11 ขอแค่อย่างเดียว
ท่ามกลางความเงียบงันมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน บัณฑูรย์โอบรัดแผ่นหลังจนเต้านมอวบเต่งตึงของเธอแนบชิดไปกับแผงอกกว้าง มือหนาเริ่มซุกซนไปตามสะโพกและก้นงามงอนของเธอ
ปลุกเร้าสัญชาตญาณที่ศรัญพัชญ์พยายามสะกดกลั้นไว้มาโดยตลอด สุดท้ายเธอก็รวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด จำใจเอ่ยเงื่อนไขสุดท้ายออกไป
“คุณบัณฑูรย์คะ... ฉันจะยอมคุณทุกอย่าง แต่ขอแค่อย่างเดียว” ศรัญพัชญ์กระซิบเสียงสั่นพร่าขณะที่เขากำลังซุกไซ้ซอกคอ บัณฑูรย์ชะงักเพียงครู่ เขากดจูบหนักๆ ลงบนไหล่เนียนแทนคำรับรู้ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า
“อะไรเหรอครับ... คุณรัญ?”
“คุณห้ามสอดใส่เด็ดขาด... ฉันไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แล้ว” คำขอของเธอแฝงไปด้วยความหวาดหวั่นลึกๆ ภายใต้ท่าทีโอนอ่อนศรัญพัชญ์กลับต้องเผชิญกับพายุทางอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีดั่งพันธนาการเส้นหนาที่คอยฉุดรั้งเธอไว้ ภาพใบหน้าของบุพการีและความคาดหวังของครอบครัวแวบเข้ามาในห้วงคำนึง
สติสัมปชัญญะส่วนหนึ่งกู่ร้องเตือนว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คือความเหลวแหลกที่เธอไม่ควรจะก้าวล่วงทำซ้ำอีก
คำพูดนั้นทำให้บัณฑูรย์คลี่ยิ้มบางที่มุมปาก บัณฑูรย์ไม่ตอบในทันที เขาคลี่ยิ้มบางที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะประคองใบหน้าสวยให้สบตาเขาตรงๆ แววตาของเขาเข้มจัดจนดูคล้ายหลุมพรางที่ยากจะปีนป่ายขึ้นมาได้
“คุณอย่ามองว่ามันเป็นเรื่องผิดสิครับ... ในเมื่อเราไม่ได้ทำร้ายใคร” เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากจรดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากบางอย่างจงใจ
“ลืมโลกภายนอก ลืมกฎเกณฑ์ทุกอย่างทิ้งไป... คืนนี้มีเพียงแค่ผมกับคุณ ทุกอย่างจะจบลงแค่ที่นี่ และผมจะไม่เรียกร้องผูกพันใดๆ กับคุณทั้งสิ้น”
“รวมถึง... การนอกใจแฟนด้วยเหรอคะ?” คำถามนั้นหลุดออกมาพร้อมความไหวระริกในดวงตา
“คุณโตพอที่จะตัดสินใจเลือกคู่ครองด้วยตัวคุณเองแล้วนะครับ และสิ่งที่คุณต้องการมันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรเลย...เชื่อผมซิ” คำพูดของเขาทำให้หัวใจที่เต้นรัวของเธอสะดุด
“ถ้าจะเรียกว่านอกใจ คุณก็คงนอกใจเขาตั้งแต่ที่คุณยอมคบหากับคนที่พ่อแม่เลือกให้แล้วล่ะครับ” คำพูดของเขาเหมือนมีดคมที่กรีดลงบนแผลในใจ
ยิ่งเธอพยายามยึดมั่นในกรอบศีลธรรมเท่าไร สัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวของบัณฑูรย์ที่กำลังจาบจ้วงนวดเฟ้นไปตามเรือนร่างและสะโพกอวบกลมกลึงนั้น กลับทำหน้าที่ดั่งกองเพลิงที่คอยเผาผลาญความยับยั้งชั่งใจให้มอดไหม้ไปทีละน้อย แรงปรารถนาที่เขาจุดขึ้นมันช่างรุนแรงและหอมหวานเสียจนมโนธรรมที่เคยตระหนักลางเลือนลงเรื่อย ๆ
“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่... มันก็แค่การปลดปล่อยตัวตนจากพันธนาการที่น่าอึดอัด ให้ร่างกายได้สัมผัสกับความสุขสมที่ควรจะเป็น... เชื่อผมเถอะครับ” ศรัญพัชญ์กำลังสับสนระหว่างความถูกต้องกับความต้องการ ที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ กำแพงแห่งความรู้สึกผิดที่เธอได้ก่อไว้ก็เริ่มพังทลายลงราบคาบด้วยคำหว่านล้อมอันแสนร้ายกาจนั้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงไปกับกิเลสตรงหน้าที่เธอไม่อยากปฏิเสธอีกต่อไป
“ค่ะ...” สิ้นเสียงตอบรับที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม บัณฑูรย์ก็เริ่มบรรเลงบทเพลงรักอย่างเหนือชั้น ฝ่ามือร้อนผ่าวเริ่มทำหน้าที่นวดเฟ้น มอบสัมผัสหนักสลับเบาปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายในจนเธอสั่นเทิ้มไปทั้งกาย เขาใช้ความเจนจัดกรีดกรายสัมผัสผ่านจุดอ่อนไหวภายนอกอย่างช่ำชอง ก่อนจะโน้มกายลงมามอบจูบที่ดูดดื่มและเร่าร้อน จนศรัญพัชญ์แทบจะสำลักความสุขที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เรียวลิ้นร้อนระอุเกี่ยวกระหวัดรัดรึง หยอกเย้าพัวพันกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง บัณฑูรย์ดูดดึงจิตวิญญาณของเธอให้หลุดลอยไปพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดและขาดห้วง ในขณะที่เขามอบจูบให้เธออย่างหนักหน่วงและดูดดื่ม มือหนาก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไร้ความหมาย ก่อนจะเอื้อมไปรั้งชุดเดรสเกาะอกให้เลื่อนหลุดจากเต้านมอวบเต่งตึงที่ซุกซ่อนเอาไว้ พริบตาเดียวอาภรณ์นั้นก็ลงไปกองอยู่ที่บั้นเอวคอดกิ่ว เปิดเปลือยความงามของประทุมถันที่เหนือจินตนาการของบัณฑูรย์
ไฮโซหนุ่มถึงกับชะงักงัน แววตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นกลับฉายแววตะลึงพรึงเพริดในสิ่งที่เห็น แสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านความสลัวอาบไล้ลงบนผิวกายขาวผุดผ่องราวน้ำนม ทรวงอกอิ่มสล้างที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้บราเซียปีกนกสีขาวตัวจิ๋วกำลังสั่นกระเพื่อมตามแรงสะท้อนของจังหวะหอบหายใจ ความอวบอัดกลมกลึงที่ล้นทะลักออกมานั้นยั่วยวนจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ลืมสิ้นทุกอย่างนอกจากร่างอวบอิ่มที่กำลังเต้นเร้าอยู่ตรงหน้า
“คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนผมแทบหยุดหายใจ” บัณฑูรย์พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันคือเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความปรารถนาอันแรงกล้า
“ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ...” ศรัญพัชญ์ช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับความเสน่หาขึ้นมอง แววตาของเธอดูสับสนระหว่างความเขินอายและความโหยหา
“ผมพูดความจริงครับ... ไม่ได้แกล้งโกหกเพื่อเอาใจคุณเลยสักนิด” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มร้อนผ่าวสีระเรื่อ
“คืนนี้... ผมขออนุญาตจูบคุณทุกตารางนิ้วเลยได้ไหมครับ” คำขอที่แสนจาบจ้วงแต่ฟังดูสุภาพ ทำเอาหญิงสาวหัวใจเต้นแรง
“ก็ตามใจคุณสิคะ...” ศรัญพัชญ์พึมพำตอบอย่างโอนอ่อน และไม่กล้าสบตากับบัณฑูรย์
มือหนาไม่รอช้า เขาจัดการเลื่อนเดรสรัดรูปที่ติดค้างอยู่บั้นเอวให้หลุดพ้นไปจากเรียวขา ก่อนจะเอื้อมมือมาแกะตะขอเกี่ยวตรงกลางของบราเซียปีกนกตัวจิ๋ว
บัณฑูรย์ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอพลาสติกกลางอกอวบให้แยกออกจากกัน เมื่อบาร์ปีกนกที่รัดรึงทรวงอกเอาไว้แน่นคลายตัวออกจากกัน มือหนาก็ค่อย ๆ ลอกแผ่นซิลิโคนเหนียวหนึบออกอย่างใจเย็น เพียงไม่นานบราปีกนกที่ห่อหุ้มทรวงอกอวบอิ่มก็หลุดลอยพ้นไปจากเรือนร่าง
“หน้าอกคุณสวยมาก” เสียงเอ่ยชมดังขึ้นอีกครั้งเมื่อยอดอกสีหวานปะทะกับอากาศเย็นเฉียบภายในห้อง ทรวงอกคู่สวยที่เคยถูกบีบชิดกันด้วยบราปีกนกตัวจิ๋ว ดีดตัวสลัดพันธนาการออกมาอวดความขาวนวลเด่นตั้งตระหง่าน แผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนจากแผงอกกว้าง ขณะที่สายตาคมกริบของบัณฑูรย์ก้มมองความงดงามตรงหน้าอย่างหิวกระหาย
ร่างกายของเธออ่อนระทวยลงทันทีเมื่อลิ้นร้อนของเขาเริ่มตวัดไล้ไปตามยอดปทุมถันสีหวาน ความซ่านสยิวแล่นพล่านจนแข็งขาอ่อนแรงถึงกับต้องยึดบ่ากว้างของเขาเอาไว้ บัณฑูรย์ปรนเปรอเธอด้วยอุ้งปากร้อนอย่างถึงใจ ดูดดึงยอดอกอิ่มจนเกิดเสียงชื้นแฉะกระตุ้นความต้องการจนหญิงสาวบิดกายเร่า และครางประท้วงในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
“คุณบัณฑูรย์... อ๊ะ! ตรงนั้น... อย่าแกล้งกันสิคะ”
เขาไม่หยุดเพียงเท่านั้น แต่กลับลากไล้ลิ้นร้ายผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะลงไปพรมจูบที่โคนขาหนีบ รอยรักสีกุหลาบที่เขาจงใจฝากไว้กระจายไปทั่วผิวเนียนดั่งตราประทับความเป็นเจ้าของ
ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกหลอมละลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความร้อนแรงที่เขามอบให้แผดเผาความทรงจำถึงใครบางคนจนมอดไหม้ เหลือเพียงความรัญจวนที่เขาสลักไว้บนผิวเนื้อของเธอเท่านั้น
บัณฑูรย์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาเข้มจัดด้วยเพลิงปรารถนาขณะประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขน ปลายนิ้วที่ไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้ใจเธอสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่เขาจะซุกไซ้ลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลายลิ้นร้อนลากไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดก่อนจะฝังคมเขี้ยวและออกแรงดูดดึงอย่างหนักหน่วง