ตอนที่ 13 เพลิงแค้นพ่อเลี้ยง
“พอแล้ว... ขอร้อง อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาใส
“มาให้ผมจูบให้พอใจก่อนสิ คุณตบผมนะ!”
สิ้นประโยคเผด็จการ ภูดิศก็กระชากร่างบางเข้ามาบดจูบอีกรอบ ครั้งนี้มันร้อนแรง ดุดัน และโหยหากว่าเดิมจนหวันยิหวาแทบละลายเป็นจุณ ชายหนุ่มยอมปล่อยข้อมือเธอให้เป็นอิสระ เปลี่ยนมาเป็นใช้ฝ่ามือหนาร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด บดเบียดลาดไหล่บอบบาง สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นชวนฝัน รสจูบทวีความดิบชื้นจนเสียงครางเครือสอดประสานระงมห้อง
“อื้อ!!... พอแล้ว!!!”
หญิงสาวฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มผ่อนแรงเพื่อสูดอากาศหายใจ ใช้สองมือยันแผงอกล่ำสันออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือหนาว่างเปล่าทั้งสองข้างของเขาจะเลื่อนลงต่ำไปลูบไล้สะโพกกลมกลึงและต้นขาอ่อนของเธอ เสียงร้องห้ามพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้อย่างขวัญเสียก็ดังขึ้น
“อย่านะ... ฮึก พอแล้ว...”
เพลิงราคะที่สุมอยู่ในอกชายหนุ่มยากจะมอดดับลงได้ง่ายๆ ภูดิศไม่ฟังเสียงทัดทาน เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกว้างตึงแน่นและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยอย่างคนทำงานหนัก ก่อนที่เขาจะขยับเข้าประชิดแล้วจัดการถอดเสื้อคอกระเช้าตัวโคร่งออกจากร่างบางอย่างรวดเร็วจนหลุดลอยไป
“อ๊ะ! นาย... ขอร้องล่ะ”
หวันยิหวาอุทานด้วยความตกใจ ทรวงอกอวบอิ่มชูชันเด้งเด่นสลวยเบื้องหน้า มีเพียงบราเซีย ลูกไม้สีหวานตัวจิ๋วที่โอบอุ้มความนุ่มหยุ่นล้นทะลักเอาไว้ ภูดิศดวงตาวาวโรจน์ สัญชาตญาณดิบตื่นตัวเต็มที่ ชายหนุ่มไม่รอช้า เอื้อมมืออ้อมไปทางด้านหลังเพื่อปลดตะขอบราเซียออกอย่างชำนาญ เพียงพริบตาเดียว แผ่นลูกไม้ชิ้นน้อยก็หลุดร่วงลงพื้น เผยปทุมถันคู่สวยอวบอิ่มระยับขาวเนียนตาชวนมองยอดอกสีหวานชูชันท้าทายสายตา
“คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่ามาทำอะไรที่นี่...” ภูดิศพึมพำถามเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นแล้วเลื่อนต่ำลงมาครอบครองยอดอกอวบอิ่มเข้าไปในโพรงปากร้อน ชายหนุ่มส่งปลายลิ้นตวัดหยอกเอิน บดจูบและดูดกลืนเต้านมเธออย่างหิวกระหายสลับซ้ายขวา
“อ๊า... อื้อ! ไม่รู้ ฉั้นแค่มาช่วยงาน แม่ฉันไม่สบาย ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลย”
“แม่คุณไม่เคยบอกอะไรเลยหรือไง”
“ปล่อยเถอะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องนาย” หวันยิหวาตอบแต่ความรู้สึกเสียวซ่านทำให้เธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว สมองขาวโพลน เรียวขาบางอ่อนระทวยจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายซาบซ่านรัญจวนจนสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความเสียวซ่านแล่นริ้วเข้าสู่แกนกลางความเป็นสาวอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่เขาลิ้มรสความหวานจากทรวงอกงาม มือหนาอีกข้างก็เลื่อนต่ำลง สอดแทรกผ่านปมผ้าถุงลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะตะปบเข้าที่ร่องสวาทกลางกายสาวที่เวลานี้เริ่มฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำหวานหล่อลื่นที่รินไหลออกมาตามธรรมชาติ
“ฮื้อ... อิตาบ้า... อย่านะ...อื้อ พอแล้ว ขอร้องล่ะ” เสียงครางประท้วงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หวันยิหวาแทบจะยอมสยบให้แก่สัมผัสจ้วงจาบอันแสนเชี่ยวชาญของหัวหน้าคนงานคนนี้ มือบางจิกเข้าที่ไหล่หนาของเขาเพื่อพยุงตัวไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น
ภูดิศเหยียดยิ้มร้ายในใจยามรับรู้ถึงความแฉะชื้นชวนใจสั่น ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากสรวงอกงามอย่างนึกเสียดาย ตวัดสายตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่แดงซ่าน ดวงตาปรือฉ่ำด้วยไฟราคะ ก่อนจะเอื้อมมือไปกระตุกปมผ้าถุงที่เอวบางให้หลุดลอย ร่วงหล่นลงไปกองที่พื้นห้องในทันที! ตอนนี้ร่างระหงเหลือเพียงแพนตี้ตัวจิ๋วสีเข้าชุดกันเท่านั้นที่ปิดบังความงามเอาไว้
ภูดิศถูกแรงผลักจนเซถอยหลังไปเพียงช่วงเอื้อมมือ ชายหนุ่มขบกรามแน่น หายใจหอบถี่จนแผงอกล่ำสันกระเพื่อมไหวรุนแรง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องเรือนร่างระหงของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสื้อคอกระเช้าและบราเซียชิ้นน้อยหลุดร่วงไปกองกับพื้น ยอดอกอวบอิ่มชูชันเด่นหราท้าทายสายตา ขณะที่ผ้าถุงผืนบางถูกกระตุกจนลอยละลิ่ว เผยให้เห็นเรียวขาสลวยเนียนละเอียดล่อตาแตะต้องใจ มีเพียงปราการชิ้นสุดท้ายที่ปิดบังความเอาไว้
อารมณ์ดิบในกายหนุ่มพลุ่งพล่านจนยากจะกักเก็บ อารมณ์กระหายที่กำลังครอบงำบอกให้เขาเดินหน้าก้าวข้ามเส้นไปจับเธอเปลื้องผ้าฝังเสน่หาลงบนเตียงกว้างอีกครั้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
แต่แล้ว... เสียงร่ำไห้สะอื้นฮักที่ดังขึ้นเบา ๆ พร้อมหยาดน้ำตาเม็ดโตที่ไหลนองแก้มเนียนของหวันยิหวากลับทำหน้าที่ราวกับน้ำเย็นจัดที่ราดลงบนกองเพลิง สำนึกส่วนดีที่ยังหลงเหลืออยู่ฉุดรั้งสติของภูดิศไว้ได้ทันท่วงที ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไล่ความกระสันอยากที่เกาะกินออกไปอย่างยากลำบาก
เมื่อหญิงสาวเห็นร่างสูงใหญ่ตรงหน้าชะงักงันไป มือเรียวขยับหมายจะเงื้อมตบหน้าเขาซ้ำอีกรบเพื่อปกป้องเกียรติและร่างกายที่แทบเกือบจะตกเป็นของเขา แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับตวัดมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางนุ่มนิ่มไว้ได้ทันท่วงที สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานที่คลอเบ้าเปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่นและรอยร้าวรานอย่างข่มขวัญ
จากนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังรัวขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มละสายตาจากเรือนร่างเย้ายวนชวนฝันชั่วคราวแล้วหันไปคว้ามันขึ้นมากดดู หน้าจอโชว์สายเรียกเข้าดวงใจมารดาของเธอที่เพิ่งโทรมาคาดคั้นเขาเมื่อครู่นั่นเอง
เสียงเรียกเข้าแผดดังราวกับเป็นสัญญาณเตือนสติว่าผู้หญิงตรงหน้าคือคนที่เขาไม่ควรกระทำย่ำยี
“อย่าได้คิดจะฟ้องแม่เด็ดขาด” เขาข่มขู่เธอเสร็จเขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปกระแทกประตูเสียงดังปัง! ทิ้งให้หวันยิหวาที่รอดพ้นเงื้อมมือมารมาได้อย่างหวุดหวิดทรุดกายลงกอดเข่าร้องไห้โฮบนเตียงกว้าง
พ่อเลี้ยงหนุ่มสาวเท้าออกไปยังเฉลียงระเบียงด้านนอกอย่างหงุดหงิดขัดใจรุนแรง... เขาหงุดหงิดที่อารมณ์ดิบตัณหาในกายเกือบจะอยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง และที่น่ากลัวไปกว่านั้น สัมผัสหวานล้ำละมุนลิ้นจากหวันยิหวา มันกำลังทำให้หัวใจแกร่งที่เคยด้านชาของซาตานอย่างเขาเริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัวจนเขาเองยังนึกรังเกียจตัวเอง!
