ดวงใจสลายเมื่อพบเงาร่างที่คะนึงหา 2
โจวต้าหนิวลืมตาขึ้นช้าๆ ด้วยความตกตะลึง เขาเห็นภรรยาของเขากำลังร้องไห้ไม่ใช่การร้องไห้ฟูมฟายด้วยความโมโห แต่เป็นน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างเงียบงัน ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความรักใคร่และความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตคู่ยี่สิบกว่าปี
“ต้าหนิว...” หลินชิงเหอเรียกชื่อเขาเสียงของเธอสั่นเครือ “เจ็บไหม? เหนื่อยไหม?”
ชายร่างใหญ่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาอ้าปากค้างสมองที่ใครๆ ว่าทึ่มทื่อประมวลผลไม่ทัน “มะ... เมียจ๋า? คุณ... คุณปวดหัวจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ ผมไม่เจ็บผมหนังหนาจะตายไป”
หลินชิงเหอหัวเราะทั้งน้ำตา คำตอบที่แสนจะซื่อตรงนี้ช่างเหมือนกับสามีในชาติก่อนของเธอเหลือเกิน คนโง่ที่มักจะบอกว่าตัวเองไหวเสมอ จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต
“พี่มันคนโง่ไม่ว่าจะชาติไหนก็ยังเป็นคนโง่” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบเขม่าดินออกจากแก้มของเขา ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความซาบซึ้ง เสียงโลหะเย็นชาของระบบก็ดังแทรกขึ้นมาในหัวของหลินชิงเหออีกครั้ง ทำลายภวังค์ความคิดคำนึงจนหมดสิ้น
[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความผูกพันทางจิตวิญญาณที่รุนแรง ระบบแม่สามีผู้มั่งคั่งเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษ]
[ประกาศภารกิจแรก: ทำมื้อเย็นเปลี่ยนโลก]
[รายละเอียดภารกิจ: ครอบครัวโจวตกอยู่ในสภาวะขาดสารอาหารและความอบอุ่นมาอย่างยาวนาน สมาชิกในครอบครัวต่างหวาดระแวงและเหินห่าง โฮสต์จำเป็นต้องใช้ทักษะการทำอาหารเพื่อเชื่อมประสานรอยร้าวในใจและเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่าของทุกคน]
[เงื่อนไข: ต้องทำให้สมาชิกในครอบครัว 6 คนรู้สึกอิ่มและมีความสุขจากมื้ออาหารนี้]
[รางวัลความสำเร็จ: ข้าวสารขัดสีเกรดพรีเมียม 5 กิโลกรัม และ คะแนนวาสนา 10 แต้ม]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ระบบจะทำการปิดตัวลง 24 ชั่วโมง และโฮสต์จะได้รับความเจ็บปวดจากโรคหัวใจของร่างเดิม]
หลินชิงเหอสูดหายใจเข้าลึกเธอดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน ข้าวสารขัดสี 5 กิโลกรัม! ในยุค 1978 ที่แม้แต่ข้าวผสมแกลบยังหากินยาก ข้าวขาวล้วนๆ ขนาดนี้มีค่าดั่งทองคำ มันมากพอที่จะทำให้ครอบครัวนี้รอดตายไปได้อีกหลายสัปดาห์
เธอมองไข่ไก่ใบเล็กในมือของโจวต้าหนิว แล้วมองเลยไปยังใบหน้าซูบตอบของเขา ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าลุกโชนขึ้นในดวงตา ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาที่นี่ ส่งเขากลับมาหาเธอ เธอก็จะไม่ยอมให้ความจนมากัดกินชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป
หลินชิงเหอรับไข่ไก่ใบนั้นมาจากมือสามี ก่อนจะกุมมือใหญ่ที่หยาบกร้านของเขาไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความหนักแน่นไปสู่เขา
“ต้าหนิว ฟังฉันนะ” หลินชิงเหอเอ่ยเสียงเข้มจริงจังทว่านุ่มนวลกว่ากาลก่อน “ไข่ไก่ใบนี้เก็บไว้ก่อน วันนี้เราจะไม่กินแค่ไข่ต้มวันนี้ฉันจะเข้าครัวเอง”
“ห๊ะ คุณจะทำกับข้าว?” โจวต้าหนิวเบิกตากว้าง ยิ่งกว่าเห็นผี “แต่... แต่ในครัวเราเหลือแค่แป้งข้าวโพดหยาบๆ ก้นถังเองนะ แล้วคุณเพิ่งจะฟื้น”
“อย่าถามมากน่า!”
หลินชิงเหอแสร้งทำเสียงดุเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่เผลอแสดงความอ่อนแอเมื่อครู่ “หน้าที่ของคุณคือไปตามเจ้าใหญ่ เจ้ารอง แล้วก็นังหนูเล็กกลับมา เดี๋ยวนี้! บอกว่าแม่มีเรื่องจะคุย แล้วก็ไปตักน้ำใส่โอ่งให้เต็มด้วยเข้าใจไหม”
“ขะ... เข้าใจแล้วครับ! ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
โจวต้าหนิวรับคำสั่งอย่างแข็งขัน แม้จะยังงุนงงว่าทำไมภรรยาถึงดูแปลกไป แต่การที่เธอไม่ด่าทอและยอมแตะเนื้อต้องตัวเขา ก็ทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวของชายหนุ่มพองโตขึ้นมาอย่างประหลาด เขารีบหมุนตัววิ่งออกไปหน้าบ้านเพื่อตามลูกๆ ทันที ทิ้งให้ฝุ่นตลบอยู่เบื้องหลัง
หลินชิงเหอมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ ห่างออกไป รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงวัยกลางคน เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่จนแห้งสนิท
“รอก่อนเถอะโจวต้าหนิว” เธอกระซิบกับสายลม “ฉันสัญญาว่านับจากมื้อเย็นวันนี้เป็นต้นไป คุณและลูกๆ จะไม่ต้องทนหิวอีกแม้แต่วันเดียว”
หลินชิงเหอสูดหายใจลึก แล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องครัวที่มืดมิดและทรุดโทรมหลังบ้าน จิตวิญญาณของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ตื่นขึ้นแล้วและการเจรจาธุรกิจครั้งแรกของเธอในยุค 70 นี้ ไม่ใช่การเจรจากับคู่ค้าแต่เป็นการเจรจากับความหิวโหยด้วยวัตถุดิบวิเศษจากมิติ!
