บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

ฟู่เซิ่งยกมือขึ้นขยี้ตาเพราะห้องเก็บฟืนเองก็อยู่ไกลมาก อีกทั้งเสาต้นนั้นก็สีทึมๆ ทึบๆ “หรือข้าจะตาฝาด...”

ฟ้ากำลังจะมืดตอนที่บัณฑิตหนุ่มลงมาชั้นล่าง ชายชราก่อไฟกลางลานแขวนหม้อใบหนึ่ง “พวกท่านจะกิน...หม้อไฟ?”

“ใช่แล้ว” สตรีชุดแดงยิ้มรับ “ข้าชอบหม้อไฟที่สุด เชิญท่านนั่ง”

“ดียิ่ง ข้าก็ชอบกินหม้อไฟ แต่...เนื่องในโอกาสสำคัญอะไรหรือ”

“ไม่มี ข้าอยากกิน” นางกล่าว

“อ้อ” ฟู่เซิ่งมองชายชรายกเนื้อสดและตับสดที่แล่เป็นชิ้นๆ ยังมีผักส่วนหนึ่งแต่ไม่มาก

“ผักนั่นสำหรับท่าน ข้าไม่ชอบกินผัก” นางย่นหน้า “เชิญท่านตามสบาย กินได้เต็มที่”

“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว”

ระหว่างกินหม้อไฟแสนอร่อยชายชราก็ถามเขา “ท่านไปสอบจอหงวนครั้งนี้หวังว่าจะโชคดี เพียงแต่การสอบครั้งนี้คนมากมายท่านคิดว่าหากสอบได้ อย่างแรกที่คิดจะทำคืออะไรหรือ”

“ข้า...อยากกราบทูลฮ่องเต้เรื่องความเดือดร้อนของผู้คนที่หยางโจว ที่นั่นทุกปีน้ำท่วมหนัก แม่น้ำเหลืองล้นตลิ่ง พืชพันธุ์ถูกน้ำท่วมทุกปี ซ้ำร้ายยังต้องจ่ายภาษีที่ไม่เป็นธรรม” ฟู่เซิ่งถอนหายใจ

“ท่านช่าง...เป็นคนดี” หญิงสาวชุดแดงมองเขาด้วยรอยยิ้ม

“ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ข้าเองก็เป็นเพียงบุตรชายที่มีบิดาเป็นชาวนา ทุกปีเห็นบิดาลำบากทำนาแต่ถูกหายนะกวาดพืชพันธุ์ไปจนสิ้น ชาวบ้านเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า แต่พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ข้าวที่เหลือรอดก็ต้องนำไปจ่ายเป็นภาษี ทั้งที่จริงๆ จะกินก็ยังไม่พอ”

“แล้วนี่ท่านเพิ่งเข้าสอบเป็นครั้งแรก หรือว่าเดินทางมาเป็นครั้งที่สอง”

“ครั้งที่สามแล้ว” เขาหน้าแดงเล็กน้อย “สองครั้งก่อนสอบไม่ติด แต่ครั้งนี้ข้าอดทนอ่านทบทวนและศึกษามาเป็นอย่างดี ข้ามั่นใจว่าปีนี้ต้องสอบได้”

หม้อไฟอร่อยทั้งยังสดใหม่ อาหารมื้อนี้เถ้าแก่เนี้ยยังเอ่ยปากว่าเขาไม่ต้องจ่าย นางเลี้ยงส่งเขาเป็นการอวยพร ขอให้เขาสมปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวัง

กลางดึกคืนนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้าหน้าห้อง ฟู่เซิ่งเปิดประตูออกมาและพบว่าหน้าประตูของเถ้าแก่เนี้ยเปิดอยู่ นางนั่งอยู่ในห้องกำลังชงชาหอมกรุ่น เขาได้กลิ่นแม้อยู่ห่างออกมานับยี่สิบก้าว

“คุณชายฟู่ ข้าทำท่านตื่นหรือ”

“มิได้ ฝนตกเช่นนี้อากาศเย็นข้าเองก็นอนไม่หลับ”

“เช่นนั้น...ดื่มชาหรือไม่”

ห้องของนางทั้งโล่งและโปร่ง ประตูหน้าต่างเปิดกว้าง เข้าไปดื่มชากับนางคงไม่เป็นไร เขาบริสุทธิ์ใจดังนั้นจึงไม่คิดมาก “เช่นนั้นรบกวนท่านแล้ว”

ชากลิ่นหอมชื่นใจรสชาติหรือก็เป็นเลิศ ฟู่เซิ่งจิบไปคำหนึ่งก็รู้สึกชอบ

“เห็นแก่ความตั้งใจที่จะช่วยชาวบ้านของท่าน ข้า...มีวิธีหนึ่งอาจช่วยให้ท่านสมหวัง” นางกล่าว

“อะไรหรือ”

เถ้าแก่เนี้ยล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ ส่งบางอย่างคล้ายไม้แกะสลักให้เขา ฟู่เซิ่งรับมาถือเอาไว้ “นี่คือ??”

“ข้าได้มาจากแม่ชีที่อาราม นางบอกว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวง ก่อนขอพรให้หยดเลือดหยดหนึ่งลงไปบนไม้แกะสลัก จากนั้นความปรารถนาก็จะสมดังหมาย”

ฟู่เซิ่งเลิกคิ้ว “ลำบากท่านแล้ว ข้า...”

“รับเอาไว้เถิด เชื่อหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ถือเสียว่าเป็นน้ำใจจากข้า ข้าเองก็อยากให้ท่านสอบติด ได้กราบทูลถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่หยางโจวต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้”

ฟู่เซิ่งมีท่าทีเกรงใจแต่ก็รับเอาไว้ “ข้าเป็นคนกลัวเจ็บ”

นางหัวเราะ “เข็มจิ้มปลายนิ้ว กดหยดเลือดเล็กน้อย จากนั้นขอพร ไม่ยากเลยใช่หรือไม่”

เขาพยักหน้า “ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ย”

“เห็นท่านชอบชา ข้าจะแบ่งให้ท่านนำไปดื่มที่เมืองหลวง ของมีไม่มากดังนั้นท่านจะใจกว้างไม่ได้”

“ชานี้ข้าเพิ่งเคยดื่ม หอมยิ่งนัก เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว นี่เรียกว่าชาอะไรหรือ”

“เป็นชาเฉพาะของโรงเตี๊ยมเรา เรียกว่าชาม่านถัวหลัว”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel