1 กตัญญูหรืออกตัญญู
“คุณมีลูกสาวสามคนไม่ใช่เหรอถ้าอย่างนั้นอย่ามาแก้ตัวอะไรเลย ส่งมาสักคนเพื่อทำหน้าที่ซึ่งตกลงกันไว้ ไม่อย่างนั้นผมไม่คุยด้วยแล้ว เตรียมโดนฟ้องล้มละลายได้เลย”
ศศิรุ้งยืนถือถาดกาแฟอยู่ที่ประตูห้องรับแขกเพราะไม่กล้าเข้าไปในห้องนั้น ซึ่งดูเหมือนกำลังเกิดเรื่องตึงเครียด รอกระทั่งร่างสูงเดินจากไปพร้อมคนติดตาม เธอได้แต่แอบมองแต่ไม่เห็นหน้าเจ้าหนี้เพราะไม่กล้ามอง ขณะนั้นแม่เลี้ยงเดินเข้ามาดันเธอเข้าไป ศศิรุ้งกลัวแม่เลี้ยงเธอจึงไปวางแก้วกาแฟด้วยมือสั่นๆ และรีบกลับออกมา แต่ก่อนที่จะพ้นขอบประตูเธอกลับได้ยินเสียงแม่เลี้ยงเรียกไว้
“ยายปูหยุดก่อนและเข้ามามานี่”
“จะทำอะไรของคุณ” เสียงคนเป็นพ่อว่า ศศิรุ้งมองคนทั้งสอง รู้สึกใจคอไม่ดีแต่เท้าเดินไปหาแม่เลี้ยง
“มีก็บอกเขาไปสิคะ ลืมลูกที่คุณเพิ่งไปรับมาหรือไง คงยังเป็นสาวซิง เจ้าหนี้คุณคงพอใจกว่ายายพรรณแน่”
คราวนี้ถาดในมือศศิรุ้งหล่อนลงพื้นกระเบื้อง ดวงตาไหวระริกหันมองจ้องคนที่ได้ชื่อว่าพ่อ
“อะไรกันคะ ปูไม่ไปไหนทั้งนั้นนะ ปูยังต้องการเรียนนะคะ ไหนคุณบอกกับแม่ว่าจะพาปูมาเรียนไงล่ะ”
“เรียนอะไรอีกเล่า ตอนนี้บ้านกำลังเดือดร้อน ที่ผ่านมาฉัน พ่อเธอให้ไปมากเหมือนกันนี่ สองปีที่ร่ำเรียนไม่เคยให้เงินขาดมือ จะตอบแทนไม่ได้หรือไง ส่วนเรื่องเรียน มีปากก็พูดเจ้าหนี้พ่อเธอสิ ส่วนเรื่องช่วยไปตั้งท้องให้เขาน่ะ ก็คิดเสียว่าเพื่อบ้านเรา”
“แต่คุณอภิรักษ์เขาพอใจวรพรรณนะคุณ ไหนคุณบอกว่าลูกไม่ขัดข้องทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ รู้ไหมเขารวยขนาดไหน ลูกจะได้สบายนะถ้าเขาพอใจ เขาเองไม่มีเมียนะ ผมอยากได้เขาเป็นเขยจริงๆ”
นางอุบลวรรณเองก็เสียดายเมื่อรู้เรื่องนี้และเมื่อได้เจอตัวจริงคนที่สามีไปติดหนี้ก็ยิ่งเสียดาย แต่ทำอย่างไรได้ ลูกสาวสองคนต่างอยู่เมืองนอก วนาลักษณ์อยู่มานานไม่คิดกลับและตอนนี้ลูกสาวที่ตอนแรกรับปากดิบดีก็ตามพี่สาวไป ตอนนี้ทางเลือกเดียวคงเป็นลูกเมียเก่าของสามีซึงเข้ามาอยู่ที่นี่ได้สองปี ถึงจะไม่ค่อยพูดแต่หน้าตาก็คมขำใช้ได้
“แต่มันไม่มีทางเลือกนี่ เอาเถอะน่า นี่ก็ลูกไม่ใช่เหรอ ฉันยอมคุณเพราะเราเป็นครอบครัว คราวนี้ถึงคราวคุณยอมฟังฉันบ้าง”
คนเป็นพ่อหันมามองหน้าเธอ ศศิรุ้งส่ายหน้า น้ำตาคลอ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ เธอยอมตามใจแม่เพราะอยากช่วยแม่ อยากช่วยครอบครัวทางโน้น แม้ต้องจากบ้านที่ผูกพันตั้งแต่เด็กก็ยอม มาอยู่กับคนซึ่งเหมือนคนแปลกหน้า ผ่านมาสองปีก็ไม่เคยคุ้นสักที ทว่าตอนนี้จะเจออะไรอีก เธอเป็นลูกไม่ใช่เหรอ จะมาทำแบบนี้ได้ยังไง
“ปูไม่ไปนะ ปูไม่เรียนก็ได้ ปูจะกลับบ้าน ขอร้องล่ะปล่อยปูไปเถอะ”
“ฉันจะส่งไปเป็นเมียเศรษฐีนะอย่ามาร้องห่มร้องไห้ เท่ากับช่วยพ่อช่วยแม่เธอด้วย รู้ไม่ใช่หรือทุกเดือนพ่อเธอส่งเงินไปช่วยเหลือที่บ้านของเธอ อย่าบอกว่าไม่รู้ว่าที่นั่นราวเห็บหมัดที่กัดไม่ปล่อย ”
คำนี้ทำเอาพูดไม่ออก เพราะการจากมาของเธอก็หนีไม่พ้นแม่ต้องการเงินไปช่วยเหลือน้องชาย น้องชายที่วันๆ สร้างแต่เรื่อง จนต้องคดีอยู่ ป่านนี้ก็ยังสะสางไม่เสร็จ
ดังนั้นเธอจึงมองพ่อและว่า “ถ้าปูต้องไปจริงๆ เป็นไปได้ไหมคะที่จะได้เรียนต่อ”
“เขาต้องการเด็กสักคนน่ะ เขาไม่ต้องการมีเมีย อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ดรอปเรียนไว้ก่อนสิปูถือว่าช่วยครอบครัวนะ น้องสาวเราเขามีแฟนถึงหนีไปแบบนั้นแต่เราไม่มีนี่ ปูคือความหวังเดียวที่พ่อจะได้บ้านคืนมา ”
“เขา เขาอาจไม่สนใจปู”
เธอยังมีความหวังเรื่องนี้
“ดูถูกตัวเองไปแล้ว ไปๆ วันนี้จะพาไปแปลงร่าง ไปเจอเขาเสียเลย ฉันไม่อยากโดนยึดบ้านไป รู้หรือเปล่าพ่อเราน่ะไม่ได้ติดการพนันอะไร ที่เอาบ้านไปจำนองเขาไว้ ก็มาทำธุรกิจทั้งนั้น เมื่อโดนโกงก็เลยหมดหนทาง เลิกคิดมากเถอะ”
พ่อที่เธอไม่ค่อยเข้าใกล้ดูแก่ลงไปมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้รู้แล้วเพราะสาเหตุใด ศศิรุ้งมองแม่เลี้ยงที่ไม่ค่อยสุงสิงกับเธอเดินตามฝ่ายนั้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
นางอุบลวรรณเป็นแม่ที่พูดจาโผงผาง ดีกับเธอพอสมควร ตอนนี้กำลังขอร้อง เธอหันมามองหน้า เห็นว่าดวงตานั้นแดงก่ำ คงพยายามไม่ร้องไห้ เธอคิดถึงแม่ขึ้นมา ถ้าเป็นแม่เธอคงไม่ลังเลาแบบนี้ ทว่าคิดถึงคำพูดเรื่องเงินที่แม่เลี้ยงบอกก็กลั้นน้ำตา หรือเธอจะไม่อาจหลีกหนีเรื่อนี้ได้ เธอก้มหน้ารีบเดินกลับห้อง
ในห้องนั่งคิด นี่คือการไปเป็นนางบำเรอคนรวยๆ หาใช่การไปเป็นเมีย อายุยี่สิบสองปีแล้ว เธอใช่จะไร้เดียงสา ดังนั้นเธอเอื้อมมือไปที่แม่เลี้ยงเมื่อฝ่ายนั้นเข้ามานั่งข้างๆ
“ปูยอมก็ได้ค่ะ แต่เราต้องทำสัญญาใช่มั้ยคะ กี่ปีกว่าปูจะ จะออกจากบ้านเขาได้”
แม่เลี้ยงหันมามองเธอ จับคางเธอเบาๆ มองใบหน้าอย่างถี่ถ้วนและว่า
“เข้าไปอยู่แล้วไม่อยากเป็นเมียเขาจริงๆ หรือยังไง บอกตามตรงฉันหวังได้เขามาเป็นเขยเหมือนพ่อเธอนะ เธอเองก็ดูจิตใจดี คงไม่ลืมที่ฉันเคยช่วยเหลือหรอกนะ นี่ไม่ใช่การทวงบุญคุณแต่เป็นการชี้นำให้เธอได้คิด”
แม่เข้ามาแทรกกลางผู้หญิงคนนี้ระหว่างที่พ่อยังไม่มีลูก จนตั้งครรภ์เธอก็หนีไปกับพ่อเลี้ยงเพราะพ่อให้ในสิ่งที่ต้องการไม่ได้ ความรักของผู้ใหญ่ที่วุ่นวาย ทำให้เธอเป็นที่เกลียดชังของแม่หรือ? ทั้งๆ ที่ตอนแรกอยากมีเธอเพื่อจับพ่อ แต่พ่อแม้เพิ่งเจอหน้า แม้ไม่ค่อยได้พูดคุย ก็ส่งเสียให้เธอได้เล่าเรียน แม่เลี้ยงก็ไม่ขัดขวางพ่อเพราะเข้าใจกัน
เธอมองดวงตาคู่นั้น เอ่ยเสียงเบา
“มันยากนะคะ ปูไม่อยากเหมือนแม่”
“แม่เธอกับเธอจะเหมือนกันอย่างไร แค่ท่าที หน้าตาก็ต่างกัน เธอเหมือนพ่อเธอมาก นั่นทำให้เขาไม่คิดสักนิดว่าเธอไม่ใช่ลูก จำไว้ที่ฉันบอกดีที่สุดแต่เธอจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่เธอนะ”
ศศิรุ้งหัวใจหนักอึ้ง หันไปมองพ่อที่มายืนมองดูกัน เธอน้ำตาซึมขึ้นมา
อยากจะคิดว่าพ่อรัก แต่ใจหนึ่งบอกว่าเป็นไปไม่ได้ พ่อแค่ทำตามหน้าที่ของพ่อที่ทำได้ แต่เมื่อมองบ้านหลังใหญ่ที่ซุกหัวนอนมาสองปี เธอก็ใจอ่อนยวบ
ไม่มีบ้าน พ่อจะไปอยู่ที่ไหน แม่จะขัดสนอีกใช่ไหม
ฉะนั้นที่แม่เลี้ยงพูดมันถูกแล้วใช่ไหม เธอนั่งคิดคนเดียวเมื่อแม่เลี้ยงจากไป
ชีวิตหนอชีวิตจะลิขิตเองได้บ้างไหมนะศศิรุ้ง ทำไมเธอเกิดมาจะมีความสุขบ้างไม่ได้หรือไร
มือเล็กป้ายน้ำตาเพราะความคับแค้นใจในอก แค้นใจที่น้องสาวทำให้เธอตกในสภาพนี้ ก็ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ต้องการเธอตั้งแต่ต้น วรพรรณร้ายกาจเช่นเคย แต่คนในครอบครัวก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะรักลูกสาวคนนี้มาก
