บทนำ หยดน้ำตาที่ชะล้างความผิด - 2
ปี 1984! สวรรค์! นี่คือวันที่เธอตัดสินใจทำเรื่องที่โง่เขลาและเลวร้ายที่สุดในชีวิต! วันที่เธอตัดขาดจากครอบครัว ทิ้งเสี่ยวเป่าลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ทิ้งสามีที่ทำงานหนักจนเลือดตากระเด็นและรักเธอสุดหัวใจ เพื่อหนีตาม หลิวจื้อหมิง ชายชู้หน้าขาวที่อ้างตัวว่าเป็นปัญญาชนและสัญญาว่าจะพาเธอไปเสวยสุขเป็นคุณนายในเมืองหลวง!
แอ๊ด…
เสียงบานพับประตูไม้เก่าๆ ที่ฝืดเคืองถูกผลักให้เปิดออกเบาๆ ดึงสติของลู่จิ้งเฟยให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนบดบังแสงสว่างจากภายนอก ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ
เฉิงเจี้ยนกั๋ว…
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผู้เป็นดั่งเสาหลักของบ้านตระกูลเฉิง เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายสีน้ำเงินซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน ไหล่กว้างที่ผึ่งผายของเขาห่อลงเล็กน้อยราวกับกำลังแบกรับความทุกข์ตรมและความกดดันของคนทั้งโลกเอาไว้ ผิวของเขาเป็นสีทองแดงเข้มจากการตรากตรำทำงานหนักหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินในทุ่งนาคอมมูน และรับจ้างแบกหินในเหมืองเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มที่เคยดึงดูดสาวๆ ในหมู่บ้าน บัดนี้กลับซูบตอบและเต็มไปด้วยไรหนวดเคราที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางใจ
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของลู่จิ้งเฟยปวดร้าวราวกับถูกบีบขยี้จนแหลกเหลว คือแววตาของเขา ดวงตาดำขลับที่เคยมองเธอด้วยความรักใคร่ ทะนุถนอม และยอมโอนอ่อนผ่อนตามทุกอย่าง บัดนี้กลับว่างเปล่า มันเต็มไปด้วยความตัดพ้อ สิ้นหวัง และปวดร้าวอย่างสุดแสน
ในมือที่หยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยแตกและรอยด้านราวกับกระดาษทรายของเขา มีแผ่นกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่งถืออยู่
เฉิงเจี้ยนกั๋วเดินเข้ามาใกล้เตียงเตาดิน คล้ายกับว่าการก้าวเดินแต่ละก้าวของเขาต้องใช้พละกำลังอย่างมหาศาล เขากัดริมฝีปากที่แห้งผากจนห้อเลือด สันกรามขบเกร็งจนนูนเป็นสัน ก่อนจะวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้สามขาที่โยกเยกตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา
อักษรตัวโตที่เขียนด้วยหมึกสีดำบนกระดาษปรากฏชัดเจนแก่สายตา หนังสือหย่า
"เซ็นซะ" เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อย ราวกับต้องเค้นมันออกมาจากก้นบึ้งของลำคอที่แห้งผาก
"ในเมื่อหัวใจของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ฉันก็จะไม่รั้งเธอไว้อีกต่อไป… ไปซะ ไปตามหาชีวิตที่เธอต้องการเถอะ"
คำพูดของเขาเหมือนมีดแหลมคมนับพันเล่มที่พุ่งมากรีดแทงลงบนหัวใจของลู่จิ้งเฟย
ในชาติก่อน เมื่อเธอเห็นกระดาษแผ่นนี้และได้ยินคำพูดประโยคนี้ เธอทำอย่างไรน่ะหรือ? เธอแสยะยิ้มด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น คว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเซ็นชื่ออย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ก่อนจะชี้หน้าด่าทอเขาด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบและกรีดแทงที่สุด
‘ในที่สุดคุณก็ยอมปล่อยฉันไปสักที ไอ้คนไร้อนาคต! อยู่กับคุณไปทั้งชาติก็มีแต่จะจมปลักอยู่ในโคลนตม ฉันเกิดมาเพื่อแต่งตัวสวยๆ เป็นคุณนายในเมืองหลวง ไม่ใช่มาทนกัดก้อนเกลือกิน เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวเด็ก กับชาวนาซอมซ่ออย่างคุณ!’
เธอจำได้ดี ว่าหลังจากพูดประโยคนั้น แววตาของเฉิงเจี้ยนกั๋วแตกสลายเพียงใด ร่างกายกำยำของเขาสั่นเทา แต่เขาไม่ได้ตอบโต้หรือด่าทอเธอเลยแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแค่ยืนนิ่งงันราวกับรูปสลักหิน มองดูเธอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าและเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่ไยดี โดยที่เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเสี่ยวเป่า ลูกชายวัยสี่ขวบ ที่วิ่งตามเกาะกรอบประตู ร้องไห้จ้าเรียกหาแม่จนเสียงแหบแห้งและสะดุดล้มคลุกฝุ่นอยู่ตรงนั้น
แล้วผลลัพธ์ของการกระทำอันโง่เขลานั้นคืออะไร?
หลิวจื้อหมิง ชายชู้ที่พร่ำบอกว่ารักเธอนักหนา หลอกเอาเงินเก็บทั้งหมดที่เธอขโมยมาจากบ้านไปลงทุนทำธุรกิจเถื่อนจนเจ๊งไม่เป็นท่า ก่อนจะทิ้งเธอไว้กับหนี้สินก้อนโตและแอบหนีไปแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีในตัวเมือง
