[1] พี่ชาละวัน&พี่ไกรทอง
"พี่ชาละวัน เรียกหาน้องหรือจ้ะ"
ร่างงามในชุดสีเขียวและเครื่องประดับสีทองงามย่างกรายเข้ามาใน 'ถ้ำแก้ววิเศษ' โปรยยิ้มหวานให้กับชาละวันที่นั่งอยู่บนตั่งทอง
"วิมาลา มานั่งนี่มา"
มือหนาของผู้เป็นผัวอย่าง 'ชาละวัน' ตบไปที่ตักของตนเองด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนที่วิมาลาจะค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าไปหาและค่อยๆ นั่งลงบนตักของชาละวันอย่างเหนียมอาย
"เมียพี่ช่างงามเสียจริง"
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล้ไปตามพวงแก้มสีชมพูของผู้เป็นเมีย มืออีกข้าวก็กอดเอวคอดให้ขยับเข้ามาแนบอกหนาด้วยความเจ้าเล่ห์
"เอาอีกแล้วนะจ้ะพี่ชาละวัน"
พวงแก้มขึ้นสีระเรื่ออย่างเหนียมอาย ผัวของนางนั้นเจ้าเล่ห์ ทำให้นางหลงเสน่ห์เช้าจรดเย็นไม่เคยเว้นวัน
"พี่ชาละวันจ้ะ"
ร่างงามในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสองร่างที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความร้อนลุ่มริษยาในหัวใจ
"เลื่อมลายวรรณ เจ้าไม่เห็นหรอกรึ ว่าเจ้าพี่เรียกหาข้า เจ้าเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม"
วิมาลาไม่พอใจ ตะคอกหญิงงามที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนเองและผู้เป็นผัวอย่างโกรธา
"น้องขอโทษนะจ้ะพี่ชาละวัน น้องคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก คงจักรอให้พี่วิมาลาออกไปก่อนและค่อยมาแจ้งไม่ได้"
'เลื่อมลายวรรณ' เมียอีกคนของชาละวันพูดขึ้นพลางหางตาก็เหลือบไปมองใบหน้างามที่ตนเองนึกชังอยู่ทุกวัน
ชาละวันได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เอือมระอาเหมือนอย่างเคย
"ว่ามาเถิดเลื่อมลายวรรณเมียพี่"
"ชาวบ้านหามือปราบจระเข้คนใหม่ได้แล้วจ้ะพี่ ได้ยินมาว่าอ้ายผู้นี้เก่งวิชาหอกแลยังเก่งมนต์อาคมอีกด้วยนะจ้ะ"
วิมาลายกยิ้มเยาะ เลื่อมลายวรรณมักห่วงอะไรไม่เข้าท่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เสียเวลาเธอและชาละวันเสียจริง
"ข้าก็เห็นพวกชาวบ้านหามือฉมังมาคราแล้วคราเล่า แต่สุดท้ายก็ไม่มีอ้ายอีหน้าไหนสู้พี่ชาละวันได้สักคน หอกมันจักแทงเนื้อหนังมังสาของพี่ชาละวันเข้าได้เยี่ยงไร ส่วนมนต์อาคม แม้เก่งกล้าสักเพียงไหน ก็มิมีทางต่อสู้กับมนต์อาคมของพี่ชาละวันได้เป็นแน่"
ชาละวันยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจุมพิตลงบนพวงแก้มสีระเรื่อของเมียแรกอย่างวิมาลาจนเจ้าตัวยิ้มหวานหน้าขึ้นสี
"ขอบใจน้องมาก ที่มาเตือนพี่ พี่จะดูแลตนเองให้ดี มิต้องเป็นห่วงดอกเมียรัก"
เลื่อมลายวรรณกำมือเข้าหากันแน่น ก่อนจะหันหลังและสาวเท้าเดินออกไปจากม่านน้ำที่กั้นปากถ้ำไว้
เรือนร่างงามนุ่งห่มด้วยผ้าสีเหลืองและเครื่องทองค่อยๆ กลัยกลายเป็นจระเข้ตัวเมียตัวใหญ่ และว่ายห่างออกไปจนลับตา
"เรามาต่อกันดีกว่าจ้ะพี่"
.
.
.
.
"เพลานี้จระเข้ชุกชุมนักผู้ใหญ่ เกรงว่าอีกไม่ช้าชาวบ้านคงไม่ได้ลงเรือทำมาหากินเป็นแน่"
"จริงพ่อผู้ใหญ่ เราเสียชาวบ้านแลเสียมือปราบจระเข้ไปคราแล้วคราเล่า เกรงว่าหากยังเป็นเยี่ยงนี้ต่อไป เห็นทีหมู่บ้านเราคงจักต้องเดินบกเข้าเมืองแทนล่องเรือเสียแล้ว"
'พระพิจิตร' เศรษฐีผู้ร่ำรวย และผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ไม่ว่าจะหาผู้มีวิทยายุทธเก่งกล้า อาคมไม่เป็นรองผู้ใดมา สุดท้ายก็เป็นเพียงอาหารมื้อหอมหวานของไอ้พวกจระเข้ยักอยู่ร่ำไป
"เอาแบบนี้ ข้าจะลองเพิ่มอัดและของตอบแทนให้มากขึ้นอีกเท่าตัว อาจจะมีมือปราบจระเข้เก่งๆ วนเวียนมามากโข"
"แต่ผู้ใหญ่ ข่าวมือปราบตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้อัดเยอะเพียงใด เกรงว่าจะไม่มีใครกล้ามานะขอรับ"
"แล้วมึงจะเอาอย่างไรไอ้สน หรือมึงจะเอามีดพร้าไปเลาะเนื้อเลาะหนังไอ้จระเข้นั่นเสียเองวะ"
"อ่าวๆ พอแล้วๆ เอาตามที่ข้าว่าไปก่อน หากเป็นอย่างไอ้สนว่า เราค่อยมาคิดหาทางอื่นดีหรือไม่"
ชาวบ้านพยักหน้าเห็นด้วย ผู้ใหญ่บ้านจึงให้ข้ารับใช้เอาประกาศใหม่ไปติด ผ่านไปไม่ทันไร ก็มีไอ้หนุ่มรูปงามมายืนรออยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่จนผู้คนต่างมามุงดู
"สวัสดีจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ฉันชื่อไกรทองจ้ะ"
พระพิจิตรมองไกรทองที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะคิดในหัว
'รูปงาม แต่ร่างกายไม่ใหญ่ไม่โตเหมือนมือปราบที่ผ่านมา แต่ก็ถือว่าหน่วยก้านยังพอใช้ได้อยู่'
"ไกรทองรึ เอ้า เข้ามาก่อน จะได้พูดได้คุยความเป็นไปกันเสียก่อน"
ไกรทองนั่งลงบนแคร่ไม้บนเรือนไม้ไทยงาม ตาของไกรทองหันมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น ก่อนที่สายตาจะไปหยุดลงที่ร่างขาวงามระหง ผมงามสลวย พร้อมกับชุดสไบและซิ่นสีชมพูอ่อนๆ และเครื่องเงินระยิบระยับ
"น้ำจ้ะ"
มือของไกรทองยกขึ้นรับขันน้ำจากมือเรียวยาวสวยด้วยรอยยิ้มและแววตาหวาน จนตะเภาแก้วเหนียมอาย เบี่ยงหน้าไปอีกทาง
"เอ้าๆ ตะเภาทองไปไหนเสียล่ะ"
"มาแล้วจ้ะพ่อ"
ร่างงามในชุดสไบและซิ่นสีม่วงอ่อน พร้อมเครื่องเงินค่อยๆ เดินย่างกรายออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้ม หัวใจของไกรทองกลับเต้นเร็วขึ้นเสียจนต้องยกมือขึ้นจับอกตนเองช้าๆ
ตะเภาแก้วและตะเภาทองนั่งลงบนเเคร่ด้านหน้าหนุ่มรูปงามนามไกรทอง ชายผู้ที่แกร่งกล้ามาปราบจระเข้ให้พ้นหัวเมืองพิจิตร
"นี่ลูกสาวข้าเอง ตะเภาแก้ว แล้วก็ตะเภาทอง"
หน้าสวยรูปไข่ทั้งสองยกยิ้มให้ไกรทอง ก่อนจะประนมมือไหว้ด้วยความเคอะเขิน
"สวัสดีจ้ะ แม่ตะเภาแก้ว แม่ตะเภาทอง"
ไกรทองรับไหว้ มองสองพี่น้องคนงามสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ส่วนตะเภาแก้วและตะเภาทองก็หน้าขึ้นสีระเรื่อ เขินอายพ่อหนุ่มมือปราบจระเข้จนผู้เป็นพ่อต้องรีบตัดบท
"เอ็งมีวิชาเก่งกล้าเท่าใดวะไอ้ไกรทอง จึงอาสาจะมาปราบจระเข้ให้หมู่บ้านของข้า มิใช่ว่าเห็นแก่อัดแก่ทอง จึ่งมาปราบนะโว้ย ข้าเตือนไว้ก่อน ว่าไอ้จระเข้ตัวนี้ เหิมเกริมนัก.....เสียไปแล้วหลายศพเลยเชียวล่ะเอ็ง"
พระพิจิตรว่าหยั่งเชิง พลางหรี่ตามองไกรทอง หนุ่มรูปงามตรงหน้า
"ฉันพอมีวิชาอยู่บ้างจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ติดสอยห้อยตามไปปราบจระเจ้กับพระอาจารย์มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จนอายุย่าง 18 ฉันก็เริ่มออกล่าจระเข้คนเดียวมาจนบัดนี้เลยจ้ะ"
พระพิจิตรพยักหน้า ก่อนจะยื่นกระดานส่งให้กับไกรทอง
มือของไกรทองรับกระดานจากพระจิตรมาไว้ในมือ ก่อนนัยตาจะกวาดมองบนกระดาน ที่มีภาพจระเข้ตัวเขื่องที่วาดเขียนด้วยช็อคสีขาวอย่างพิจารณา
"ไอ้ตัวนี้แหละ ที่มันฆ่าชาวบ้านและมือปราบจระเข้ไปหลายคน"
ไกรทองยื่นกระดานกลับให้พระพิจิตร
"ดูจากขนาดตัวแล้ว มันใหญ่หลายวาเห็นจะได้ หากเป็นฉะนี้ฉันเกรงว่าจะต้องเดินทางกลับไปเอาของวิเศษจากพระอาจารย์เสียก่อน จึงจักกลับมาปราบมันได้จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
"เป็นเยี่ยงนั้นรึ ถ้าอย่างนั้น เอ็งก็รีบไปรีบมาเถิด ข้าจักรออยู่ที่นี่"
"จ้ะพ่อผู้ใหญ่ แต่กว่าฉันจะถึงบ้านพระอาจารย์ และกว่าจักมาถึงเมืองพิจิตร เกรงว่าจักใช้เวลาเจ็ดวันเห็นจะได้นะจ้ะ แล้วฉันจะรีบกลับมาจ้ะ"
"เห้ย นานเสียจริง หากต้องใช้เวลาเดินทางนานถึงเพียงนั้น สู้เอ็งเขียนสิ่งที่จะไปเอา แล้วให้คนของข้าไปเอาของมาให้เอ็งเสียดีกว่า เอ็งจักได้มีเวลาเตรียมตัวและฝึกซ้อมวิทยายุทธ แบบนี้ดีกว่ารึไม่"
"ได้จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
พระพิจิตรพยักหน้า ก่อนจะหันไปทางลูกสาวทั้งสองคน
"สองคนไปช่วยอีเลียงมันตระเตรียมห้องหับให้พ่อไกรเสียไป"
"จ้ะพ่อ"
"จ้ะ"
ตาของไกรทองมองตามแผ่นหลังขาวเนียนทั้งสองไปเหมือนโดนมนต์สะกด ก่อนที่พระพิจิตรจะยื่นกระดาษและพู่กันพร้อมหมึกมาให้
มือที่หยาบกระด้างเล็กน้อยค่อยๆ บรรจงเขียนสิ่งที่ปราถนาลงบนกระดาษ พร้อมทั้งเขียนชื่อของตนเองลงไป ก่อนจะส่งกลับให้พระพิจิตร
"เอาล่ะ เดี๋ยวรอห้องหับพร้อมก่อน เอ็งค่อยเข้าไปพักนะ ส่วนข้าขอตัวไปคุยกับพวกชาวบ้านก่อน"
"จ้ะพ่อผู้ใหญ่"
ตาดวงสวยของไกรทองหันไปมองตะเภาแก้วที่กำลังถือตระกร้าผ้า พลางเหลือบมามองไกรทองอย่างเหนียมอาย ก่อนจะรีบเข้าไปในห้อง
"งามเสียจริง แม่เอ๋ย"
ไกรทองพูดเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มเหมือนต้องมนต์เสน่ห์ ไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ยังมิเคยเห็นหญิงใดงามปานแม่ตะเภาแก้วและตะเภาทองสักครา
"พี่ไกรทองจ้ะ ฉันกับพี่ตะเภาแก้วเตรียมห้องไว้ให้แล้ว พี่ไปพักผ่อนเถิดจ้ะ"
ตาของไกรทองมองนวลแก้มสีขาวผ่อง ตาดวงโตสีดำขลับและริมฝีปากกระจับสีชมพูอ่อนๆ อย่างหลงไหล ก่อนจะค่อยๆ ยืนขึ้นและมองไปยังตะเภาแก้วที่ยืนอยู่ด้านหลังตะเภาทองด้วยรอยยิ้ม
"ฉันขอบคุณน้องตะเภาแก้ว แล้วก็น้องตะเภาทองด้วยนะจ้ะ"
ตะเภาแก้วและตะเภาทองยิ้มเขินอาย ก่อนจะพากันเดินกลับเข้าห้องตนเองไป
ไกรทองจึงหยิบสัมภาระและเดินไปที่ห้องด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปิดประตูลงเบาๆ หนุ่มรูปงามที่นุ่งเพียงผ้าขาสั้นค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ที่ปูด้วยผ้าชั้นดียิ้มๆ ในใจก็หวนนึกถึงใบหน้างามและรอยยิ้มเคอะเขินของลูกสาวบ้านพระพิจิตร ที่ถูกตาต้องใจเขาเข้าเสียเต็มประดา
- รุ่งเช้าของอีกวัน
"ตื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้ไกร"
พระพิจิตรที่สีขี้ตาลงมาแต่บนบ้าน เห็นไกรทองกำลังฝึกดาบอยู่ก็ทักท้วง ไกรทองจึงหันมามอง ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วและตะเภาทองอยู่ด้านพลังพระพิจิตรผู้เป็นพ่อ
'งามอีกแล้วหนาแม่'
คิดในใจเสร็จ ไกรทองก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงงาม ก่อนจะพยักหน้าให้พระพิจิตรด้วยรอยยิ้ม
"จ้ะ เห็นทีงานนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคยจ้ะพ่อผู้ใหญ่"
"เอ้าๆ พักก่อนๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน จะได้มีกำลังฝึกซ้อม"
พระพิจิตรเดินลงไปยังชานบ้าน ก่อนนจะนั่งลงบนแคร่ไม้ใหญ่ ตามด้วยตะเภาแก้วและตะเภาทอง ส่วนไกรทองที่เดิมตามมาก็ค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ
"ให้ฉันไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมจ้ะพ่อผู้ใหญ่"
ตาคมสวยของตะเภาแก้วและตะเพราทองมองเนื้อตัวที่มีมัดกล้ามและเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวจนเนื้อตัวของไกรทองวาววับ พลางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปคนละทิศละทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองหันมามองพอดิบพอดี
"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ"
ว่าจบทั้งสี่คนก็กินอาหารกันเงียบๆ ในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่ไกรทองจะขอตัวไปฝึกซ้อมวิชาดาบต่อ
"พักดื่มน้ำก่อนเถอะจ้ะ"
เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ทำให้ไกรทองต้องรีบหยุดฝีดาบที่กำลังกวัดแก่งอยู่ และหันไปมองด้านหลัง ที่เป็นใบหน้างามของตะเภาแก้วที่ยกยิ้มอยู่ พร้อมกับขันน้ำในมือที่โรยด้วยกลีบดอกมะลิหอม
"ขอบใจจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
ไกรทองวางดาบลงบนแคร่ไม้ ก่อนจะยกมือขึ้นรับขันน้ำมะลิกลิ่นหอม ปลายนิ้วหนาสัมผัสกับนิ้วเรียวยาวเบาๆ ก่อนที่ตะเภาแก้วจะสะดุ้งและรีบชักมือออกด้วยความเหนียมอาย แก้มสวยจึ้นสีระเรื่อจนหัวใจของพ่อหนุ่มรูปวามไกรทองเต้นระรัว
"ฉันขอตัวก่อนนะจ้ะ"
ว่าจบร่างงามระหงก็รีบหมุนตัว เดินหนีขึ้นบ้านไปด้วยหัวใจที่กระสับกระส่าย
ตะเภาทองที่เห็นน้องขึ้นเรือนมาก็รีบเดินไปหาที่ห้อง ก่อนจะถามเสียงใสพลางค่อยๆ นั่งข้างๆ
"เป็นอะไรหรือน้องตะเภาแก้ว"
มือเล็กแตะลงบนไหล่เนียนของน้องสาวเบาๆ ก่อนที่ตะเภาแก้วจะเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย และหันมามองตะเภาทองผู่เป็นพี่
"พี่ตะเภาทอง ฉันว่าฉันชอบพี่ไกรทองเข้าแล้วล่ะจ้ะ"
ตะเภาทองนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามผู้เป็นน้องด้วยรอยยิ้มเก้ๆ กังๆ
"น้องมั่นใจแล้วหรือ"
"ฉันมั่นใจจ้ะ เห็นคาแรกก็ใจเต้นตึกตัก ลมแทบจับ ตั้งแต่เกิดมา ฉันยังมิเคยหลงไหลชายใดเลยสักคน แต่พอเป็นพี่ไกรทอง ฉันกลับรู้สึกวูบวาบอยู่ในท้องทุกคราที่ประสานสายตากับเขา แบบนี้หรือไม่พี่ตะเภาทอง ที่เขาเรียกกันว่ารักแรกพบ"
ตะเภาทองยิ้มบางๆ มองผู้เป็นน้องที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับโดนมีดกรีดแทงใจ
.
.
.
.
"น้องตะเภาแก้ว"
ไกรทองเรียกคนที่กำลังโปรยกลีบดอกมะลิลงในโอ่งน้ำ จนเจ้าตัวค่อยๆ หันมามองด้วยรอยยิ้ม
"มาพอดีเลยนะจ้ะพี่ไกรทอง ตะเภาแก้วไปเด็ดดอกมะลิมาใส่น้ำในโอ่งไว้ เวลาพี่ไกรทองอาบ จะได้หอมสดชื่นจ้ะ"
ตะเภาแก้วมองใบหน้างามของชายที่นางเรียกว่ารักแรกพบด้วยรอยยิ้มกว้าง
"ขอบใจมากนะจ้ะน้องตะเภาแก้ว"
ตะเภาแก้วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินหนีออกไปอีกทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองมองเหมือนจะกลืนกินเธอเสียให้ได้
"น่ารักเสียจริงแม่ตะเภาแก้ว"
พอพูดยิ้มๆ จบก็เข้าไปในห้องน้ำทันที มีเพียงสายตาเศร้าหมองในมุมอับตาที่มองแผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเต็มประดา
'หากไม่ใช่น้องตะเภาแก้ว ฉันคงไม่ยอมรามือจากพี่ง่ายถึงเพียงนี้'
