ตอนที่ 4
“ว้ายยย ท่านราชครูมาแล้ว ใจข้าจะละลาย”
“ข้าก็เหมือนกัน หน้าหวานจนน่าซุก”
เสียงเย้าแหย่ของนางกำนัลไม่ได้มาแค่เสียงกิริยาท่าทางพุ่งตรงมาทางฟานอี๋เอ๋อจนต้องก้มเอามือปิดหน้า เซียวเหยามองผู้เป็นอาจารย์ช้าๆ ก่อนเหลียวมองด้านหลังที่จับกลุ่มมุ่งประเด็นเสน่หามาทางคนที่เดินนำหน้า
“เฮ้อ…” เซียวเหยาผ่อนลมหายใจส่ายหน้าไปมาทำให้ฟานอี๋เอ๋อหันมามอง
“ข้าแต่งเช่นนี้ยังมีคนจำข้าได้อีกรึ”
“ใบหน้าท่านหวานราวสตรี ผู้ใดจำไม่ได้คงไร้ปัญญา” เซียวเหยาเดินตีคู่ก้มลงกระซิบตอบสบตาฟานอี๋เอ๋อช้าๆ พาความอึ้งเข้าสู่จิต
“ข้าจะต้องไว้หนวดแล้วละ” ฟานอี๋เอ๋อจับคางขมวดคิ้วละสายตาจากชายหนุ่มมองตำหนักตรงหน้าที่เป็นจุดแต้มในสาส์นอย่างพิจารณาก่อนมองนางกำนัลกรูออกมาคำนับทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ เซียวเหยาเหลือบมองจื่อเหนียงจับแขนหนี่เหลาเดินตามออกมา ทั้งห้าโน้มตัวลงคำนับอย่างเก้ๆ กังๆด้วยชุดที่เทอะทะสร้างความขบขันไปทั้งตำหนัก
“เจ้านี่มากปัญญาจริงท่านราชครู ไขปริศนาข้าออกจนได้” หนี่เหลายิ้มบางๆ จับมือจื่อเหนียงที่ลอบมองฟานอี๋เอ๋อ ทำเอาชายหนุ่มทั้งสี่จ้องมองมาทางอาจารย์ตนอย่างพร้อมเพรียง
“ปริศนาคือหญิงงาม ผู้นั้นคือองค์หญิงใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฟานอี๋เอ๋อเงยหน้าเอ่ยขึ้นสบตาจื่อเหนียงที่ยกมือกุมหน้าอกเหนียมอาย
“ล้ำค่าถึงจะถูก” หนี่เหลาตอบกลับพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่มเปิดทางให้บุตรีได้สุขสม
“เสด็จแม่ล่อลวงพวกเรามาแต่งหญิงเพื่อให้ท่านราชครูมาเจอองค์หญิงเอาแต่ใจนะหรือพ่ะย่ะค่ะ เฮ้อ เป็นได้เพียงตัวประกอบ” อวี่เหวินส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายกอดคอเซียวเหยากับจงสูหวานเดินกลับออกไป ควางเจามองแล้วย่องตามไปเช่นกัน ฟานอี๋เอ๋อเหลียวหลังจะยกมือห้ามแต่ไม่ทันถูกมือเรียวบางนุ่มนิ่มรั้งแขนไว้อย่างเคอะเขิน
“เข้าไปด้านใน ข้าจะไปชมอุทยานสักหน่อย นางกำนัลทั้งหมดตามข้ามา”
“เพคะ” สิ้นเสียงหนี่เหลาพานางกำนัลทั้งหมดออกจากหน้าตำหนักอย่างเสียดายมองฟานอี๋เอ๋อตาละห้อย จื่อเหนียงลากตัวฟานอี๋เอ๋อเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูทันที
ฟานอี๋เอ๋อถูกพามานั่งลงที่โต๊ะโดยมีจื่อเหนียงนั่งรินสุราใส่จอกยื่นให้ดมกลิ่นก่อนยิ้มแหยๆ หาทางหลีกเลี่ยง
“องค์หญิง ข้าไม่ดื่ม”
“ไม่ดื่มแล้วท่านต้องการทำอะไรละท่านราชครู” จื่อเหนียงจิ้มอกฟานอี๋เอ๋อพร้อมวางคางไว้บนไหล่อย่างออดอ้อนดวงตาเปล่งประกายส่งให้คนตรงหน้าที่พยายามเลี่ยงสายตาหาทางออกก่อนถูกจื่อเหนียงจับหน้าให้หันมามอง
“ว่าอย่างไร จะทำตรงนั้นหรือตรงนี้ ข้าก็พร้อม” จื่อเหนียงเป่าลมเข้าหูฟานอี๋เอ๋อที่ลูบแขนขนลุกชันยิ้มแหยๆ
“องค์หญิง ข้าว่าข้าอยู่กับท่านสองต่อสองจะไม่งาม อีกทั้งข้ามีภรรยาแล้ว”
“จะมีภรรยาหรือไม่มี ใครสนกัน มีภรรยาคนเดียวเหงาแย่ งานท่านออกจะเยอะ ไม่รับภรรยาเพิ่มเล่า” เสียงกระซิบของจื่อเหนียงทำฟานอี๋เอ๋อเด้งตัวลุกพรวดยกมือจับต้นคอผ่อนลมหายใจก้าวถอยหลังทิ้งระยะห่างจากจื่อเหนียงที่เดินรุกเข้ามาใกล้อย่างยั่วยวนเลื่อนผ้าคลุมไหล่ลดลง
“ท่านจะขัดใจข้าอย่างนั้นหรือ” จื่อเหนียงกระโจนเข้าหาฟานอี๋เอ๋อจนติดผนังขยับไม่ได้ก่อนหันมามองจื่อเหนียงจับไหล่สองข้างขึ้นคร่อมล้มลงที่พื้น
“องค์หญิงแบบนี้ไม่งามพ่ะย่ะค่ะ” ฟานอี๋เอ๋อรีบจับแขนจื่อเหนียงยื้อไว้กำลังเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ “พวกศิษย์บ้าไม่คิดจะมาช่วยข้าเลยหรือไง หลุดไปได้จะทุบให้ไหล่ทรุดเลย!”
ปึก!
ประตูถูกถีบออกอย่างแรงสี่สหายกรูเข้ามาจับจื่อเหนียงยกออกจากการทับตัวฟานอี๋เอ๋อทันที
“พวกข้ามาช่วยแล้วท่านราชครู” อวี่เหวินจับแขนซ้ายของฟานอี๋เอ๋อ
“เร็วเข้า ฮ่องเต้กำลังมา” เซียวเหยายกแขนขวาของฟานอี๋เอ๋อ
“นี่! จะพาราชครูของข้าไปไหน” จื่อเหนียงเท้าเอวชี้หน้าทั้งสี่ที่ช่วยกันจับฟานอี๋เอ๋อทั้งแขนและขา
“ขออภัยองค์หญิง” ควางเจาคำนับให้จื่อเหนียงก่อนยกขาขวาของฟานอี๋เอ๋อ
“ไปเร็วๆ เสด็จพ่อมาแล้ว” จงสูหวานยกขาซ้ายของฟานอี๋เอ๋อรีบแบกออกไป
“ท่านพี่! คุณชายลิ่ว องครักษ์! กล้าขัดใจข้างั้นรึ หน็อยย..ยยย” จื่อเหนียงยกกระโปรงวิ่งออกมาจากตำหนักก่อนหยุดกึกมองหาสี่บุรุษแต่งหญิงหายวับมีเพียงชายสูงศักดิ์วัยกลางคนมาพร้อมขันทีและนางกำนัล
ฟานอี๋เอ๋อถูกแบกมาวางไว้บนโขดหินใหญ่พร้อมเสียงผ่อนลมหายใจของสี่สหายที่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพิงโขดหิน
“ข้าว่าเราควรไปเปลี่ยนชุดเสียที” เซียวเหยาก้มมองตนเองอย่างไม่ชอบใจ
“ท่านราชครูเป็นไงบ้าง” อวี่เหวินชันเข่าเงยหน้าถามถึงกับชะงักนิ่งค้างเมื่อฟานอี๋เอ๋อหายใจหอบก้มหน้ามองมาทางตนจนสัมผัสลมหายใจที่ถี่รัว เซียวเหยาเลิกคิ้วเงยหน้ามองตามก่อนจะนิ่งค้างเมื่อดวงตาคู่สวยเลื่อนสบตาตนเช่นกัน
“ข้าไม่เป็นไร เกือบไปแล้ว” ฟานอี๋เอ๋อยกขาแหวกกลางเซียวเหยากับอวี่เหวินลงมายืนปัดเนื้อปัดตัวมองทั้งสี่สหายที่ยืนขึ้น
“ดีนะที่ไปช่วยทัน” ควางเจากอดอกตอบกลับ
“งั้นรึ ที่ข้าเป็นเช่นนั้นก็เพราะพวกเจ้าไม่ใช่หรือไงกัน” ฟานอี๋เอ๋อยกมือดึงหูควางเจาอย่างแรงด้วยความเหนื่อยหน่าย
“โอ๊ยๆๆๆ ท่านราชครู” เมื่อเห็นควางเจาโดนเช่นนั้นที่เหลือก็รีบแจ้นเพ่นหนีคนละทิศละทาง ฟานอี๋เอ๋อปล่อยมือออกให้ควางเจาเป็นอิสระวิ่งตามคนอื่นไป เหลือเพียงราชครูผู้มากเสน่ห์ยืนเหนื่อยหอบ