บท
ตั้งค่า

บทที่ 1

ความรู้สึก

ด้านหน้าห้องผ่าตัด

14:00 น.

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

“คุณน้าครับ” ราชสีห์ที่โทรหาคนน้องก่อนหน้านี้ แต่กลับกลายเป็นคุณน้าสุรีเป็นคนรับสายแทน ตอนแรกก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะช่วงนี้น้องลืมมือถือไว้บ้านบ่อยเลยไม่ได้สงสัยว่าน้องจะเป็นอะไร แต่คำที่ออกมาจากปลายสายก็ทำให้ใจที่ปกติกลับบีบรัดตัวเข้าจนเขาแทบหายใจไม่ออก

“สิงห์...ฟังน้านะทิกเกอร์ป่วย เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ตอนนี้น้องกำลังจะผ่าตัด ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ไหม แต่ถ้าสิงห์จะปล่อยมะ...”

“โรงพยาบาลไหนครับ” กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็แทบใช้เวลาไปมากพอสมควร เสือป่วยหรอ! ทำไมเขาไม่เคยรู้ หรือที่น้องมันชอบหลงลืมในช่วงนี้ จะมาจากอาการป่วย ทำไมไม่เอะใจอะไรเลย

ผ่านไปนานปลายสายก็ไม่ยอมตอบกลับมาจนใจเขายิ่งร้อนรน

“น้ารีครับ เสือรักษาตัวที่ไหนครับ” สุดท้ายแม่ของทิกเกอร์ก็ยอมบอกโรงพยาบาลที่รักษาตัว ไม่รอช้าเขารีบวางสายก่อนจะบอกว่าตัวเองจะรีบไป

และตอนนี้เขาก็มาถึงหน้าห้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ตอนวิ่งเข้ามาเห็นน้าสุรีนั่งก้มหน้าแกะเล็บตัวเองเพื่อลดความประหม่า สายตาเหม่อลอยเหมือนกำลังมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะทักตอนที่เข้าไปใกล้

“เป็นแบบนี้ไปได้ไงครับ เสือ...ป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมน้องไม่ยอมบอกผมเลย”

“น้องพยายามจะบอกสิงห์แล้วลูกแต่คงไม่มีโอกาสที่เหมาะ กว่าจะคิดได้ก็...” มองไปที่หน้าห้องผ่าตัด

“ผมน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้”

“จะช้าจะเร็วน้องก็ต้องรับการผ่าตัดอยู่ดี อย่าโทษตัวเองเลยลูก” คุณน้าเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ฟังถึงการมาของโรคนี้ ตอนแรกน้องจะไม่รักษาเพราะกลัวว่าจะจำอะไรไม่ได้หลังการผ่าตัด กลัวว่าจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น และกลัวที่จะลืมผม

พอถึงจุดนี้น้ำตาผมก็ไหลออกมาเอง ไม่รู้ตอนนั้นน้องจะทรมานมากแค่ไหน ที่ทุกเช้าตื่นมาแล้วต้องมานั่งคิดว่าเมื่อวานทำอะไรไปบ้าง วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มันคงยากมากเลยถ้าให้ผมคิดตาม

เวลาผ่านไปจาก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมงไฟสีแดงหน้าห้องก็ยังไม่เป็นเปลี่ยน มีพยาบาลเข้าวิ่งออกมาสองครั้ง ครั้งแรกคือน้องเกิดอาการชักเกร็ง ครั้งที่สองออกไปตามอาจารย์หมออีกคนให้มาช่วยแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ถึงตอนนั้นเขาและแม่ของน้องก็นั่งไม่ติดพื้นกันแล้ว

ราชสีห์ได้แต่จับที่ไหล่ของคนที่ตนเรียกว่าน้าเพื่อให้รู้ว่าท่านไม่ได้อยู่เพียงลำพัง การที่ต้องมายืนเฝ้าคนที่รักหน้าห้องผ่าตัดมันไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย

17:01น.

ในที่สุดไฟหน้าห้องก็เปลี่ยนสีก่อนจะมีคุณหมอเดินออกมา ทราบทีหลังว่ารู้จักกับพ่อน้องที่เสียไป

“หมอค่ะ”

“การผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีครับ หลังจากนี้ต้องมาดูว่าหลานจะฟื้นวันไหนและหลังจากฟื้นจะมีผลอะไรบ้าง ถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันอีกที”

“ฮื่อ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะหมอ ขอบคุณจริง ๆ”

“ไม่เป็นไร เจ้าเกอร์ก็หลานผม คุณเป็นแม่ต้องเข้มแข็งนะรู้ไหม” คุณน้าพยักหน้ารัว ๆ พร้อมขอบคุณซ้ำ ๆ จนคุณหมอขอตัวไปดูเคสอื่นต่อ

ผ่านไปห้านาทีพยาบาลก็เข็นน้องออกมา ใบหน้าที่ปกติก็ซีดอยู่แล้วเพราะตัวขาวตอนนี้แทบดูไม่ได้ ทั้งผ้าที่พันรอบหัวสายน้ำเกลือ สายให้เลือด สายออกซิเจนที่เต็มไปหมด แค่เท่านี้ใจผมก็หนืดไปหมด จุกสุด ๆ ไปเลย

“อีกสองชั่วโมงพยาบาลจะเข้ามาตรวจอีกทีนะคะ”

“ขอบคุณครับ” ตอนนี้เราอยู่กันที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว พอย้ายเตียงเสร็จปรับสายน้ำเกลือต่อเครื่องช่วยหายใจกับตัวที่อยู่ในห้องแล้วก็อะไรอีกนิดหน่อยพยาบาลก็ขอตัวออกไปทำงานต่อ บอกไว้แค่ว่าจะเข้ามาตรวจอีกสองชั่วโมงข้างหน้า หรือระหว่างนี้มีอะไรผิดปกติให้กดปุ่มเรียกได้เลย

ผมมองไปที่เตียงที่มีน้องนอนอยู่ข้างเตียงมีคุณน้านั่งเฝ้าไม่ห่าง ผมอยากไปนั่งตรงนั้นนะเผื่อว่าน้องตื่นมาแล้วจะได้เจอผมเป็นคนแรก แต่ถึงตอนนั้นจริง ๆ ผมยังไม่รู้เลยว่ามันจะดีแบบที่ผมคิดจริงหรือเปล่า หากน้องตื่นมาแล้วจำผมไม่ได้ล่ะ เรื่องราวระหว่างเราต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ผมยังจะเป็นคนที่สามารถยืนอยู่ข้างน้องในวันที่เขาต้องการได้หรือเปล่า หรือน้องยังต้องการผมอยู่อีกไหม!!

ไม่รู้เลย ไม่รู้เลยจริง ๆ

20:20น.

ตกดึกผมอาสาเฝ้าต่อเองเพราะกลัวว่าคุณน้าร่างกายจะไม่ไหว ตั้งแต่ที่เจ้าเสือออกจากห้องผ่าตัดมาคุณน้าก็ยังไม่ยอมทานอะไรเลย เอาแต่พูดว่าน้ารอทิกเกอร์ฟื้นก่อน กลัวน้องตื่นมาแล้วไม่เจอจะตกใจเอาได้

ผมที่ขาดแม่ไปตั้งแต่เด็ก เพิ่งได้รู้ว่าวันที่แม่จากไปท่านเสียใจมากแค่ไหน คำที่พ่อบอกว่า แม่ฝากขอโทษผม ผมยังจำได้ดี การที่คนที่เรารักจากไปมันน่ากลัวกว่าหรือการที่คนอยู่ตื่นมาแล้วจำเราไม่ได้เลย ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคุณน้าคงเป็นเช่นนั้นอยากรู้จนไม่กล้าขยับตัวไปไหน

ด้วยคำพูดของผมมากมายทำให้คุณน้ายอมที่จะกลับไปพักที่บ้าน แต่ก็ยังไม่ลืมบอกว่าพรุ่งนี้น้าจะรีบมาเปลี่ยน และก็ขอบคุณผมที่ยังไม่ปล่อยมือน้องไปไหน

ไม่รู้เลยว่าภายในใจคุณน้าคิดอะไรอยู่ถึงคิดว่าผมจะทิ้งน้องไปเพียงเพราะเป็นแบบนี้

ยิ่งดึกผมก็ยิ่งคิดย้อนกลับไปเมื่อสองสามวันก่อนที่เรานั่งคุยกัน อยู่ ๆ น้องก็ถามอะไรแปลก ๆ ออกมา แต่พอผมถามกลับน้องกับนิ่งเฉย

"พี่สิงห์ น้องขอถามได้ไหม"

"ว่ามาสิ"

"สมมุตินะ ถ้าวันหนึ่งเกอร์เกิดจำพี่ไม่ได้...พี่จะทำยังไง จะทิ้งเกอร์ไหม" ความคิดของผมในวันนั้นมันก็มีแวบหนึ่งที่รู้สึกสงสัย

"ทำไมถามแบบนั้น"

"ตอบก่อนสิ"

"อืม...อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ แบบพระเอกละคร หรือกูตอนนี้"เอาแบบพระเอกก่อน" แต่ผมก็คิดไปเองว่าเพราะหนังเรื่องที่เราดูอยู่คงไปสะกิดต่อมอะไรน้องมันเข้า

"ถ้าแบบนั้นคง (จับมือทิกเกอร์) คงพามึงไปทุกที่ที่เคยพาไป ทำทุกอย่างจนกลัวมึงจะจำกูได้ บอกรักมึงทุกวัน อะไรประมาณนั้นมั้ง"

"แล้วถ้าแบบพี่ล่ะ"

"ถ้าเป็นตัวกูก็...ตามจีบมึงใหม่ จนกว่ามึงจะรับรักกู หรือไม่ถ้ามึงเล่นตัวมาก ๆ ก็อุ้มขึ้นเตียงไปเลย (หัวเราะ) หึ มึงเชื่อใจกูไหมล่ะว่ากูจะสามารถทำให้มึงรักกูได้อีกครั้ง"

"เป็นพี่สิงห์ดูพระเอกกว่าอีก"

"ก็กูหล่อ สรุปถามทำไม"

"เกอร์เชื่อใจพี่นะ อย่าทิ้งน้องก็แล้วกัน"

“ทำไมไม่ยอมบอกกันตั้งแต่วันนั้น ไม่เชื่อใจกันเลยหรือไง”

คำถามออกจากปากผมในตอนที่กำลังนั่งเช็ดตัวให้น้องอยู่อย่างแผ่วเบา มันมีหลายความคิดตีกันอยู่ในหัว คำถามมากมายที่อยากได้คำตอบ มันอยู่เต็มไปหมด

ทำไมไม่บอก

ไม่เชื่อใจกันเหรอ

เราดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง

ทั้งที่รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้น้องก็คงไม่รับรู้ด้วยแต่ก็อยากให้เขาและตัวผมเองมั่นใจว่า...

“พี่จะไม่มีวันปล่อยมีนาย เจ้าเสือน้อย” จูบขมับที่มีผ้าพันอยู่รอบหัวก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ ตามเดิมไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผมค่อย ๆ แนบใบหน้าไปกับมือเล็กขาวซีดก่อนจะรู้สึกเหมือนรอบตัวมืดสนิทไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel