2 สบตาพาใจสั่น
อภิรักษ์ เสนารัตน์ อายุ 30 ปี หนุ่มปักษ์ใต้ที่ขึ้นมากรุงเทพฯ ด้วยความจำใจ หันมองเพื่อนที่มาด้วยกันแต่นั่งรอในรถ
“บ้านใหญ่ดีนะหรือว่าฉันควรเอาบ้านหลังนี้เสียไอ้จบ”
ประจบมองบ้านหลังใหญ่สวนสวยบนเนื้อที่กว่าห้าไร่ หัวเราะในลำคอ
“มึงมีมากกว่านี้จะเอาไปทำไมหรือเลิกคิดเรื่องนั้นแล้ว แต่เป็นอย่างนั้นก็ดี ไม่อยากเห็นมึงทำตัวเป็นคนใจดี ทั้งๆ ที่มึงโหดแสนโหด”
นายหัวรักษ์ ไม่ได้น่ารักเหมือนชื่อ ที่เมืองใต้แถบอ่าวไทยใครๆ ก็รู้ เขาใจเด็ดแค่ไหน ไม่อย่างนั้นคงคุ้มลูกน้องหลายร้อยคนไม่ได้ คุมงานที่สวนปาล์ม สวนทุเรียน รวมทั้งธุรกิจการก่อสร้างที่พ่อทิ้งไว้ให้ไม่ได้เช่นกัน
“เล่นบทโหดตั้งแต่แรกจะสนุกหรือไง ลูกสาวบ้านนี้เลวทรามไม่ใช่หรือไง ควรเอาคืนเหมือนกันนะ ว่าแต่ขอบใจนะที่จัดการเรื่องบ้านหลังนี้ให้ และบอกไว้เลย อะไรของบ้านนี้ฉันรับซื้อต่อทั้งนั้น จัดการให้ทีนะนายแบงค์”
ประจบหนุ่มแบงค์ ผิวขาว ปากแดง มองเพื่อนที่ปากแดงไม่ต่างกันแม้อยู่กับแดด ลม เขาพยักหน้าอย่างจำยอม เหตุเพราะรับปากตั้งแต่แรก ตอนนี้คงหลีกไม่ได้
รถเคลื่อนออกจากหน้าบ้านหลังใหญ่ประจบไม่ลืมถาม
“ส่งมาบอกว่าหนีไปแล้ว เอาไงต่อล่ะนายหัว”
“มีลูกสาวสามคนนิ แม้เป็นลูกนอกสมรสแต่ถ้าไม่รัก คงไม่ส่งให้เรียนหนังสือหรอก แต่ไม่รู้จะขี้เหร่หรือเปล่า จะทำแบบนั้นทั้งทีฉันคงไม่ต้องฝืนใจนะ เอารูปถ่ายมาให้ด้วยอีกสองคน”
นายหัวคล้ายรำพึงกับตนเอง ประจบมองเพื่อนตั้งคำถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“จะให้มาคลอดลูก เอาจริงหรือทั้งที่เกลียดโคตรเหง้าเขานะโว้ย”
“แกคิดหรือไงฉันจะทำแบบนั้นจริง แกไม่รู้จักฉันหรือไงลืมไปแล้วหรือว่ามีผู้หญิงอยากคลอดลูกให้ฉันมากมาย ผู้หญิงคนนี้ก็แค่เข้ามาอยู่ในเกมเท่านั้น ให้คนบ้านนั้นไม่มีความสุข เมื่อสองคนนั้นกลับมาฉันก็ไม่ปล่อยไว้หรอก ให้มันรู้ไปสิเจอนายหัวอย่างฉันจะไม่สนใจ”
ประจบมองไปข้างหน้า คิดตามที่เพื่อนพูด เรื่องพวกนั้นมันก็จริง คนเพียบพร้อมอย่างเพื่อน ทำอะไรก็เป็นที่สนใจ ถ้านางสาววรพรรณคนนั้นได้เจอเพื่อนก่อนคงไม่หนีไปเมืองนอก คงไม่ต้องมีตัวแทนเข้ามาในเกมเพื่อน
“ไปไหนต่อดี”
“มีงานนิดหน่อย นายไปพักก่อนดีมั้ย ยังไม่ได้พักนิ ตรงมานี่เลย คืนนี้เจอกันที่ร้านไอ้นินก็แล้วกันนะ”
ดวงตาคมคายหลับตาลงบอกให้คนขับรถไปส่งเพื่อนที่แบงค์ แต่ไม่นานก็กดมือถือไปต่างประเทศ ส่งน้ำเสียงห่วงใยไปที่นั่น ประจบหันมอง ดวงตาที่เบื่อหน่ายต่อโลกเมื่อครู่วาวขึ้นแวบหนึ่ง เขาอยากรู้ความเป็นไปของคนที่เพื่อนโทรไปหา ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่กล้าหาญที่จะเอ่ยมันออกมา ดังนั้นกลายเป็นเขาที่หลับตาลงเสีย
ตัดใจเสีย
เธอเคยบอกเขามากี่ครั้งแล้วนะ คิดแล้วเจ็บปวดแต่ทำไม เขาก็ไม่ลืมเธอเสียที รสสลิน
ผับชื่อดังใจย่านชิดลม
เพื่อนแสนดีเมามายตั้งแต่ผับเริ่มเปิด ชนานามองอย่างแปลกใจ เธอได้คำตอบทุกอย่างจากคนเมาก็นั่งอึ้ง
“แต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก ไม่ชอบ แต่งใช้หนี้ มันนิยายเล่มไหนวะปู ฉันอยากจะบ้าขึ้นมาเลย”
“ไม่ทำบ้านก็ไม่มีจะอยู่นะช่าแกอยากให้ฉันอกตัญญูเหรอ ฉันได้มาอยู่ที่กรุงเทพฯ รู้จักแกก็เพราะเขานะ”
เพื่อนน้ำเสียงเศร้า ชนานาลูบหลังบอบบางนั่นเบาๆ
“คิดแบบนั้นจริงจะดื่มทำไมเคยเห็นดื่ม พอๆ ฉันไม่มีเวลาแบกแกกลับนะ ว่าแต่แม่เลี้ยงแกไปทำสวยให้แกแล้วเปลี่ยนไปนะ แกสวยขึ้นมาก เขาลงทุนขนาดนี้ หวังผลแน่ๆ ตกลงเขาดีหรือร้าย”
“เขาไม่ร้ายหรอก เขาดีกับฉัน”
แม่เลี้ยงพาไปร้านเสริมสวย เปลี่ยนทรงผมยาวๆ ให้เหลือแค่ประบ่า เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำตาล ขัดผิว ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ วันนี้บนตัวเธอคือของใหม่ทั้งหมด เธอมองตนเองในกระจก มองอยู่นาน ผู้หญิงคนนี้เหมือนไม่ใช่เธอ ทว่าแม้สวยขึ้น แม้มีคนหันมามองมากขึ้นแต่ให้เลือก เธออยากกลับไปผมยาวๆ เหมือนเดิม
เพื่อนเกาะแขน ชนานาถอนหายใจนั่งข้างๆ จากที่จะเดินไปเต้นระบายความเครียดในวันหยุด
“เอาน่าถ้าไม่อยากไปก็หนีไปเสีย เท่านี้ก็สิ้นเรื่องจะมาพูดถึงบุญคุณอะไรกัน”
แม่ที่ต่างจังหวัด น้องชายอีกสองคน แม้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่การที่เธออยู่ที่นี่ทำให้ทุกคนสบายขึ้น เธอควรวิ่งหนีหรือ?
“เฮ้ย จบ ไปนั่งด้านนั้นดีกว่า ไม่ไปที่ไอ้นนเลือก ฉันอยากนั่งที่โล่งๆ”
“อยากมองสาวๆ ว่างั้น” ประจบแซวนายหัวสุดหล่อ ที่ทำสาวๆ ต่างเหลียวหลัง ทีเขามาไม่เห็นใครมองแบบนี้บ้างเลย ไอ้คนนี้ไม่น่าเดินใกล้เลย ให้ตายเถอะ
เสียงหนุ่มๆ ไม่เท่าหน้าตาหนุ่มๆ ที่มองเห็น ขณะนั้นชนานาเลิกสนใจเพื่อน มองคนตัวสูงในชุดเสื้อยืดสบายๆ กางเกงยีนต์สีฟอกด้วยตาที่พร่ามัว ศศิรุ้งมองตามเพื่อน เห็นเพียงแผ่นหลังก็ยิ้มออกมาเพราะขำ
“แกยิ้มแล้ว ดีจริง เห็นหนุ่มๆ ถึงยิ้มใช่มั้ยเนี่ย ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ก็สนุกให้สุดเหวี่ยง หาหนุ่มที่ชอบมานั่งซบสักคนดีมั้ย”
หนุ่มๆ ที่ชอบ!
ดวงตาเศร้าหันมองซ้ายขวาพลันความคิดพิเรนทร์ก็เกิดขึ้น ถ้าทำอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่หรือไง ชีวิตนี้เคยรู้จักความรักเสียที่ไหน การได้อยู่กับคนที่ถูกใจแม้เพียงคืนหนึ่งก็คงดี เพราะจากนี้ไปไม่รู้เมื่อไหร่เธอจะหลุดพ้นจากพันธะที่ผู้มีพระคุณยัดเยียดมาให้
“กลุ่มนั้นหล่อมากเลย ฉันอ่อยเองนะ ให้แกเลย แต่มีตั้งสามคนแนะ แกจะชอบคนไหนแล้วแต่เลย”
เสียงเพื่อนยุยง หัวใจพลันเต้นแรงหน้าแดง เหตุเพราะได้สบตาคมคายที่มองมาซึ่งเหมือนจะเคยเห็นที่ไหน
หรือว่าคนที่ใช่จะเป็นแบบนี้นะ สาวอ่อนต่อโลกคิดไปแบบนั้น เนื่องจากไม่เคยใจเต้นแรงขนาดนี้ยามสบตาหนุ่มๆ ที่เคยมาจีบก็ไม่เคยมีทำให้ใจเต้นแรงสักคน ขณะนั้นเพื่อนอีกคนของเขาที่แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ต ชูแก้วมาที่โต๊ะ ศศิรุ้งโพล่งออกมาทันที
“นั่นเขา เขาทอดสะพานมาสินะช่า”
“ใจเราตรงกันเลย ฉันไปนะแกนั่งอยู่นี่ดูมือแกสิสั่นแปลกๆ ไปที่นั่นจะขายหน้าเอา”
ศศิรุ้งก้มมองมือตนเอง ก่อนซุกไว้ที่กระโปรงกางเกงยีนต์สั้นๆ ที่เพิ่งใส่ครั้งแรก และหยิบแก้วเหล้ามาดื่มแก้เก้อ เหตุเพราะว่าตอนนี้สายตาคนที่ทำหัวใจเธอเต้นแปลกๆ ยังมองอยู่นั่นเอง
ว่าแต่หล่อบาดใจขนาดนั้น ทำไมมาสนใจเธอได้เนี่ย ไม่มั้ง เธอหันมองด้านหลัง ปรากฏว่าที่นั่นมีแค่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อเป็นเช่นนั้นยิ่งทำให้ใจเธอเต้นแรง
ทรงผม เสื้อผ้า การแต่งหน้าที่เปลี่ยนไปสินะ ทำให้เธอเป็นที่สนใจ คิดแล้ทึ่งในรสนิยมแม่เลี้ยงเธอยิ่งนัก…
