บทที่ 4 ขุมทรัพย์ในเข่งผัก - 2
"สหายคนขาย ซี่โครงกองนั้นกับเครื่องในทั้งหมดนี่ขายยังไงคะ?" ลู่จิ้งเฟยชี้ไปยังกองวัตถุดิบที่ถูกทิ้งขว้าง
คนขายเนื้อหมูมองหน้าหญิงสาวรูปร่างผอมบางด้วยสายตาประหลาดใจ ราวกับมองคนเสียสติ
"แม่หนู เครื่องในพวกนี้มันเหม็นคาวมากนะ เอาไปต้มกินก็กลืนไม่ลงหรอก ส่วนซี่โครงก็มีแต่กระดูกหมายังเมิน เอางี้ ถ้าเหมาหมดนี่ ผมคิดแค่สองหยวนก็แล้วกัน ถือว่าช่วยเอาขยะไปทิ้งให้"
"ตกลงค่ะ!" ลู่จิ้งเฟยรีบจ่ายเงินทันทีโดยไม่ต่อรองแม้แต่คำเดียว คนขายเนื้อหมูได้แต่ส่ายหน้า พลางโยนซี่โครงและเครื่องในใส่เข่งไม้ไผ่เก่าๆ ให้เธออย่างลวกๆ
ลู่จิ้งเฟยแบกเข่งไม้ไผ่ที่มีน้ำคาวเลือดหยดติ๋งๆ ขึ้นหลัง แม้จะหนักอึ้งและส่งกลิ่นเหม็นจนคนรอบข้างต้องเดินเลี่ยง แต่รอยยิ้มกลับประดับอยู่บนใบหน้าของเธอตลอดทางกลับหมู่บ้าน เธอราวกับเห็นทองคำแท่งส่องประกายอยู่ในเข่งใบนี้!
เมื่อตะวันลับขอบฟ้าและสรรพเสียงในหมู่บ้านต้าเฉียวเริ่มเงียบสงัดลง ลู่จิ้งเฟยไม่ได้พักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ เธออาศัยจังหวะที่นางหวังและสะใภ้รองหลับสนิท ลอบเข้าไปในครัวดินพร้อมกับเข่งวัตถุดิบที่ซื้อมา
ภายใต้แสงสีเหลืองสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่แขวนอยู่ริมหน้าต่าง ลู่จิ้งเฟยเริ่มต้นกระบวนการอย่างเงียบเชียบ เธอตักน้ำจากโอ่งมาล้างเครื่องในหมูอย่างทะมัดทะแมง
การจัดการกับเครื่องในหมูต้องใช้ความอดทนขั้นสูง เธอใช้เกลือเม็ดหยาบและแป้งข้าวโพดขยำลงไปบนลำไส้และกระเพาะหมู ออกแรงนวดและขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อดึงเอาเมือกและกลิ่นคาวอันน่าสะอิดสะเอียนออกไป มือที่เคยบอบบางของเธอแดงเถือกและเปื่อยยุ่ยจากการแช่น้ำเย็นจัดในฤดูหนาว
แต่เธอไม่แม้แต่จะปริปากบ่น เธอทำความสะอาดมันครั้งแล้วครั้งเล่า เหยาะน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำสุดท้ายเพื่อล้างคราบไขมันตกค้าง จนกระทั่งเครื่องในที่เคยส่งกลิ่นเหม็นเน่า กลายเป็นชิ้นส่วนที่ขาวสะอาดสะอ้านและไร้กลิ่นคาวโดยสิ้นเชิง
จากนั้นเธอก็นำซี่โครงหมูมาสับเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปลวกในน้ำเดือดที่ใส่ขิงและต้นหอมเพื่อรีดเอาเลือดเสียและฟองคาวออกจนหมด
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ลู่จิ้งเฟยจุดไฟในเตาดิน เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของเธอ เธอนำกระทะใบบัวตั้งไฟ ใส่กระบวยน้ำมันหมูที่เหลือติดก้นไหเพียงน้อยนิดลงไป ตามด้วย น้ำตาลกรวด
เสียงน้ำตาลกรวดกระทบกระทะดังเป๊าะแป๊ะ ลู่จิ้งเฟยใช้ตะหลิวคนอย่างใจเย็น ทอดสายตามองดูก้อนน้ำตาลสีใสค่อยๆ ละลายและเปลี่ยนสีเป็นสีอำพันเข้มข้น นี่คือเทคนิคการทำน้ำแดง ที่ต้องอาศัยความชำนาญ หากไฟแรงไปน้ำตาลจะไหม้ขม หากไฟอ่อนไปสีก็จะไม่สวย
ทันทีที่น้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีแดงมะฮอกกานีเป็นฟองฟู่ เธอก็เทซี่โครงหมูและเครื่องในที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดคลุกเคล้า เสียง ฉ่า! ดังขึ้นพร้อมกับควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่เพดานครัว ความร้อนทำให้เนื้อสัตว์รัดตัวและเคลือบไปด้วยสีแดงอมน้ำตาลที่แวววาวน่ารับประทาน
ถึงเวลาของเครื่องเทศลู่จิ้งเฟยใส่โป๊ยกั๊ก อบเชย ใบกระวาน และพริกหอมลงไปผัดรวมกัน ทันทีที่เครื่องเทศสัมผัสกับความร้อนและน้ำมัน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และรุนแรงดุจเวทมนตร์ก็ระเบิดออก!
เธอเติมน้ำเปล่าลงไปจนท่วม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและเกลือเล็กน้อย ปิดฝาหม้อไม้ไผ่ แล้วลดไฟลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ เพื่อเคี่ยวให้ทุกอย่างเปื่อยยุ่ยและซึมซาบรสชาติเข้าถึงเนื้อใน
