ตอนที่ 5
กงอู้เหยียน ชายวัยกลางคนผู้ครองบัลลังก์แคว้นฉู่นั่งลงที่โต๊ะน้ำชามองบุตรีหัวแก้วหัวแหวนยืนจ้องหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด
“สีหน้าเจ้าทำความงามหดหาย รู้ตัวหรือไม่องค์หญิง”
“เสด็จพ่อมาทำไมเพคะ ขัดจังหวะ” จื่อเหนียงกระทืบเท้าไม่พอใจยืนกอดอก
“ขัดอะไรรึ ข้าขัดอะไร ข้าจะบอกเจ้าว่าเจ้าควรแต่งงานเสียที เลือกองค์ชายรูปงามสักคน นี่ข้ามีภาพองค์ชายที่ส่งของกำนัลมาเกี้ยวเจ้ามากมาย ดูสิ” กงอู้เหยียนหยิบแผ่นกระดาษยื่นให้จื่อเหนียงที่สะบัดหน้าเชิดใส่
“ไม่ หม่อมฉันไม่แต่งกับใครทั้งนั้น นอกจากท่านราชครู เสด็จพ่อ…” จื่อเหนียงเดินเข้ามานั่งลงนวดขากงอู้เหยียนอย่างออดอ้อนมองตาปริบๆ
“เจ้าอย่ามองข้าด้วยดวงตาน่าสงสารเช่นนี้ เจ้าเป็นลูกสาวคนเดียวของข้า คนอื่นมีมากมายเหตุใดต้องราชครูด้วยเล่า” ผู้เป็นพ่อถึงกับยกมือปิดตาไม่สบตาบุตรสาว
“หม่อมฉันชอบท่านราชครูนี่น่า เสด็จพ่อเพคะ ประกาศราชโองการให้ราชครูแต่งกับหม่อมฉันนะเพคะ เสด็จพ่อไม่รักหม่อมฉันแล้วหรือเพคะ” จื่อเหนียงกอดเข่ากงอู้เหยียนมองตาปริบหวังออดอ้อนให้เป็นผล
“โถ่ องค์หญิงของพ่อ ราชครูฟานมีภรรยาแล้ว ข้าจะยกลูกสาวคนเดียวของข้าให้ได้อย่างไร”
“งั้นก็ให้หม่อมฉันเป็นฮูหยินใหญ่ เสด็จพ่อยังมีสนมเป็นร้อยคน ราชครูมีภรรยาสองคนได้สิเพคะ นะ นะเพคะ” จื่อเหนียงออดอ้อนไม่หยุดทำผู้เป็นพ่ออยู่ไม่สุข
“จื่อเหนียงเจ้าเป็นลูกข้า ข้าอยากให้เจ้าเจอบุรุษรูปงามที่ไม่ใช่ราชครู”
“ไม่เพคะ หม่อมฉันจะไม่พูดอะไรแล้วเพคะ เสด็จพ่อใจร้าย หึ” จื่อเหนียงลุกขึ้นสะบัดหน้าเชิดยืนกอดอกไม่สบอารมณ์
“โถ่ ลูกพ่อ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ถ้าเจ้าไม่แต่งกับบุรษนอกเมือง แต่งกับเซียวเหยาบุตรชายตระกูลลิ่วดีหรือไม่” กงอู้เหยียนลุกขึ้นตามมาจับไหล่จื่อเหนียงอย่างหาทางออก
“ไม่! ไม่เพคะ หม่อมฉันจะแต่งกับราชครูคนเดียว เซียวเหยาเย็นชาขนาดนั้นหน้าหม่อมฉันเคยแลสักนิดไหมเพคะ มีแต่ท่านราชครูเท่านั้นที่ให้เกียรติและสบตาเชื้อเชิญหม่อมฉันตลอด” จื่อเหนียงกุมมือบิดไปมาฉีกยิ้มเคอะเขิน
“เจ้าเจอราชครูตอนไหนถึงได้สบตากัน”
“ตอนเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ หม่อมฉันกับท่านราชครูสบตากันตั้งแต่แรกเห็นแล้วเพคะ รอยยิ้มของท่านราชครูทำหม่อมฉันถอนตัวไม่ขึ้น ไม่รู้ละเพคะ เสด็จพ่อต้องให้ท่านราชครูเป็นราชบุตรเขย ไม่งั้นหม่อมฉันไม่ยอมแต่งงาน!” จื่อเหนียงประกาศลั่นแล้วเดินหนีไปขึ้นเตียงนอนไม่สนใจกงอู้เหยียนที่เดินตามอย่างท้อใจกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
ตกดึก
ร่างหนาสะดุ้งตื่นเด้งตัวนั่งเหงื่อแตกพลั่กขมวดคิ้วมองรอบเตียงนอนอย่างวิตกยกมือกุมหน้าผากหวนนึกถึงภาพฟานอี๋เอ๋อในชุดนางกำนัลตามหลอกหลอนในห้วงแห่งความฝันจนทำให้นอนหลับต่อไปไม่ได้ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือกางกระดาษออกหยิบพู่กันยกมือบีบหัวคิ้วอย่างว้าวุ่นใจเต้นแรง
“ข้าเป็นอะไรของข้า ท่านราชครูเป็นบุรุษไม่ใช่สตรี เหตุใดต้องฝันถึงบ่อยครั้ง” เซียวเหยาส่ายหน้าไปมาจับพู่กันจุ่มหมึกดำลงมือวาดภาพในหัวลงบนกระดาษด้วยรอยยิ้มเมื่อร่างภาพก่อนลงสีอย่างใจเย็น
“ท่านพี่…” เสียงใสแว่วเข้ามาทางด้านหลัง เซียวเหยาหยุดทันทีหันมองหน้าต่างเปิดอ้ารับลมก่อนผงะจ้องหญิงผมดำโผล่ให้เห็นเพียงดวงตากับหน้าผากขาวๆ ชายหนุ่มถึงกับต้องตั้งสติลุกขึ้นออกนอกห้องเดินไปหาคนที่ปีนชะโงกหน้าค่อยๆ ลงมายืนอยู่ที่พื้นพร้อมสาวรับใช้สองคน
“ซีหยิน ดึกดื่นเจ้ามาทำอะไรห้องข้า”
“พี่เซียวเหยา ข้าร้อนใจไม่รู้จะทำเช่นไรดี พี่ช่วยวาดภาพท่านราชครูฟานให้หน่อยได้หรือไม่ ข้าอยากเห็นหน้า เห็นชาวเมืองลือกันหล่อเหลาเอาการเอางานก็อยากจะเอา...เอ่อ เอาภาพเก็บไว้ดูบ้าง” ซีหยิน น้องสาวคนเดียวของเซียวเหยาเอื้อมมือกุมมือผู้เป็นพี่ชายอย่างเคอะเขิน
“สตรีแคว้นฉู่เป็นอะไรกันไปหมด ชายมีตั้งมากกลับชอบพออยู่แค่ผู้เดียว ท่านราชครูแต่งงานแล้ว เจ้าควรเปลี่ยนใจ”
“แล้วหญิงที่พี่กำลังวาดกลางดึกคือใครกัน ข้าจะบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อ พี่จะได้แต่งงานเสียทีคนต่อไปจะได้เป็นข้ากับท่านราชครูฟาน” ซีหยินพูดวกวนเข้าตัวบิดเขินปล่อยมือออกจากเซียวเหยาเอามือไพล่หลังอย่างลังเลใจ
“ข้าจะวาดให้เจ้าก็ได้ แต่เจ้าห้ามบอกท่านพ่อรวมทั้งเรื่องของเจ้าด้วย”
“เจ้าค่ะ คุณชาย ข้าน้อยซีหยินจะปิดปากเงียบ” ซีหยินยกมือคารวะเซียวเหยาแล้วเดินอารมณ์ดีออกไป ชายหนุ่มมองตามก่อนเดินกลับเข้ามาในห้องมองภาพในกระดาษครั้นจะบี้ขยำทิ้งก็ทำไม่ลงจึงนั่งลงจุ่มสีแต่งเติมต่อ