บทที่ 1.1 เสี่ยวย่วน
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีเทาลอยต่ำ เป็นสัญญาณว่าฝนกำลังจะตกในอีกไม่ช้า บัณฑิตหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านกำลังเดินทางผ่านมายังใต้ต้นหูกวางขนาดใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังมืดครึ้มขึ้นทุกที ใบหน้ากังวลยิ่งเคร่งเครียด มองหาที่หลบฝนอย่างไรก็ไม่มี
เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มุมถนนที่มีหญ้ารกครึ้มขึ้นสูงบดบังการมองเห็น รถเทียมม้ากำลังตรงมาหา
เขาตะโกนถาม “พี่ชายท่านนี้แถวนี้มีที่หลบฝนหรือไม่!”
ชายคนนั้นพยักหน้าจากนั้นชี้มือไปยังถนนเส้นเล็กๆ “ที่นั่นมีโรงเตี๊ยม”
บัณฑิตหนุ่มเลิกคิ้วเพราะมองไม่เห็นเส้นทางดังกล่าวทั้งที่เพิ่งเดินผ่าน “ขอบคุณ” เขาตะโกนบอกจากนั้นเร่งเดินเท้าไปยังถนนที่พี่ชายเมื่อครู่บอก
ลึกเข้าไปในป่าเชิงเขาเถาซานเมืองเถาอวิ๋น แท้ที่จริงมีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซ่อนอยู่ บัณฑิตหนุ่มเงยหน้ามองรั้วกำแพงสูงเลยศีรษะ เหนือประตูสูงมีป้ายอักษรเขียนกำกับ ‘โรงเตี๊ยมม่านถัวหลัว ’ เขา...ตัดสินใจเคาะหน้าประตูสองสามครั้ง
ชายชราเดินออกมาเปิดช่องหน้าประตูถาม “ต้องการสิ่งใดหรือคุณชาย”
“ข้ากำลังหาที่พัก ฝนกำลังจะตกแล้ว”
ชายชราชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็มีเสียงด้านหลังกล่าวขึ้น เป็นเสียงของอิสตรีที่น่าฟังที่สุดเท่าที่บัณฑิตหนุ่มเคยได้ยิน
“ให้เขาเข้ามาเถิด”
“ขอรับนายหญิง” ชายชรารับคำจากนั้นเปิดประตู
“ขอบคุณท่านขอรับ” บัณฑิตหนุ่มมีท่าทีสุภาพอ่อนน้อม
“คุณชายเชิญด้านใน”
“ข้าแซ่ฟู่ มีนามว่าเซิ่ง กำลังจะเดินทางไปสอบที่เมืองหลวง”
“ที่แท้คุณชายฟู่ ข้าจะรีบไปเตรียมห้องพักและอาหาร ตามมาด้านนี้เถิด”
บัณฑิตหนุ่มนามฟู่เซิ่งเดินตามชายชราไป เขามองหาเจ้าของเสียงที่น่าฟังนั้น ทว่าจนแล้วจนรอดโรงเตี๊ยมนี้กลับเงียบงันคล้ายไม่มีนอื่นอีก
“ท่านลุง คนอื่นเล่าขอรับ” เขามองต้นดอกม่านถัวหลัวที่ปลูกเป็นแนวริมกำแพง ต้นสมบูรณ์มากคล้ายได้รับการดูแลอย่างดีสูงเกือบถึงหน้าอกของเขา ออกดอกงดงามทั้งยังส่งกลิ่นหอม มีทั้งสีขาว สีแดง สีชมพู สีม่วง และสีเหลือง
“ไม่มีคนอื่น ที่นี่มีเพียงข้ากับนายหญิง”
“อ้อเป็นเช่นนี้นี่เอง กลางป่าเขาเช่นนี้ไม่อันตรายหรือ”
ชายชราหัวเราะ “เถาซานแห่งนี้ไม่มีอันตรายข้ารับรองได้”
“เช่นนั้นข้าก็สบายใจ”
โรงเตี๊ยมใหญ่โตกลับไม่มีคนสักคน ฟู่เซิ่งแม้ประหลาดใจแต่ก็พอเข้าใจได้ ที่นี่เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่ใกล้กับเมืองหลวง น้อยนักที่ผู้ใดจะหยุดพักเพราะหากเดินทางต่อไม่นานก็จะถึงเมืองหลวง
ถึงอย่างนั้นในสถานการณ์เช่นเขาก็ไม่มีทางเลือก ด้วยฝนที่ตั้งเค้าดูท่าว่าอาจจะตกนาน ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องหาที่พักเพื่อหลบฝน
ห้องพักสะอาดสะอ้านน่าพอใจ บัณฑิตหนุ่มจ่ายเงินค่าห้องพักและค่าอาหาร ชายชรากล่าวสองสามประโยคก่อนจะบอกว่าอีกสักครู่น้ำร้อนและอาหารจะถูกส่งขึ้นมายังห้องพัก
“หรือไม่สู้...ท่านลงมากินมื้อเย็นกับพวกเรา” เสียงอิสตรีผู้นั้นอีกแล้ว...
ฟู่เซิ่งชะโงกหน้าออกมาจากห้อง ฝั่งตรงกันข้ามสตรีนางหนึ่งสวมชุดสีแดงยืนอยู่ นางก็คือเจ้าของเสียงที่น่าฟังที่สุดผู้นั้น
“ท่านคิดเห็นเป็นอย่างไร...คุณชายฟู่”
“ท่านคือ...”
“คุณชายฟู่นั่นคือเถ้าแก่เนี้ยของโรงเตี๊ยม”
“ที่แท้เถ้าแก่เนี้ย” เขาประสานมือคำนับนาง
“วันนี้น่าจะไม่มีแขกคนอื่น ที่นี่มีเพียงพวกเราสามคน ถ้าอย่างไรก็ลงไปกินมื้อเย็นด้วยกันหรือไม่”
ฟู่เซิ่งเห็นว่าเป็นความคิดที่ดีดังนั้นจึงรับปาก “เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน สักครู่ข้าจะลงไป รบกวนพวกท่านแล้ว” เขาหมุนตัวเข้าไปรื้อเสื้อผ้าออกมา ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝนที่ซัดสาด
หน้าต่างถูกสายลมพัดกระแทก บัณฑิตหนุ่มเดินไปปิดหน่าต่าง ทว่าตอนนั้นเองที่เขาเหลือบไปเห็นว่าด้านหลังโรงเก็บฟืนมีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่ ...เป็นหญิงสาว สวมชุดสีดำ อีกฝ่ายยืนจ้องมองมาที่หน้าต่างห้องของเขา
“ไหนว่าไม่มีคนอื่น??” เขาขมวดคิ้วดึงสายตากลับมาชั่วครู ทว่าเมื่อมองไปจุดเดิมอีกครั้งสตรีชุดดำก็หายไปแล้ว