12 เรียกที่รักได้ไหม
“ผมขอฝากรอยรักเอาไว้นะครับ... เผื่อว่าคุณจะคิดถึงผมบ้าง” เขาพึมพำเสียงพร่าชิดผิวเนื้อที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีกุหลาบ
“อื้ออ! คุณบัณฑูรย์... ตรงคอไม่ได้นะคะ!” เสียงอ่อนระทวยครางอ้อนวอนชายหนุ่ม พลางเบี่ยงลำคอระหงหลบพัลวันด้วยแรงที่เหลืออันน้อยนิด ความเสียวซ่านทำให้เรี่ยวแรงของเธอมลายหายไปจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปซ้อมรับปริญญาแล้วนะคะ... ช่างแต่งหน้าต้องรู้แน่ ๆ ว่าฉันไปทำอะไรมา”
“โทษทีครับ... ผมลืมตัวไปหน่อย ก็คุณมันน่ากินไปทั้งตัวเลยนี่ครับ” บัณฑูรย์เงยหน้าขึ้นมายิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ได้แสดงความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างของเธอ
“ดู... ดูดที่อื่นแทนได้ไหมคะ!!!...” หญิงสาวกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายสุดระงับกับคำขออันน่าใจหายของตัวเอง
“คุณจะทำตรงไหนก็ได้ค่ะ... ยกเว้นที่คอ ฉันอายช่างแต่งหน้า” บัณฑูรย์เลิกคิ้วมองท่าทางขัดเขินนั้นด้วยความเอ็นดู ก่อนจะก้มลงไปกระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกซู่
“ตรงไหนก็ได้... งั้นเหรอครับ?” คำถามนั้นมาพร้อมกับสายตาที่กวาดมองลงไปยังปทุมถันอวบอัดและหน้าท้องแบนราบ มือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงไปใต้ร่มผ้าอย่างมีความหมาย
ศรัญพัชญ์ได้แต่หลับตาพริ้ม ยอมรับสัมผัสรุกรานที่ชวนให้ใจสั่น เมื่อเขาโน้มตัวลงไปฝังใบหน้ากับเนินเนื้อนุ่มที่อยู่พ้นสายตา ก่อนจะเลือกเฟ้นจุดที่ลึกลับและอ่อนไหวที่สุดเพื่อฝังรอยรักตามที่ต้องการ
“อ๊ะ... อ๊าาา!” ศรัญพัชญ์ครางกระสัน สองมือบางขยำกลุ่มผมท้ายทอยของบัณฑูรย์จนยุ่งเหยิง ความรู้สึกวูบวาบจากการถูกตีตราในจุดที่เร้นลับที่สุดทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสมบัติของเขาอย่างแท้จริง
บัณฑูรย์ดูดดื่มความหวานจากผิวเนื้อเธออย่างตะกรุมตะกราม ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นกระจายอยู่ตามโคนขา ก้นของเธอ และเนินอก ราวกับจะประกาศว่าเธอคือผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ท่ามกลางแสงไฟสีนวลตาภายในห้องพักสวีทสุดหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้และไวน์แดงมีเพียงไอร้อนจากร่างกายที่บดเบียดเข้าหากันอย่างไม่ลดละ
ศรัญพัชญ์ที่ถูกพันธนาการด้วยความตึงเครียดจากกฎเกณฑ์มาเนิ่นนาน บัดนี้เธอกำลังสั่นสะท้านภายใต้อ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการของบัณฑูรย์
เขาระดมจุมพิตไปตามลำคอระหงอย่างแผ่วเบาโดยไม่ให้เกิดรอย สัมผัสจากริมฝีปากและไรเคราจางๆ ที่ลากผ่านผิวเนียนละเอียดทำเอาหญิงสาวที่ห่างหายจากสัมผัสรักมานานแรมปีถึงกับสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ถูกกักขังไว้นั้นราวกับเขื่อนที่รอพังทลาย
บนโซฟากว้างภายในห้องที่เงียบสงัด บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรักที่ร้อนระอุ ศรัญพัชญ์เอนกายพิงแผงอกแกร่งของบัณฑูรย์อย่างโหยหา
ร่างกายที่เคยถูกกักขังให้อยู่แบบกุลสตรีมานานนับปี บัดนี้สั่นสะท้านราวกับขี้ผึ้งถูกลนด้วยไฟ
“คุณบัณฑูรย์!!!...อื้มมม!!” เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากอวบอิ่ม เมื่อมือหนาที่ร้อนผ่าวรุกรานไปทั่วเรือนร่าง
สายตาที่ลุกโชนด้วยไฟราคะจ้องเขม็งจนหญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ความประหม่าและความเขินอายแล่นริ้วขึ้นมาจนแก้มใสแดงระเรื่อ เธอรีบยกมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้ปิดบังยอดปทุมถันสีสวยเอาไว้ด้วยความตกใจ
“เล่นจ้องขนาดนี้ฉันก็เขินเป็นนะคะ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว พยายามห่อไหล่เข้าหากันเพื่อหลบเร้นจากสายตาคู่นั้น แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ท่าทางของเธอดูเย้ายวนใจคนมองมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
ความเสียวซ่านแล่นผ่านเข้าสู่ท้องน้อยของศรัญพัชญ์จนบริเวณร่องหลืบถึงกับชื้นแฉะ ปลายนิ้วแกร่งหยอกเย้าสะกิดปทุมถันสีชมพูระเรื่อจนมันชูชันแข็งเป็นไต ก่อนที่เขาจะจับร่างของเธอที่พิงอกอยู่ให้หันหน้าเข้าหากัน
บัณฑูรย์ดูดเม้มสลับกับนิ้วที่บีบหัวนมเบา ๆ จนหญิงสาวครางกระเส่า เธอประกบจูบกับเขาอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กแลกเปลี่ยนรสสัมผัสกับลิ้นหนาอย่างไม่มีใครยอมใคร
ไฮโซหนุ่มจัดท่าทางของหญิงสาวให้สะดวกต่อการปรนเปรอ ศรัญพัชญ์เอนกายพิงโซฟาอย่างระทดระทวย
สองขาเรียวงามของเธอถูกยกตั้งชันขึ้น จนเธอรู้สึกเขินอาย ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งของเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปลูบไล้ติ่งเสียวที่เป็นจุดศูนย์รวมความรู้สึกทั้งหมด ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มของเธออย่างเมามัน
ปลายนิ้วแกร่งสะกิดเบา ๆ บริเวณจุดอ่อนไหวอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการบดคลึงเป็นจังหวะ จนร่างกายของศรัญพัชญ์สั่นสะท้าน
ความเปียกชื้นที่ซึมผ่านชั้นในตัวจิ๋วคือเครื่องยืนยันความปรารถนา หญิงสาวบิดส่ายสะโพกอวบกลมกลึงไปมาบนโซฟาหรูด้วยความรัญจวนที่ไม่อาจต้านทาน
“เสียวมั้ยครับ... คุณรัญ” บัณฑูรย์กระซิบถามเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ที่ข้างใบหู ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ ปลุกเร้าอารมณ์ใคร่ที่หลับใหลมานานให้ลุกโชนขึ้นราวกับกองเพลิงที่ไม่มีวันดับ
“อื้ยยย!!!... คุณบัณฑูรย์อย่าค่ะ! อร๊ายยย!!...ฉันเสียว!!!” ศรัญพัชญ์ครางระงมด้วยสติที่หลุดลอยพร้อม ๆ กับความต้องการที่สูงลิ่ว บัณฑูรย์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังเหยเกด้วยความกระสันรัญจวน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เรียกผมว่าที่รักสิครับ... รัญจ๋า” เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา แววตาของเขาเข้มจัดด้วยความปรารถนาที่จะครอบครองทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ
“ค่ะ... ที่รัก...” คำขานรับแผ่วเบาของเธอนั้นราวกับเชื้อไฟชั้นดี
บัณฑูรย์ก้มใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ทรวงอกอิ่ม ชิมความหวานจากผิวพรรณขาวผ่องที่เขาเฝ้าจินตนาการมาตลอดหลายเดือน ปลายลิ้นร้อนระอุเลียไล้หยอกเย้ายอดปทุมถันจนศรัญพัชญ์ต้องแอ่นกายรับด้วยความรัญจวนใจ
“อ๊ะ!!...เสียวค่ะ... ที่รัก... อื้ยยย!..พอแล้ว!!” มือบางขยำกลุ่มผมของเขาแน่นจนเส้นผมยุ่งเหยิง เพื่อระบายความเสียวซ่านที่วิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อย ร่างกายบิดเร้าตามแรงอารมณ์ที่เขามอบให้
“แทนตัวเองด้วยชื่อเล่นสิครับ... รัญจ๋า” เขาปลอบประโลมด้วยสรรพนามที่แสนใกล้ชิด
“เขินจัง!...” ศรัญพัชญ์ครางเสียงหลง พยายามซุกใบหน้าที่ร้อนผ่าวลงกับไหล่กว้างของเขา เธอหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่รุกเร้าหนักขึ้นเรื่อย ๆ
“เขินทำไม... ที่รัก?” บัณฑูรย์พึมพำชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงบนเรียวปากอิ่มอย่างดูดดื่ม ลิ้นของเขาเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง นำพาเธอเข้าสู่ห้วงแห่งความสุขและความเร่าร้อนที่ทำให้เธอหลงลืมทุกพันธนาการ
“เขินสิคะ... ก็เราเพิ่งจะรู้จักกันเอง...” ผละออกจากรสจูบของเขาได้ศรัญพัชญ์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาฉ่ำปรือมองเขาด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด
“เรารู้จักกันมาตั้งเจ็ดแปดเดือนแล้วนะครับ” เขาปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยการล่อลวง
“นั่นแค่ผิวเผินเองนะคะ” เธอประท้วงแผ่วเบา
“คิดเสียว่าผมคือแฟนของคุณซิ” คำพูดหว่านล้อมของเขาเปรียบเสมือนกุญแจที่พยายามปลดล๊อคประตูในใจของเธอ
บัณฑูรย์บดคลึงเนินเนื้อด้านล่างชวนให้ใจสั่น เขาจงใจใช้นิ้วโป้งวนไปมาเบา ๆ ที่จุดกระสันจนศรัญพัชญ์เผลอแอ่นสะโพกขึ้นรับอย่างลืมตัว
ร่างอวบอิ่มสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความทรงจำเกี่ยวกับแฟนหนุ่มที่อยู่ห่างไกลเริ่มเลือนรางลง แทนที่ด้วยสัมผัสที่จับต้องได้และเร่าร้อนของชายตรงหน้า
ในนาทีนั้น ศรัญพัชญ์ยอมปล่อยให้ความปรารถนานำทาง เธอจิกเล็บลงบนต้นแขนแกร่งของเขา ส่งเสียงครางชื่อเขาซ้ำๆ อย่างไม่อาจอดกลั้น ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงความสุขสมที่บัณฑูรย์กำลังหยิบยื่นให้ผ่านปลายนิ้วและริมฝีปากอันร้ายกาจ
บัณฑูรย์เลื่อนมือหนาลงมาตะปบลงบนสะโพกผายที่ขาวเนียนและอวบอัดเต็มไม้เต็มมือ เขาบีบเฟ้นเนื้อนุ่มหยุ่นนั้นอย่างหนักหน่วงจนขึ้นรอยนิ้วมือจางๆ ปลุกปั่นความซ่านสยิวให้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังจีสตริงลายลูกไม้สีขาวสายเล็กจิ๋วที่พาดผ่านร่องก้นงอนงาม มันดูบอบบางเสียจนแทบจะปิดบังความงดงามของผืนนาเบื้องหน้าไว้ไม่อยู่ ตอนนี้มันชุ่มโชกไปด้วยน้ำหวานใสที่เอ่อล้นออกมาจนเห็นเป็นรอยเปียกชื้นชัดเจน
“ซี๊ดดด!!... คุณบัณฑูรย์!!” ศรัญพัชญ์ครางเครือเมื่อเขาไม่ได้ถอดมันออกทันที แต่เขากลับเลือกวิธีที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่า