ตอนที่ 3
วันต่อมา
“น้อมรับคำสั่ง” ขันทีหุ่นบางเดินถือสาส์นเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องเรียน ฟานอี๋เอ๋อยื่นมือรับสาส์นมากางเปิดดูรวมทั้งสี่สหายกรูเข้ามายืนดูอยู่ด้านหลังโดยอวี่เหวินเป็นผู้เริ่มยื่นมือไล่เส้นทางที่อยู่ในสาส์นอย่างงงๆ
“ฮองเฮามีรับสั่งให้ศิษย์อาจารย์ช่วยกันไขปริศนาลายแทงในสาส์น หากสำเร็จจะตกรางวัลให้อย่างงาม” ขันทีเอ่ยก่อนโค้งลาเดินออกไป ฟานอี๋เอ๋อขมวดคิ้วนิ่งคิดหมุนตัวกลับไปมาก่อนมองหน้าอวี่เหวินที่จับคางตนเองวิเคราะห์ยืนอยู่ข้างๆ
“ดูจากเส้นทางแล้วน่าจะเป็นวังหลัง”
“หอนารีหรือไม่” จงสูหวานเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมยื่นมือมาชี้ให้ฟานอี๋เอ๋อดูทาง
“ตำหนักองค์หญิง” เซียวเหยาขยับเข้ามาทางด้านหลังจนคางเกือบติดหัวฟานอี๋เอ๋อที่เหลียวมองสบตาถึงกับรีบหันกลับปิดสาส์นขยับมายืนตรงหน้าสี่สหาย
“งั้นเราต้องไปตำหนักองค์หญิง” ฟานอี๋เอ๋อกล่าวจบเดินนำก่อนหยุดชะงักทำให้คนที่เดินตามหลังมาหยุดไม่ทันตั้งตัวชนเข้าแผ่นหลังอย่างจัง
“หยุดทำไมเล่าท่านราชครู” อวี่เหวินจับอกที่ชนหลังไปมา
“ตำหนักองค์หญิงเป็นเขตอุทยานต้องห้ามสำหรับบุรุษไม่ใช่รึ” ฟานอี๋เอ๋อหันกลับมามองทั้งสี่ที่ยกมือจับคางเห็นด้วย
“มีแต่นางกำนัลกับขันทีเข้าไปได้” อวี่เหวินเอ่ยขึ้นอย่างคิดได้
“ขันทีก็บุรุษ ข้าไม่เข้าใจเหตุใดถึงเข้าไปได้” ควางเจาเท้าเอวขมวดคิ้วสงสัย
“เจ้าอยากเข้าไปได้ไหมล่ะ ตัดออกซะสิ” ฟานอี๋เอ๋อลดสายตามองไปที่เป้าของควางเจาอย่างเน้นย้ำ
“ท่านราชครูก็” ควางเจารีบหันหลังหนีแก้อายราวกับเด็กเล็ก
“แล้วจะเข้าไปได้อย่างไร” จงสูหวานมองหน้าฟานอี๋เอ๋ออย่างหาคำตอบทำให้คนที่เป็นอาจารย์ต้องเอามือกอดอกหันมองนางกำนัลที่ชะเง้อเกาะกำแพงโบกมือยั่วยวนตนแล้วยกนิ้วดีดดังเปาะ!
“คิดออกแล้ว” ทั้งสี่กรูเข้ามาหาฟานอี๋เอ๋อที่กระตุกยิ้มเรียกลูกศิษย์รวมหัววางแผน อวี่เหวินผละออกคนแรกทำทีเดินหนีเมื่อรับทราบถึงแผนที่เหนือชั้นแต่ถูกฟานอี๋เอ๋อดึงแขนเสื้อลากไปหาบัณฑิตหน้าใสพร้อมกระซิบกระซาบสักพักใหญ่แล้วเดินนำไปรอที่ห้องอาบน้ำของบัณฑิต
เขตต้องห้ามวังหลัง
นางกำนัลนับสิบคนชะเง้อมองออกไปนอกตำหนัก ในอุทยานมีหญิงสาวแสนงดงามลุกนั่งสลับกันชะเง้อมองอย่างกังวลใจก่อนมองหน้าหนี่เหลาผู้เป็นแม่ที่ครองตำแหน่งฮองเฮา
“ไม่นานคงมา อย่าได้ห่วงไปเลยจื่อเหนียง เจ้างามเช่นนี้เป็นองค์หญิงแสนโปรดของข้าและฝ่าบาท ราชครูต้องหลงเสน่ห์เจ้าแน่นอน” หนี่เหลากระหยิ่มยิ้มย่องรินชาใส่จอกค่อยๆ จิบดื่มอย่างสำราญใจ
“แต่นี่เขตต้องห้ามบุรุษนะเพคะ ท่านราชครูจะมาหาหม่อมฉันได้อย่างไรกัน หม่อมฉันร้อนรุ่มกลุ้มใจไปหมดแล้วเพคะ” จื่อเหนียงหรือองค์หญิงคนเดียวของแคว้นฉู่ยืนกุมมือเม้มริมฝีปากมองหน้าหนี่เหลาอย่างเก็บอาการไม่อยู่
“มาแล้วเพคะ ท่านราชครูมาแล้ว ฮิฮิ” นางกำนัลรีบตะโกนเสียงดังพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ จื่อเหนียงลุกพรวดแหวกนางกำนัลให้ถอยห่างชะเง้อมองไปทางเดินที่มีคนกำลังเดินเข้าในชุดนางกำนัลร่างหนามีพัดปิดหน้า จื่อเหนียงมองสี่สหายโฉมงามถึงกับหลุดหัวเราะขบขัน
“เหมือนมีคนกำลังหัวเราะข้า” อวี่เหวินสะบัดผมที่ปล่อยสยายยาวเงางามไปด้านหลังยกมือโบกพัดไปมาใบหน้าแต่งแต้มสีสันดุจสตรีอยู่ในชุดนางกำนัลตัวใหญ่
“ข้างามไหมท่าน” ควางเจากะพริบตายั่วยวนเดินตามอวี่เหวิน
“ดูๆ ไปก็เข้าเหมือนกัน” จงสูหวานเดินตามมาก้มมองตนเองอย่างขบขันก่อนเหลียวมองเซียวเหยาที่เดินกระโดกกระเดกอยู่ด้านหลังอย่างหัวเสียกับการแต่งหญิง
“แล้วไงต่อท่านราชครู” อวี่เหวินหันหลังมองหาฟานอี๋เอ๋อ “ท่านราชครู..”
“ข้ามาแล้วนี่ไง หึหืม” ฟานอี๋เอ๋อตอบรับเดินรั้งท้ายก่อนเดินขึ้นหน้าผ่านเซียวเหยาที่เหลือบมองตามด้วยความนิ่ง จงสูหวานตาลอยมองร่างเล็กเดินผ่านอาการเดียวกับควางเจาที่อ้าปากค้าง อวี่เหวินมองฟานอี๋เอ๋อเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมสะบัดสาส์นใส่หน้าจนหลุดจากภวังค์กันทั้งหมด
“เป็นอะไรกัน”
“ท่านแต่งซะงามกว่านางกำนัลเสียอีก ถ้ามีเอวอีกนิดข้ามองไม่ออกเลยว่าหญิงหรือชาย” อวี่เหวินเอามือลูบคางพิจารณารูปร่างพร้อมจับเอวที่ไม่ได้คอดดั่งสตรีกลับตรงดิ่งหน้าหลังแบนราบ
ปึก!
“โอ๊ย ข้าเจ็บนะท่านราชครู”
“ถึงใบหน้าข้าจะเหมือนหญิงแต่ข้าใหญ่กว่าของพวกเจ้าแล้วกัน” ฟานอี๋เอ๋อคลี่สาส์นออกหลังม้วนตีไหล่อวี่เหวินลดสายตาเหน็บเบื้องล่างทั้งสี่สหาย
“ท่านรู้ได้อย่างไร ข้าไม่เล็ก ข้านะมังกรเชียว” อวี่เหวินเลิกคิ้วยืดอกท้าทาย
“มังกรหรือไส้เดือน โดนน้ำอุ่นหดเท่านี้” ฟานอี๋เอ๋อชูนิ้วก้อยกระตุกยิ้มมาเหนือเมฆทำอวี่เหวินงับปากพูดไม่ออก เซียวเหยาถลกกระโปรงเดินเข้ามาแทรกกลาง
“ข้าว่ารีบไขปริศนาเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ในชุดนี้นาน”
“ตามมา” ฟานอี๋เอ๋อออกคำสั่งทันทีพร้อมเดินนำกลายเป็นเซียวเหยาขึ้นมาคนที่สองตามด้วยอวี่เหวิน ควางเจาและจงสูหวานที่ปิดท้าย ขบวนนางกำนัลเดินผ่านทั้งห้าก่อนเหลียวหลังส่งสายตาให้ฟานอี๋เอ๋อ การสวมชุดสตรีไม่ได้ทำให้เสน่ห์ลดลง