั้น
“คือ..กลัวเราตกใจที่รู้ว่าพวกเราคบกัน...ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอกแต่มันยากที่จะเชื่อ” ผมพยายามอธิบายช้า ๆ
“...”
“ถ้าเราเป็นคู่ชายหญิงพี่ก็คงบอกไปแล้วแต่นี่เราเป็น....พี่กลัวเราจะยังรับไม่ได้ หรืออาจไม่เชื่อแล้วพลอยไม่ชอบกันขึ้นมา พี่ตายได้เลยนะ ถ้าเราไม่ยอมให้เข้าใกล้”
ผมอธิบายอย่างจิงจัง และจริงใจทุกอย่างตอนแรกที่น้องตื่นผมก็แทบอยากจะเข้าไปหาแล้วกอดแน่น ๆ แต่พอเป็นแบบนี้ผมเลยไม่กล้าแม้กระทั้งจะจับมือด้วยซ้ำ
“แล้ว...ที่คิดไว้พี่จะทำยังไง...ถ้าผมจำพี่ไม่ได้เลย”
“หึ...เชื่อไหมว่าเราเคยคุยกันเรื่องนี้มาแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เราถามพี่ว่าถ้าวันหนึ่งเราจำพี่ไม่ได้ จะทำยังไงตอนนั้นพี่ก็สงสัยว่าทำไมถึงถามแต่เราก็บ่ายเบี่ยง จนพี่ต้องปล่อยเบลอ”
“...”
“วันนั้นพี่ให้คำตอบไปสองแบบ แบบพระเอกหล่อ ๆ เลย(ยิ้มขำ) คือพาเราไปทุกที่ ที่ที่เราเคยมีร่วมกันอีกอันก็....ช่างแม่งลืมก็ลืมไป ถ้าคิดว่าจีบใหม่ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปเลยว่านี่ราชสีห์ ผู้ไม่เคยพลาดกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำ”
“...แปลว่าที่ไม่ยอมบอกนี่เพราะจะจีบกันใหม่เหรอครับ”
“อือ ได้ไหมล่ะ” ถามออกไปแล้ว จะได้คำตอบแบบไหนวะกู
ถ้าตอบว่าไม่กูปล้ำมันตรงนี้แน่ ๆ
“...ผมขอเวลาไดไหม ผมยังไม่รู้จักพี่เลย หมายถึงนะตอนนี้ ขอศึกษาก่อนได้ไหมครับ”
“เชื่อไหม คำนี้เหมือนตอนที่พี่จีบเราครั้งแรกเลย หมายถึงความทรงจำเก่าน่ะ”
น้องพยักหน้าเข้าใจ แล้วหยิบภาพที่วางตามที่นอนขึ้นมาดู อ่านข้อความไป เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็คิ้วขมวดสงสัยก็หันมาถาม อย่างเช่นคำนี้
“สรุปผมชื่ออะไรกันแน่ครับ”
“ชื่อที่แม่ตั้งให้ ก็ ศารทูล ชื่อเล่นทิกเกอร์เพราะเราเกิดปีขาล”
“แล้วทำไมพี่ถึงเรียกกันว่า เสือล่ะ”
“ก็อยากเป็นคนที่แตกต่างแต่สำคัญไง” อะตกไปหนึ่งดอก หยอดมันเข้าไป ไม่เม็ดขนุน ก็ฝอยทองล่ะวะ
อ่า...เหมือนจะได้ผล แก้มน้องนางถึงแดงแจ๋ขนาดนั้น
“ผะ...ผมไปอาบน้ำก่อนนะ อืม...พี่ลงไปรอข้างล่างก่อนก็ได้”
“อยากได้คนถูหลังไหม”
“...”
“ล้อเล่น พี่ลงไปทำกับข้าวรอแล้วกัน อย่าอาบนานนะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา”
“ครับ” เดินออกมาแล้วครับพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มใบหน้า การที่น้องมันทำไว้แบบนั้น มันก็มีข้อดีนะครับ ผมจะได้ไม่ต้องเริ่มใหม่หมดมันทุกอย่าง อย่างน้อยตอนนี้น้องก็รับรู้สถานะของเราจริง ๆ แล้ว ถึงอย่างนั้นผมก็ยังยืนยันที่จะจีบน้องใหม่ อาจจะเต๊าะง่ายขึ้น จีบติดเร็วขึ้น
ลึก ๆ ในใจน้องก็คงไม่ได้ลืมสนิทหรอกคงจะมีอะไรบางอย่าง หรือคำบางคำที่ทำให้น้อง รู้สึกคุ้นเคยเร็วขึ้นก็ได้
แต่ตอนนี้ผมขอตัวไปทำอาหารให้คนป่วยก่อนนะครับ
“พี่ทำอะไรครับ”
“ต้มจืดไข่บวกแตงกวายัดไส้ แล้วก็หมูสามชั้นทอดน้ำปลา”
“อืมทำไมมีทั้งไข่ทั้งหมูล่ะครับ”
“ก็เราชอบแบบนี้ ชอบกินไข่เจียว แต่ชอบเอาน้ำแกงจืดราดจนท่วมข้าว เลยตัดปัญหา ทำมันไปแบบนี้แหละ”
“ดูเป็นคนเรื่องมากนะครับ” น้องยิ้มเจื่อนตอนที่ถามผม ดูรู้สึกผิดอีกแล้วเหรอนั่นน่ะ
“ไม่นะ เราเป็นคนเลี้ยงง่ายมากพี่เลี้ยงได้และเลี้ยงมานานแล้ว ด้วย” เจ้าเสือน้อยเบิกตากว้างทำหน้าอึกอัก ก่อนจะถามออกมาว่า...
“เราอยู่ด้วยกันแล้วเหรอครับ”
อ่ะ เจ็บคำนี้อีกแล้ว ตีให้ความจำกลับมาดีไหม
“...ยัง”
“เอ้า”
“ก็เราเรียนอยู่พี่เลยยังรับไปอยู่ด้วยไม่ได้ แต่ก็....”
“แต่ก็อะไรครับ!” เม้มปากมองน้องมันที่ทำหน้าสงสัยสุดขีดกับเรื่องที่ผมเว้นไว้ เอาไงดีวะ แต่สายตาก็มองมาไม่ลกละเลย
เอาวะยังไง ก็ต้องรู้บอกวันนี้หรือวันอื่นก็รู้เหมือนกัน
“เรา...ยังไงดี..เอ่อคือเราสองคนแบบ...” ผมไม่รู้จะพูดออกไปยังไงให้น้องมันไม่ตกใจ แต่ไอ้หน้าตาสงสัยไม่หายนั่นมันก็ยังไง
“แบบ!...”
“เอาวะ...คือเราสองคนได้กันแล้ว”
เคร่ง
น่านไง ค้างเติ่งเลยคราวนี้
ผมได้แต่เกาหัวตัวเองแกเขิน ไอ้บ้าเอ๊ยแต่ก่อนก็ว่าตัวเองเป็นคนโผงผางนะ กับน้องมันผมก็พูดตรง ๆ ตลอดพอมาเป็นตอนนี้จะพูดอะไรออกไปก็เขินฉิบหาย
“ละ...แล้วใคร...ฮื้อ” ทำไมรู้สึกอยากแกล้งวะ เอาสักหน่อยแล้วกัน เผื่อจะมีอะไรที่ทำให้จำกันขึ้นมาได้บ้าง
“ใครเสียบใครน่ะเหรอ”
“พี่สิงห์!!!มันไม่ต้องพูดออกมาแบบนั้นก็ได้ไหมครับ” พูดเสร็จหน้าก็ฟุบไปกับโต๊ะทานข้าว ดีนะผมยังไม่ได้วางจานข้าวให้ไม่งั้นข้าวคงเต็มหน้า
“เอ้า...ก็กลัวเราไม่เข้าใจในคำถาม แล้วจะเอาไหมคำตอบ”
“ไม่!! ไม่อยากรู้แล้วครับ ผมหิวแล้วต้องทานยาอีกนะ” เปลี่ยนเรื่องหนีเฉย เด็กน้อยเอ๊ย คนคนเดิมยังไงนิสัยก็ยังเหมือนเดิมสินะ
พยักหน้ายอมปล่อยผ่านแล้วหยิบจานมาตักข้าวให้น้องพร้อมของตัวเอง ก่อนจะปล่อยระเบิดลงตรงหน้าเด็กน้อยผู้เขินง่ายยิ่งกว่าอะไร
“พี่รุก”
“ฮื้อ!! บอกไม่ต้องพูดแล้วไง!!”
เหมือน เหมือนเดิมทุกอย่าง น่ารักทุกครั้งที่ถูกแกล้ง
นี่แหละ เสือน้อยของผม
