บท
ตั้งค่า

3 ตราตรึงใจชั่วคืน

“มองตาเป็นมันนะนายหัว ชอบเด็กเหมือนเดิมนะเนี่ย ว่าแต่เที่ยวนี้คงไม่ต้องออกเงินมั้ง ไม่ต้องให้กูหาให้ ออกแรงอย่างเดียวเลยมึง”

ธนินเจ้าของผับปากค่อนข้างแจ๋วแซวเมื่อเห็นสายตาเพื่อนมองแขกในผับตน ประจบหัวเราะไปกับคำเพื่อนและร่วมด้วย

“อยู่โน่นทำแต่งานไม่รู้ได้ปลดปล่อยบ้างหรือเปล่าเห็นใจนายหัวเถอะว่ะธนิน ใครจะเหมือนแก”

“อ้าวไอ้นี่เลี้ยวมาที่กูทำไม โน่นๆ สาวอีกคนไวไฟดีมาแล้ว อยากรู้ว่าหล่อนเล็งใคร”

“นายหัวแหละมึงอย่าเพ้อว่าเป็นมึง”

นายแบงค์ว่าทำเอาธนินเขม่นใส่เพื่อนแต่ไม่ทันได้โต้ตอบสาวสวยร่างอวบก็มาถึงโต๊ะ และเอ่ยเข้าเรื่องทันที

“จะเลี้ยงเหล้าหรือคุณเสื้อเชิ้ต ได้สิ แต่ต้องไปนั่งกับพวกเรานะคะ เรามีกันแค่สองคน ไปป่าวคะ”

คนที่ชูแก้วเหล้าหันมองเพื่อนทั้งสอง ธนินยิ้มเยาะประจบ

ไอ้บ้านี่ดีแต่อ่อยพอเอาเข้าจริงปากไม่ขยับ

“เอาสิครับ ถ้าเพื่อนคุณอีกคนไม่รังเกียจ”

เอาแล้ว นายหัวเล่นด้วย คืนนี้เจอของถูกใจเร็วดี ปกติเลือมาก จนคนเป็นเพื่อนท้อ ดังนั้นไม่นานสามหนุ่มจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะของสองสาว ขณะที่เดินไปสายตาอภิรักษณ์ไม่ละจากคนตัวเล็กน่าฟัดที่เขาถูกใจเพียงสบตา

แบบนี้สเปกเขา ตัวเล็กๆ หน้าเหมือนเด็ก แต่สัดส่วนถ้าไม่หลอกด้วยฟองน้ำก็ถูกใจมาก เรื่องของจริงของปลอมนั้นเขาไม่สน สมัยนี้เรื่องเสริมแต่งเป็นเรื่องธรรมดา

“ฉันชื่อช่าค่ะ นี่ปลาเพื่อนฉันเอง”

อภิรักษ์อยากกินปลาขึ้นมาทันที ร่างกายเขาเกิดปฏิกิริยาที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับสาวๆ ที่ไหน เพียงนั่งลงข้างๆ ร่างบางซึ่งกำลังหันมาสบตากันในระยะกระชั้นชิดก่อนจะหลบตาไป

ดูเหมือนกวางน้อยที่หวาดหวั่น แบบนี้ก็น่าสนุก

“ผมธนินครับ”

“ผมประจบ”

เพื่อนแนะนำตัว อภิรักษ์แนะนำเป็นคนสุดท้าย หวังให้คนข้างๆ ได้ยินคนเดียว

“เรียกผมรักษ์ได้ครับคุณปลา ยินดีที่ได้รู้จัก”

ชนานาอมยิ้มก่อนจะเรียกเพื่อน เพื่อเตือนให้มีสติ อย่าตกใจจนไม่พูดไม่จา

“ยังไม่เมานี่น่าปลา ทำไมเงียบจังแก”

ศศิรุ้งมองหน้าเพื่อน หันมองคนข้างๆ ยิ้มหวานให้เขา บอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก ทั้งสองสบตากัน ธนินหันมองประจบ

“มันทิ้งเราแล้วมึงดูสิ มันเกินไปป่าววะ”

“ใครทิ้งใครคะคุณ เอาอย่างนี้ใครทิ้งใครไม่ว่า เรามาดื่มกันค่ะ วันนี้ พรุ่งนี้วันหยุด ฉันช่าดื่มได้เต็มที่”

แก้วโดนชนแทบแตก ธนินสะดุ้งยิ้มแหยๆ ให้สาวเสียงดัง ที่ถ้าไม่มีเสียงเพลงมากลบคงแสบแก้วหูมาก ประจบเห็นเพื่อนเฉยๆ กับสาวผิวสีแทนพูดเก่งก็อาสาดื่มเอง ฝ่ายนั้นเลิกสนใจธนินหันมาคุยกับเขา ทว่าสายตายังแอบมองเพื่อนสาวและเพื่อนเขาตลอด ประจบจึงหันมองคนทั้งสองบ้างและว่า

“เขาสปาร์คกันหรือครับนั่น”

“เอ่อ เราจะไปรู้ยังไงคะ เราไปเต้นรำกันมั้ย บอกตามตรง ฉันอยากให้เพื่อนมีแฟนอยู่พอดี”

คำพูดเถรตรงของคนตรงหน้าทำให้สองหนุ่มมองหน้ากัน ธนินนั้นรู้ว่านายหัวอันตรายแค่ไหน เรื่องแฟนนั้นเป็นไปไม่ได้ ยิ่งมาเที่ยวแบบนี้หาเพียงคู่นอนคืนเดียว ดังนั้นเขาจึงขอตัวออกมาก่อน เนื่องจากไม่อยากให้สาวที่พูดจ้อรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของที่นี่ ดังนั้นต้องให้ประจบดื่มกับเพื่อนใหม่ไปก่อน

เรื่องที่ว่าประจบจะเจ้าชู้ไก่แจ้ เรื่องนั้น ธนินย่อมรู้ว่าไม่มีทาง ไม่รักไม่ชอบ นายประจบก็ให้สถานะแค่เพื่อนเท่านั้น และไม่มีวันพาใครขึ้นเตียงง่ายๆ

ธนินหันมองเพื่อนทั้งสองอีกครั้ง และสั่งพนักงานให้ดูแลให้ดี ขณะนั้นสายตาประจบหันมาคงต้องการเรียกตนกลับไป ธนินส่ายหน้า

มึงไม่เสียตัวหรอกน่า ไม่โดนหลอกฟันหรอกน่า จะเรียกกูไปทำไมอีกวะ

เฮ้อว่าแต่มึงเนี่ยนะ ไวไฟเหมือนไอ้นายหัวบ้างในบางครั้งคราวก็ดีนะ กูจะได้เลือกคิดเสียทีว่ามีเพื่อนที่ไม่ใช่ชายแท้…

ด้านนายหัวขยับเข้าไปใกล้ร่างหอมๆ จนฝ่ายนั้นติดพนักโซฟา ซ้ำเธอหันมาบอกเขาเสียงสั่นๆ ว่าถ้าไม่มีพนักอาจจะตกจากเก้าอี้ทรงยาวนี่แล้ว อภิรักษ์ยิ้มมุมปากและถามเธอเสียงอ่อนโยน

“ตักผมนุ่มสนใจนั่งไหมครับ”

ปากรูปกระจับอ้าเพียงครู่ก่อนจะดื่มเหล้าเข้าไป นายหัวหนุ่มจ้อง อยากจูบเธอขึ้นมา เขาแทบไม่อยากรอตอนนี้ ยิ่งเห็นขาอ่อนขาวๆ ของเธอ เขายิ่งของขึ้นไม่ยอมหดตัว ส่วนศศิรุ้งกำลังคิดว่าความเมาทำให้เธอตาพร่า เปลี่ยนไป เพราะคนข้างๆ แทนที่จะโดนต่อว่า โดนด่าเมื่อมาลามปาม เสียงทุ้มของเขากลับทำให้เธอใจสั่น

“ว่าไงครับ”

“อย่าเลยค่ะ ฉันหนักห้าสิบกิโลฯ เชียวนะคะ”

นั่นยังไม่ด่า เธอยังตอบแบบเด็กๆ ออกมา เห้อ เมาแล้วๆ แน่ๆ แล้วยายช่าไปไหน ทำไมไม่กลับมาอีก

“ห้าสิบเองถือว่าเบามากครับ ผมอุ้มได้สบายๆ เลย” เขาว่าแต่สายตามองไปที่เพื่อนเธอและเพื่อนเขา จังหวะนั้นศศิรุ้งลูบใบหน้าตนเองที่เริ่มร้อนเห่อขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวรีบขอตัวไปห้องน้ำ

น้ำคงช่วยให้ร่างกายที่หนาวๆ ร้อนๆ ทั้งใบหน้าเธอดีขึ้นแน่ๆ ทว่าเมื่อลุกก็เซทันที และเธอก็ได้ไปนั่งบนตักคนที่ทำใจสั่นจริงๆ จังหวะนั้นเธอแหงนสบตาเขา ใจแทบระเบิดออกจากอก

รัก ใคร่ ชอบ ยังไงกันเนี่ย

ถ้ารู้ว่าเมาแล้วจะเป็นอย่างนี้เธอไม่มีทางดื่มเหล้าเข้าไป แต่จะทำยังไงได้ ตอนนี้ดื่มเข้าไปแล้ว และดูเหมือนว่าร่างกายเขากำลังเบียดมาใกล้เธอเรื่อยๆ ใบหน้าก็ก้มลงมาใกล้

เขาจะจูบเธอใช่ไหม!

จะเป็นลม เป็นลมดีไหมเนี่ย?

ทว่าเสียงทุ้มกลับเอ่ยอ่อนโยน “ผมพยุงไปห้องน้ำครับ ไปกันเลยมั้ย ไหวหรือเปล่า”

เธอกระพริบตาปริบๆ มองปากได้รูปก่อนจะกลืนน้ำลาย เอามือผลักอกกว้างให้ห่างแต่เขายังยึดเอวเธอไว้และว่า

“รังเกียจเหรอครับ”

คำตัดพ้อนั้นทำเอาเธอเลิกดันตนเองให้ห่างเขา

รังเกียจ เธอไม่ได้รังเกียจเขาสักนิด ตอนนี้ร่างกายได้ใกล้ชิดยิ่งบอกว่าพอใจ แล้วทำไมต้องหนีด้วยเล่า

ไม่กี่วันเธอต้องไปอยู่กับคนที่หวังเพียงเพียงผลประโยชน์คืน คนที่คงจะเกลียดเธอ และเธอเองคงจะเกลียดเขา แล้วตอนนี้ทำไมไม่ทำตามที่ชนานาบอก

ความสุขเพื่อตนเองก่อนไปเจอความทุกข์ เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นเธอก็เดินเคียงข้างเขาไปห้องน้ำ

ตรงสเปกขนาดนี้ สปาร์คขนาดนี้เพิ่งเจอตั้งแต่เป็นสาว ยอมแหกกฎที่ว่าจะครองตัวเป็นสาวบริสุทธ์ก่อนเข้าพิธีแต่งงานเถิดศศิรุ้ง เพราะคนอย่างเธอคงไม่เจอวันนั้นอีกแล้ว

สวมชุดเจ้าสาวกับผู้ชายในฝัน มันก็คงเป็นความฝันตลอดกาลนับจากตัดสินใจตามใจคนที่บ้าน…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel