บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ฉีกหน้ากากชายโฉด - 1

แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้สาดส่องทาบทับหลังคามุงจาก ท้องฟ้าทอประกายสีส้มอมม่วงดูเร้นลับและแฝงไปด้วยอันตราย ลมหนาวพัดโชยมาหอบเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนไปตามลานดิน

ลู่จิ้งเฟยยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในมือ มันคือข้อความที่เด็กชายในหมู่บ้านคนหนึ่งวิ่งเอามาแอบยัดใส่มือเธอเมื่อช่วงบ่าย เนื้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมือบรรจงตามแบบฉบับของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นปัญญาชน

‘จิ้งเฟยที่รักของผม เย็นนี้ตอนตะวันตกดิน ผมจะรอคุณอยู่ที่ใต้ต้นไทรใหญ่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน อย่าลืมนำเงินเก็บของคุณมาด้วย พวกเราจะหนีไปสร้างชีวิตใหม่ที่เมืองหลวงด้วยกัน ผมจะรอจนกว่าคุณจะมา... จาก จื้อหมิงของคุณ’

"หึ จื้อหมิงของคุณอย่างนั้นหรือ ช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี!"

ลู่จิ้งเฟยแค่นเสียงหยัน ดวงตากลมโตที่เคยหลงใหลในความจอมปลอมนี้บัดนี้ทอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแห่งเหมันต์ฤดู

ในชาติก่อน เพราะเธอโง่เขลาและหลงเชื่อคำหวานอันกลวงเปล่าในจดหมายฉบับนี้ เธอจึงขโมยเงินเก็บทั้งหมดที่เฉิงเจี้ยนกั๋วแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ หนีตามหลิวจื้อหมิง ไปอย่างหน้ามืดตามัว ทว่าท้ายที่สุด ปัญญาชนหนุ่มหน้าขาวผู้นี้กลับนำเงินของเธอไปปรนเปรอหญิงอื่นและทิ้งเธอให้เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพัง เขามันก็แค่ปรสิตที่สูบเลือดสูบเนื้อผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง!

"ในเมื่อแกกล้าร่อนจดหมายมาหาฉันถึงที่ ก็อย่าหาว่าฉันใจดำก็แล้วกัน ชาตินี้ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้แกได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งตำบลเลยเชียวล่ะ!"

ลู่จิ้งเฟยโยนเศษกระดาษลงในเตาไฟ มองดูเปลวเพลิงกลืนกินมันจนกลายเป็นเถ้าถ่าน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก แผนการเอาคืนอันแยบยลเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว

ช่วงบ่ายแก่ๆ ลู่จิ้งเฟยจงใจถือตะกร้าผ้าไปซักที่ริมลำธารของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์รวมแหล่งข่าวสารชั้นยอด เธอเดินผ่าน แม่ม่ายซุน หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผู้ขึ้นชื่อเรื่องฝีปากจัดจ้านและความโลภโมโทสันที่สุดในหมู่บ้านต้าเฉียว

ลู่จิ้งเฟยแสร้งทำเป็นชะงักฝีเท้า พึมพำกับตัวเองด้วยระดับเสียงที่บังเอิญดังพอให้แม่ม่ายซุนได้ยิน

"เฮ้อ เสียดายจริงๆ เมื่อกี้ตอนไปเก็บผักป่าที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน ฉันตาฝาดไปหรือเปล่านะ เห็นเหมือนมีใครแอบเอาห่อผ้าสีแดงๆ ดูคล้ายมัดธนบัตรไปซ่อนไว้ใต้โพรงต้นไทรใหญ่ แต่ป่านนี้เริ่มมืดแล้ว น่ากลัวจะตาย ใครจะกล้าไปขุดดูกันล่ะ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปดูดีกว่า"

หูของแม่ม่ายซุนผึ่งขึ้นมาทันที! ดวงตาเล็กหยีของเธอเบิกกว้างด้วยความโลภ ทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของงั้นหรือ? ห่อผ้าสีแดงที่คล้ายธนบัตร! เธอรีบล้างมือลวกๆ แล้วจ้ำอ้าวกลับบ้านไปเตรียมจอบเสียมทันที

ลู่จิ้งเฟยมองตามแผ่นหลังที่สั่นกระเพื่อมของแม่ม่ายซุนแล้วก็ลอบยิ้มกริ่มเหยื่อติดกับแล้ว

เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงจนแตะขอบเขา บรรยากาศรอบด้านเริ่มสลัวลง ลู่จิ้งเฟยเดินกลับมาที่บ้านและตรงดิ่งไปหาเฉิงเจี้ยนกั๋วที่กำลังนั่งลับคมจอบอยู่ที่ลานหน้าบ้าน

"พี่เจี้ยนกั๋วคะ" เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเจือความออดอ้อน

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง แววตาของเขาอ่อนแสงลงทันทีที่เห็นหน้าภรรยา "มีอะไรหรือจิ้งเฟย"

"ฟืนในครัวใกล้จะหมดแล้วค่ะ ฉันกะว่าจะไปเก็บกิ่งไม้แห้งที่ชายป่าท้ายหมู่บ้านสักหน่อย แต่ว่าตอนนี้มันเริ่มมืดแล้ว ฉันกลัวพี่ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหมคะ" ลู่จิ้งเฟยกระพริบตาปริบๆ ท่าทางบอบบางน่าทะนุถนอมของเธอทำเอาหัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ

เฉิงเจี้ยนกั๋วรีบวางหินลับมีดลงทันที เขาปัดฝุ่นตามกางเกงและลุกขึ้นยืนตระหง่าน "ได้สิ ป่าท้ายหมู่บ้านตอนค่ำๆ มันอันตราย เธอไปคนเดียวไม่ได้หรอก เดี๋ยวฉันจะไปช่วยแบกฟืนเอง"

"ขอบคุณค่ะพี่เจี้ยนกั๋ว พี่ดีกับฉันที่สุดเลย" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะเดินนำหน้าไปทางป่าท้ายหมู่บ้าน โดยมีเฉิงเจี้ยนกั๋วเดินตามหลังมาติดๆ คอยระแวดระวังภัยให้ประดุจบอดี้การ์ด

ณ ชายป่าท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศยามโพล้เพล้ดูวังเวงและเงียบสงัด มีเพียงเสียงนกฮูกและเสียงลมพัดใบไม้แห้งดังกราว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel