ดวงใจสลายเมื่อพบเงาร่างที่คะนึงหา 1
บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหูเมื่อถูกผลักเข้ามา แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านเข้ามาทางช่องประตูทำให้ฝุ่นละอองในอากาศเต้นระบำเป็นเกลียว ท่ามกลางแสงสว่างที่ย้อนแสงนั้น ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู เงาทะมึนของเขาทาบทับลงมาบนพื้นดินที่ขรุขระ บดบังแสงสว่างจนเกือบมิด
หลินชิงเหอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเรียวรีที่เคยดุดันจ้องมองไปยังผู้มาเยือนเขม็ง หัวใจในอกเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่ถูกตีอย่างบ้าคลั่ง
ชายผู้นั้นค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระมัดระวัง ราวกับสัตว์ใหญ่ที่กลัวว่าจะเผลอเหยียบมดตัวเล็กๆ ตาย เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งแต่ไหล่กว้างหนา ผิวพรรณกรำแดดจนเป็นสีทองแดงเข้ม สวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำเงินซีดจางที่มีรอยปะชุนด้วยเศษผ้าต่างสีนับสิบแห่ง กางเกงขายาวที่สวมใส่นั้นสั้นเต่อขึ้นมาเหนือข้อเท้า เผยให้เห็นรองเท้าฟางเก่าๆ ที่แทบจะหลุดลุ่ย
แต่สิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของหลินชิงเหอหยุดหมุน ไม่ใช่สภาพความยากจนข้นแค้นบนร่างกายของเขาแต่เป็นใบหน้านั้น
ใบหน้าเหลี่ยมคมสันคิ้วหนาดกดำที่พาดเฉียงขึ้นเล็กน้อย จมูกโด่งเป็นสันตรง และดวงตาสีดำขลับที่ทอประกายซื่อสัตย์และเจียมเนื้อเจียมตัว วินาทีนั้นราวกับกาลเวลาได้หมุนย้อนกลับไป วินาทีที่หลินชิงเหอในชาติก่อนต้องยืนมองร่างไร้วิญญาณของสามีค่อยๆ ถูกฝังลงหลุม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตวิญญาณปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่
พี่... เป็นพี่จริงๆ หรือ?
ชายตรงหน้าคือโจวต้าหนิวสามีในนามของเจ้าของร่างเดิม แต่สำหรับหลินชิงเหอเขาคือเงาสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของชายคนรักที่เธอเฝ้าคะนึงหาทุกลมหายใจเข้าออก ใบหน้านี้ แววตาแบบนี้ แม้แต่ไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางคิ้วข้างขวาก็ยังเหมือนกันราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน!
สวรรค์ช่างเล่นตลกกับเธอเหลือเกินพรากเขาไปในโลกที่เจริญรุ่งเรือง แต่กลับส่งเขาคืนมาให้ในโลกที่แร้นแค้นและหิวโหยแห่งนี้
“เมียจ๋า...” โจวต้าหนิวเรียกเธอเสียงเบา ไหล่ของเขาห่อลงเล็กน้อยด้วยความเกรงกลัว เมื่อเห็นภรรยายืนนิ่งไม่พูดไม่จา เขาจึงเข้าใจไปเองว่าเธอกำลังโกรธจัด เขาค่อยๆ ยื่นมือที่หยาบกร้านดั่งเปลือกไม้ออกมา ในอุ้งมือนั้นมีไข่ไก่ใบเล็กๆ หนึ่งฟองวางอยู่อย่างทะนุถนอม
“คุณ... คุณอย่าโกรธเลยนะ ผมไม่ได้อู้งาน” เขาละล่ำละลักอธิบาย แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ผมไปช่วยซ่อมหลังคาบ้านหัวหน้าหมู่บ้านมา เขาเลยให้ไข่ไก่ฟองนี้มาผมเห็นคุณเป็นลมไป เลยอยากให้คุณกินบำรุง” คำพูดซื่อๆ และท่าทางที่ยอมจำนนต่อเธอทุกอย่างนั้น เหมือนกับมีดที่กรีดลงกลางใจหลินชิงเหอ
ในความทรงจำของร่างเดิม ผู้ชายคนนี้คือกระสอบทรายที่รองรับอารมณ์ของแม่เฒ่าหลินมาตลอดชีวิต เขาทำงานหนักเยี่ยงวัวควาย มอบเงินทุกหยวนและคูปองอาหารทุกใบให้เมียเก็บ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำด่าทอว่าเจ้าคนซื่อบื้อ เจ้าคนไร้ประโยชน์ ไม่เคยได้รับแม้แต่รอยยิ้มหรือคำพูดดีๆ สักครึ่งคำ
แต่เขาก็ยังคงยื่นไข่ไก่ใบเดียวที่มีค่ามหาศาลในยุคนี้มาให้เธอ ก่อนที่จะให้ลูกๆ หรือให้ตัวเองเสียอีก น้ำตาเม็ดโตไหลรินออกจากดวงตาของหลินชิงเหออย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกผิดของร่างเดิมผสมปนเปกับความรักความอาลัยของวิญญาณใหม่ เธอก้าวเข้าไปหาเขาอย่างเชื่องช้า
โจวต้าหนิวสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นภรรยาเดินตรงเข้ามา เขารีบหลับตาปี๋ เตรียมใจรับแรงกระแทกจากฝ่ามือหรือคำด่าทอที่คุ้นเคย เขารู้ดีว่าภรรยาเกลียดที่เขาซื่อบื้อและไม่ทันคน
แต่ทว่าสิ่งที่สัมผัสลงบนใบหน้าของเขาไม่ใช่ความเจ็บปวด ฝ่ามือที่แม้จะสากระคายแต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด ค่อยๆ แนบลงบนแก้มข้างขวาของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อยราวกับคนทำกำลังหวาดกลัวว่าภาพตรงหน้าจะสลายหายไป
