[2] ออกมาเสียเถอะไอ้จระเข้ขี้ขลาดตาขาว
"พี่ชาละวันจ้ะ น้องเอาอาหารมาให้จะ"
เลื่อมลายวรรณถือถาดปลาหลากชนิดค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ชาละวันผู้เป็นผัว ก่อนจะค่อยๆ วางลงบนตั่งทองข้างตัว
"มานั่งใกล้ๆ พี่มาเมียรัก"
เลื่อมลายวรรณยิ้มกระดากอาย แต่ก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างชาละวัน
"ว้าย!"
ไม่ทันไรมือหนาก็คว้าลำตัวบางของเมียสาวไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้มลงขโมยหอมบนแก้มเล็กไปเสียฟอดใหญ่
"กินเลื่อมลายวรรณเมียรักของพี่แทนปลาพวกนี้เสียเป็นไร"
"เช้าตรู่ถึงเพียงนี้ หากมีใครเข้ามาเห็นจะทำอย่างไรล่ะจ้ะ"
"ไม่เห็นต้องทำอันใดเลย พี่จักรักกับเมีย ใครหน้าไหนมันจะกล้ามายุ่ง"
เลื่อมลายวรรณเบือนหน้าหนีริมฝีปากหนาและร้อนระอุของชาละวันอย่างเหนียมอาย ชาละวันพรมจูบไปทั่วลำคอระหงอย่างทนุถนอม แขนหนาก็กอดรัดตัวบางของเมียรักเอาไว้แน่นขนัด
"ชาละวัน"
ทั้งสองหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนที่เลื่อมลายวรรณจะเป็นคนขยับออกจากอ้อมกอดของผัวรัก และหันไปมองชายตรงหน้าเก้ๆ กังๆ อย่างวางท่าไม่ถูก ตาคมของชาละวันมอง 'ไชยสอนเพชร' จระเข้รุ่นราวคราวเดียวกับเขา รูปก็งามไม่หยอก วิชาอาคม และยังพละกำลังมหาศาลอีก หากเขาไม่เก่งกว่านี้ซักนิด เห็นทีผู้ปกครองคุ้งน้ำคงไม่พ้นไอ้ไชยสอนเพชรตนนี้เป็นแน่
"มีอันใด"
ตาของไชสองเพชรเหลือบไปมองจระเข้สาวรูปงามนิ่งๆ ก่อนจะหันมามองคู่สนทนาและพูดเสียงนิ่ง
"พวกเราเห็นไอ้มือปราบจระเข้ฝึกวิชาเช้าจรดเย็นมาหลายวัน เลยอยากมาส่งข่าวเพียงเท่านั้น ไอ้ผู้นี้ไม่ธรรมดา วิชาดาบก็ร่ายรำได้อย่างช่ำชอง วิชาหอกก็ขว้างปาได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังมนต์อาคมที่มันแสดงออกมาอีก ข้าเกรงว่าครานี้อาจจะไม่ง่ายเหมือนคราที่ผ่านมา พวกท่าน้ำเลยวานให้ข้ามาเตือนเจ้าไว้"
ชาละวันยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นกระดกพลางมองไชยสอนเพชรนิ่งๆ
"ศัตรูนอกคุ้งข้าไม่เกรงกลัวดอก แต่ศัตรูในคุ้งใกล้มือใกล้ตีนนี่สิ ไม่รู้จะแว้งกัดข้ายามใด"
ตาคมที่มองไชยสอนเพชรอยู่ ค่อยๆ เหลือบไปมองหญิงงามข้างกายด้วยยิ้ม
"จริงหรือไม่เมียพี่"
มือหนาค่อยๆ เลื้อยไปโอบเอวคอดของเมียรักอย่างเลื่อมลายวรรณด้วยรอยยิ้มว้าง ส่วนเลื่อมลายวรรณทำได้เพียงยิ้มและพยักหน้าเบาๆ ตาดวงสวยหันไปมองไชยสอนเพชรที่กำลังมองสบตาตนเองอยู่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ จนเลื่อมลายวรรณต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง
"บอกพวกมันไม่ต้องห่วงข้า ข้าจัดการได้ ขอบใจเจ้ามาก"
ไชยสอนเพชรก้มหัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังเพื่อออกจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์ หางตาคมเหลือบไปมองใบหน้าสวยของเลื่อมลายวรรณ ที่กำลังถูกจุมพิตไปรอบบริเวณใบหน้า ซึ่งดวงตากลมโตสวยก็หันมามองเขาเช่นกัน ไชยสอนเพชรก้าวออกไปจากม่านน้ำ ก่อนที่ลำตัวจะค่อยๆ กลายเป็นจระเข้ตัวใหญ่มหึมา และว่ายน้ำไกลห่างออกไปจากถ้ำ
.
.
.
.
"พี่ไกรทองจ้ะ"
ตะเภาแก้วรีบเดินเข้ามาหาไกรทองที่กำลังฝึกวิลาดาบอยู่อย่างเร่งรีบ จนไกรทองรีบหันไปมองใบหน้าสวย
"ว่าอย่างไรจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
"บ่าวที่ไปเอาของวิเศษจากพระอาจารย์กลับมาแล้วจ้ะ"
ไกรทองรีบเดินไปยังบ่าวที่พึ่งมาจากบ้านพระอาจารย์ ก่อนจะรับของวิเศษมาไว้ในมือ
"เอ็งพร้อมวันไหนเล่าไอ้ไกร"
พระพิจิตรถามหน้าเครียด พลางตะเภาแก้วและตะเภาทองก็ยืนมองไกรทองอย่างเป็นห่วง
"พรุ่งนี้เช้าจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ฤกษ์งามยามดีจ้ะ"
เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ ไกรทองก็ขอขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะเตรียมของที่ต้องใช้ปราบไอ้จระเข้ตัวเขื่อง
ก๊อก!ๆ
"พี่ไกรทอง"
ไกรทองค่อยๆ เปิดประตู ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วที่หลายวันมานี้เหมือนเอาแต่หลบหน้าค่าตากัน
"แม่ตะเภาทอง ว่าอย่างไรจ้ะ"
ริมฝีปากอวบงามเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนนัยตาเล็กที่ดูกังวลจะมองไกรทองอยู่อย่างนั้น
"หากยามใดที่พี่จะเสียท่าให้จระเข้พวกนั้น พี่รีบออกมาเลยนะจ้ะ ฉันไม่อยากให้พี่เป็นอันตราย"
ตาของไกรทองมองตาของตะเภาแก้วที่ดูเป็นห่วงเขานิ่งๆ ก่อนจะยิ้มบางๆ และพยักหน้าเบาๆ
"ฉันนึกว่าแม่ตะเภาทองจักหนีหน้าฉันไปตลอดเสียอีก"
ตะเภาทองชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงนิ่ง
"ฉันไม่ได้หลบหน้าพี่หรอกจ้ะ แต่ฉันไม่อยากให้น้องตะเภาแก้วเข้าใจฉันกับพี่ผิด"
ไกรทองเลิกคิ้ว ก่อนจะถามพลางขยับเข้าไปใกล้ตะเภาทอง
"เข้าใจผิด เข้าใจผิดว่าอย่างไรกันล่ะ"
ตะเภาทองเม้มปาก ก่อนจะเดินหนีไปเสียดื้อๆ จนไกรทองคิ้วขมวด
"แม่ตะเภาทอง"
เรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ
"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ"
ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้น
ไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้
"พี่ไกรทองจ้ะ"
ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย
"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้"
ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา
"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพราะตนเองทั้งนั้น
.
.
.
.
เช้ารุ่งขึ้นของอีกวัน ชาวบ้านมามุงดูไอ้หนุ่มรูปงามนามไกรทอง ที่กำลังลับหอก มีด และดาบ พร้อมเชือกเส้นใหญ่ ตะเภาแก้ว ตะเภาทองและพระพิจิตรก็ยืนมองอย่างเป็นห่วง
"ฉันจะเริ่มแล้วนะจ้ะ"
เมื่อได้ยินไกรทองพูดเยี่ยงนั้น ทุกคนก็จับตามองเป็นตาเดียว ตะเภาแก้วและตะเภาทองก็มองด้วยความเป็นห่วง ไกรทองจับหอกขึ้นมากำไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงบันไดของท่าน้ำจนถึงเข่า ตาคมกวาดมองพื้นน้ำรอบๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะใช้หอกตบกระทบน้ำเสียงดัง
แป๊ะ!
เสียงรบกวนนั้นไม่ได้ทำให้จระเข้โผล่พ้นขึ้นมาบนผิวน้ำ หรือขึ้นมาโจมตีไกรทองแต่อย่างใด ชาวบ้าน พระพิจิตรและตะเภาแก้วตะเภาทองก็เงียบ ได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
มือของไกรทองประนมเข้าหากัน ก่อนจะร่ายมนคาถาเบาๆ และค่อยๆ เป่าไปบนมือที่ประนมอยู่ของตนเอง
"อ้ายจระเข้ขี้ขลาดตาขาว!"
ไกรทองพูดเสียงกังวาล พลางกำหอกในมือไว้แน่น ก่อนที่ตาคมจะกวาดไปทั่วๆ อีกครั้งพร้อมพูดเสียงดังกังวาล
"กูรู้ว่ามึงซุ่มดู! อยู่แลกลัวกูหัวหด!......หากมึงคิดว่ามึงเก่งจริง ก็ออกมาประลองกับกูเถิด จะได้รู้ว่าผู้ใดเก่งในคุ้งน้ำพิจิตรแห่งนี้!"
ซ่า!!!!
จระเข้ตัวเขื่องกระโดดออกมาจากโพงหญ้าจนน้ำกระเซ็น ชาวบ้านต่างกระโดกโตกตากและกรีดร้องอย่างตกใจ นัยตาคมจ้องตาสีทองของจระเจ้ตัวใหญ่มหึมา แม้แต่ตัวไกรทองที่เห็นจระเข้มาตั้งแต่จำความได้ เขาเองยังไม่เคยเห็นจระเข้ตัวไหน ใหญ่เท่าไอ้ตัวข้างหน้านี่มาก่อน แถมหน้าตาและลูกตามันยังน่ากลัวไม่เหมือนตัวอื่น
"ระวังนะจ้ะพี่ไกรทอง!"
ตะเภาแก้วตะโกนเสียงดัง เมื่อเห็นชายผู้เป็นที่รักกำลังประจันหน้ากับจระเข้ตัวใหญ่ยักษ์ไกรทองรีบปาหอกอาคมออกไปสุดแขน ก่อนที่มันจะปักลงบนหลังของจระเข้ตัวใหญ่จนมันดิ้นด้วยความเจ็บปวด ตาสีทองของเจ้าจระเข้วาววับด้วยความโกรธ ก่อนมันจะพุ่งตัวเข้าหาไกรทองอย่างรวดเร็ว แต่ไกรทองก็หยิบมีดสองเล่มออกมาพร้อมกับกระโดดจากท่าเข้าใส่จระเข้จนชาวบ้านแตกตื่น
ฉึก!
มือของไกรทองเสียบมีดอาคมอาบยาพิษลงบนปากของจระเข้อย่างแรง หากเป็นจระเข้ปกติ คงจะสิโรราบไปแล้ว แต่เจ้าตัวนี้กลับไม่เป็นไร ร่างของไกรทองที่ลอยอยู่บนน้ำห่างจากปากของเจ้าจระเข้ก็รู้ตัวว่าท่าไม่ค่อยดีแล้ว จึงรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่ง แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะขอบท่า จะงอยปากกว้างก็งับเข้ากลางลำตัวไกรทอง ก่อนไอ้จระเข้ตัวเขื่องจะมุดกลับลงไปยังคลองลึกโดยมีสายตาของชาวบ้านมองอย่างอนาถใจ
"พี่ไกรทอง!!!"
ตะเภาแก้วตะโกนเสียงดัง พลางน้ำตาก็ไหลลงอาบพวงแก้มสวย ตะเภาทองที่ทั้งตกใจและเสียใจไม่ต่างกันก็ได้แต่ยกมือขึ้นป้องปากพร้อมๆ กับน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงไม่ต่างจากผู้เป็นน้องสาว
"ไอ้จั่น มึงไปนิมนต์พระมาทำพิธีให้ไอ้ไกรมันเสีย บอกคนไปแจ้งพระอาจารย์ไอ้ไกรมันด้วย"
พระพิจิตรว่าอย่างนึกเวทนาไกรทอง
"ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ ไอ้ไกรเอ๋ย สู่สุขคติเถอะนะเอ็ง"
ว่าจบพระพิจิตรก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในเรือน ส่วนพวกชาวบ้านก็ต่างพากันแยกย้ายออกจากริมคุ้งน้ำ ตะเภาทองเดินช้าๆ ออกมายังร่มไม้ใหญ่ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า มีเพียงน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มงามเท่านั้นที่บอกได้ว่าหล่อนเสียใจมากเพียงไหน
"ฮือออออ!"
ตะเภาทองปล่อยโฮพลางทรุดลงข้างๆ ต้นไม้ใหญ่ มือเล็กยกขึ้นจับหน้าอกตัวเองอย่างเสียใจ ส่วนอีกทางหนึ่ง ตะเภาแก้วได้แต่ยืนร้องไห้อยู่ตรงที่เดิม มองผิวน้ำในลำคลองที่มีสีแดงของเลือดปะปน หัวใจของหล่อนตายไปพร้อมกับไกรทอง ชายผู้เป็นรักแรกไปเสียแล้ว
"ฮืออออ พี่ไกร"
.
.
.
.
"พี่ชาละวันเอาไอ้มนุษย์ผู้นี้มาทำไมหรือจ้ะ"
วิมาลาขมวดคิ้ว พลางมองหนุ่มรูปงามที่นอนสลบไสล ทั้งยังมีแผลตามตัวอยู่หลายจุด
"ฝีปากมันกล้านัก วิชาหอก วิชาอาคมก็ไม่ใช่ไก่กา แต่สิ่งที่พี่ติดใจเห็นจะเป็นวาจาหยาบกระด้างของมันกระมัง"
ตาคมสีทองอร่ามจ้องหนุ่มรูปงามที่นุ่งเพียงโจงกระเบนขาสั้น และมีร่องรอยจากการต่อสู้กับตนเอง ที่นอนสลบไสลอยู่บนแคร่
"พี่ชาละวันจะทำอย่างไรกับมันล่ะจ้ะ"
วิมาลาถามหน้าสงสัย ก่อนที่ชาละวันจะหันมายิ้มให้เมียรัก
"พี่จะสั่งสอนมันเสียหน่อย แล้วค่อยให้มันไปเตือนพวกชาวบ้าน ว่าอย่าให้ใครมายุ่มย่ามกับเรา ส่วนเราก็จะไม่ทำร้ายใครอีก"
วิมาลาถอนหายใจ เป็นจระเข้แต่จะให้เลิกกินเนื้อมนุษย์ แบบนี้จระเข้ตัวอื่นถึงจ้องแต่จะมาท้าประลองพี่อย่างไรล่ะ
"งั้นเดี๋ยวน้องกลับก่อนนะจ้ะ"
ชาละวันหันมายิ้มให้วิมาลา ก่อนที่วิมาลาจะยิ้มตอบและเดินออกไปจากม่าน กลายเป็นจระเข้และว่ายน้ำออกไป รอยยิ้มของชาละวันค่อยๆ หายไป เหลือเพียงใบหน้านิ่งงันและสายตาเย็นยะเยือกที่มองตามหลังเมียของตนเองไปตนลับตา
ตาคมสีทองค่อยๆ หันกลับมามองหนุ่มรูปงามที่นอนหมดสภาพอย่างน่าเวทนา ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้น ชาละวันเริ่มร่ายคาถาพึมพำเสียงเบา ก่อนร่องรอยแผลและรอยขีดข่วนทั้งหมดของคนที่นอนสลบไสลอยู่จะค่อยๆ เลือนหายไปจนเหมือนไม่เคยมีมาก่อน
.
.
.
.
"อือออ"
ผ่านไปหลายชั่วยาม เสียงฮึมฮำในลำคอของไกรทองทำให้ดวงตาสีทองเหลือบมามองนิ่ง
เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ แต่เมื่อเห็นว่าระยะสายตาตนเองเป็นหินย้อยแปลกตาก็กระพริบตาเล็กน้อย ก่อนคิ้วหนาจะขมวดมุ่น
ไกรทองค่อยๆ ใช้มือยันตัวเองขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันมองไปรอบๆ อย่างเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ก่อนที่ตาสีดำขลับจะหันไปเห็นบุรุษรูปงามเหมือนเทพจำแลงตามที่เสียงเล่าอ้างต่อๆ กันมา ผมยาวสีดำขลับ ใบหน้าได้รูปงาม คิ้วหนาดกดำ สันจมูกโด่งเข้ารูป ริมฝีปากงดงาม ดวงตางามราวเทพจำแลง ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามปานเทพปั้น โจงกระเบนสีทองเข้ากับสีตาดวงสวย
"จะมองอีกนานหรือไม่"
เสียงนิ่งๆ และใบหน้านิ่งงันทำให้ไกรทองหลุดออกจากภวังค์ทันควัน
"ที่แห่งนี้คือที่ใด แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร"
ไกรทองถามด้วยความสงสัย ดวงตาดำขลับกวาดมองไปรอบๆ ตัวก็เห็นมีเพียงถ้ำ ก่อนนัยตาจะไปหยุดลงตรงปากถ้ำที่ด้านนอกกลับมีฝูงปลาแหวกไหว้อย่างน่าอัศจรรย์
"เมืองใต้บาดาล"
ไกรทองรีบหันไปตามเสียงเรียบนิ่งอย่างไม่เข้าใจ จะเป็นไปได้อย่างไร หากคนตรงหน้าไม่ลวงเขา ก็อาจจะเป็นฝันไปก็ได้ หรือไม่แน่ เขาอาจจะอยู่ที่สวรรค์ หรือนรกก็เป็นได้
"ท่านเป็นเทวดา หรือท่านเป็นยมบาลกันเล่า"
ชาละวันนึกขันอยู่ในใจ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างขำขันในคำถามของมนุษย์หนุ่มรูปงามตรงหน้า
"ข้าเป็นจระเข้"
"ฮ่า!ๆๆๆๆ"
ชาละวันเลิกคิ้ว มองคนที่ขำเอาเป็นเอาตายตรงหน้านิ่งๆ ส่วนไกรทองที่ขำจนน้ำหูน้ำตาไหลก็หันมามองชาละวันทั้งรอยยิ้มขำ
"ท่านเลิกลวงข้าได้แล้ว ข้ามิโง่เง่าปานนั้นดอก บอกมาเถิดว่าท่านเป็นผู้ใด"
ชาละวันยกยิ้มบางๆ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง เรียวขายาวค่อยๆ ก้าวไปยังปากถ้ำ ก่อนที่ชาละวันจะพึมพำเบาๆ
ตาของไกรทองมองภาพตรงหน้าคิ้วขมวด ชายรูปงามปานเทวดากำลังทำอันใดอยู่ก็ไม่รู้ได้ ทั้งด้านนอกที่เป็นเหมือนเกราะกำบังน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาก็มีปลาเล็กปลาน้อยว่ายไปมาเสียให้ควัก แต่ยังไม่ทันที่ไกรทองจะคิดอันใดได้มากกว่านี้ จระเข้ตัวเขื่องก็ว่ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าถ้ำเสียแล้ว
"ท่าน! อันตราย! ถอยออกมาบัดเดี๋ยวนี้!"
นอกจากร่างงามที่ยืนหันหลังให้ไกรทองอยู่จะไม่ถอยออกมาแล้ว มือหนายังยื่นผ่านม่านน้ำออกไปและค่อยๆ วางลงบนใบหน้าของจระเข้อย่างนึกเอ็นดู ชาละวันค่อยๆ ชักมือกลับ ก่อนที่จะมองจระเข้ตัวเขื่องไหว้หนีไปนิ่งๆ
"ท่าน.....ท่านทำได้อย่างไร"
ชาละวันหันมามองคนที่ตาโตเท่าไข่ห่าน ทั้งยังมีทีท่าตกอกตกใจจนน่าขัน
"ข้าบอกไปแล้ว ว่าข้าคือจระเข้"
ไกรทองที่ตั้งสติได้ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและถอยห่างจากชาละวันช้าๆ ดวงตาสีดำขลับของไกรทองจ้องชายตรงหน้าไม่ละสายตา ชาละวันที่นึกสนุกก็ยกมือประนม ก่อนจะหลับตาและแปลงร่างเป็นจระเจ้ตัวใหญ่ยักษ์ทันตาจนไกรทองนิ่งไปเสียดื้อๆ ก่อนจะกลับกลายเป็นบุรุษรูปงามเช่นเดิม นัยตาสีทองวาวจดจ้องไกรทองด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะถามเสียงเย้า
"เชื่อข้าหรือยัง เจ้ามนุษย์"
ไกรทองหันซ้ายหันขวา ก่อนจะเหลือบไปเห็นถาดปลาหลากชนิด
"เข้ามาสิวะไอ้จระเข้ยักษ์!"
ชาละวันขำเบาๆ เมื่อไกรทองยกถาดขึ้นมาไว้ในมือเตรียมประทุษร้ายเขา
"ได้"
เรียวขายาวค่อยๆ ก้าวเข้าไปนิ่งๆ ส่วนไกรทองก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะรีบปาถาดใส่ชาละวันอย่างเเรง
เพล้ง!
"แรงใช้ได้เลยนี่เอ็ง"
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"
