บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ท่านแม่ไม่เหมือนเดิม

บทที่ 4 ท่านแม่ไม่เหมือนเดิม

ควันลอยขึ้นจากกระทะก็เป็นเวลาพร้อมที่จะนำไก่ที่ชุบแป้งแล้วลงไปทอด ถึงแม้กลิ่นน้ำมันจะแปลกจากที่คุ้นเคยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

“ทอดกี่ชิ้นดีนะ อ๊ะ บ้านเรามีเด็กด้วยนี่” นึกขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่นางก็ยังไม่เคยเห็นเมี่ยวเมี่ยวเลย ไม่รู้ว่าจะหน้าตาน่ารักขนาดไหน

ถ้าดูจากหน้าของหลี่เจิ้งหลิงก็รู้ได้เลยว่าเมี่ยวเมี่ยวจะต้องน่ารักมากแน่ๆ ในนิยายก็บรรยายไว้ว่าเมี่ยวเมี่ยวผิวขาวอมชมพู แก้มกลมพองๆ จากลมโตสดใส

“เอ่อ ฮูหยินจะทอดไปให้คุณหนูด้วยหรือเจ้าคะ” รั่วซีหน้าแหยกว่าเดิม คุณหนูไม่น่าจะยอมกินอาหารที่ฮูหยินทำ

“ใช่สิ นี่คืออาหารที่ข้าทำอร่อยที่สุดเลยนะ” อันหนิงกอดอกด้วยความภาคภูมิใจ เศษแป้งที่ติดนิ้วเปื้อนเสื้อเป็นแถบ

“เจ้าค่ะๆ” รั่วซีได้แต่หยักหน้ารับ

ที่ผ่านมาฮูหยินเคยทำอาหารที่ไหนกัน แค่ปอกผลไม้ยังทำไม่เป็นเลย หรือยาพิษนั่นจะไม่ใช่ยาพิษแต่เป็นยาที่ทำให้คนเราเก่งและเป็นคนดีขึ้น ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆฮูหยินถึงได้ลุกขึ้นมาทำอาหารและยังคิดจะทำเผื่อคุณหนูอีก

กลิ่นไก่ทอดหอมชวนน้ำลายไหล เสียงซู่ซ่าดังคลอเหมือนเสียงดนตรีบรรเลง อันหนิงใช้ตะเกียบคนและพลิกไก่เบาๆ คอยระวังไม่ให้แป้งล่อนออกจากเนื้อไก่ เมื่อสุกได้ที่ก็ตักขึ้นมาพักกรองน้ำมัน

ส่วนผสมที่ใส่ลงไปปรุงรสอาจจะไม่เยอะแต่แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่ารสชาติดีแน่นอน

ทุกการกระทำของเฉินอันหนิงมีเด็กตัวน้อยเฝ้ามองอยู่ตลอดตรงประตู เฟยเมี่ยวแอบหลังประตูดมกลิ่นอาหารที่ท่านแม่ทำของนางแล้วก็กลืนน้ำลายดังอึก เมี่ยวเมี่ยวไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่หอมมากเลย

ในจังหวะที่เมี่ยวเมี่ยวกำลังจะขยับตัวหลบอีกครั้งแต่ก็โดนจับได้เสียก่อน

“ตรงนั้น! เมี่ยวเมี่ยวใช่หรือไม่” อันหนิงเรียกเจ้าตัวน้อยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

แค่เห็นครึ่งใบหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าเมี่ยวเมี่ยวน่ารักน่าเอ็นดู

ตัวเล็กๆผิวขาวผ่องน่าทะนุถนอม เหมือนสมบัติล้ำค่าที่ต้องปกป้องอย่างดีที่สุด

“เมี่ยวเมี่ยว!” อันหนิงตะโกนเรียกเมี่ยวเมี่ยวเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะวิ่งหนี

แต่การตอบสนองของเมี่ยวเมี่ยวทำให้อันหนิงใจหายวาบ ใบหน้าจิ้มลิ้มพลันฉายแววหวาดกลัวทันทีที่ได้ยินเสียงของนางเจ้าของร่างเดิมสร้างแผลใจให้เมี่ยวเมี่ยวไว้มาก การที่เด็กจะแสดงความกลัวออกมานั้นย่อมเป็นเรื่องปกติ

“...” เมี่ยวเมี่ยวยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย

ท่านแม่ไม่เคยเรียกเมี่ยวเมี่ยวด้วยชื่อมาก่อน ยิ่งไม่เคยใช้นัยน์ตาที่ทอแววความอบอุ่นมองเมี่ยวเมี่ยวแบบนั้นเลยสักครั้ง

เมี่ยวเมี่ยวได้ยินคนอื่นพูดว่าท่านแม่ป่วย หรือว่าท่านแม่จะป่วยหนักจนลืมไปแล้วว่าเกลียดเมี่ยวเมี่ยว

ถึงเมี่ยวเมี่ยวจะไม่อยากให้ท่านแม่ป่วยแต่ถ้าท่านแม่ใจดีกับเมี่ยวเมี่ยวบ้างก็คงจะดี

“มานี่สิ ไม่ต้องกลัว” อันหนิงเรียกเจ้าตัวเล็กเสียงหวานใส

มือเรียวกวักเรียกอยู่หลายครั้งให้เมี่ยวเมี่ยวเข้าไปหา

“เมี่ยวเมี่ยวเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะท่านแม่” เสียงเล็กๆเอ่ยถาม น้ำเสียงของเฟยเมี่ยวสั่นในบางคำแต่ก็พยายามทำใจกล้า

เมื่อครู่เมี่ยวเมี่ยวได้กลิ่นหอมมากๆก็เลยแอบเดินมาดูที่ครัว คิดไว้ว่าจะขอพวกพี่ๆแอบชิมก่อน แต่พอเห็นว่าเป็นท่านแม่เมี่ยวเมี่ยวก็เกิดความลังเล

เมี่ยวเมี่ยวไม่อยากโดนท่านแม่ลงโทษอีก เวลาโดนตีมันเจ็บมากเลย

“เข้ามาได้เลย ไม่มีใครทำร้ายเมี่ยวเมี่ยวหรอก”

รั่วซีได้แต่เถียงในใจว่าไม่มีใครทำร้ายเมี่ยวเมี่ยวนั้นมีส่วนจริงแต่มีคนหนึ่งที่ทำเป็นประจำ ก็คนที่พูดเมื่อครู่นั่นแหละ

ตึก!

เมี่ยวเมี่ยวก้าวขาเข้ามาในห้องครัวได้ข้างหนึ่งก็เกิดความลังเลขึ้นมาอีกครั้ง เงยหน้ามองท่านแม่ก็เห็นว่าท่านแม่กำลังส่งยิ้มให้ เวลาท่านแม่ยิ้มแล้วงดงามราวกับรูปปั้น

“มานี่เร็ว แม่ทำไก่ทอดไว้ให้เมี่ยวเมี่ยวด้วยนะลูก” ถึงจะไม่เคยมีลูกมาก่อน แต่ถ้ามีเมี่ยวเมี่ยวเป็นลูกก็ถือว่าเป็นโชคดีของนาง

เงาร่างสูงใหญ่ซ้อนอยู่ด้านหลังหลี่เฟยเมี่ยว เขากลับจากเสร็จงานไม่เห็นบุตรสาวก็ร้อนใจเป็นห่วง เมี่ยวเมี่ยวเป็นคนในครอบครัวที่เขารักที่สุดยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ปกติลูกจะมานั่งรอเจอเขาตลอดแต่ครั้งนี้ไม่เห็นหน้าเขาจึงเดินหาไปทั่ว

ได้ความว่าแอบเข้ามาที่ห้องครัวจึงเดินมาดู เห็นเจ้าตัวเล็กทำท่าด้อมๆมองๆอยู่นาน เขาก็เลยมองไปทิศทางเดียวกัน

ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างกลับทำอาหารได้คล่องแคล่วขนาดนั้น เขาเคยได้ยินมาว่านางทำไม่เป็นแม้กระทั่งหั่นผัก แต่มันช่างขัดกับสิ่งที่ได้เห็นในเวลานี้

ยอมรับว่าเผลอมองนางอยู่นาน ขนาดเวลาที่อันหนิงเช็ดเหงื่อใบหน้าของนางกระทบกับแสง มันดูสดใสและเจิดจรัสจนละสายตาไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นนางในภาพเช่นนี้มาก่อน

การกระทำและคำพูดในหลายๆครั้งดูเหมือนไม่ใช่นางคนก่อน จนบางครั้งเขาก็คิดไปว่านางอาจจะโดนวิญญาณเร่ร่อนเข้าสิง แต่คนไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างเขาไม่มีทางเชื่อเรื่องเหล่านั้นอย่างปักใจ

หรือว่านี่จะเป็นวิธีการใหม่ที่นางใช้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็คงต้องยอมรับเลยว่านางพัฒนาขึ้นเล็กน้อย การกระทำของนางทำให้เขานึกสนใจขึ้นมาบ้างแต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความคิดที่เขามีต่อนาง

“เจ้าทำให้เมี่ยวเมี่ยวกลัว” เขาดุเสียงเข้ม

“เอ๊ะ! ทะ...ท่านพี่” อันหนิงยิ้มแห้ง ไม่กล้าสบตาเขา

แค่มวลบางอย่างที่อยู่รอบตัวเขาก็ทำให้อันหนิงเกร็งไปทั้งตัวแล้ว

คนคนนี้คือคนที่พูดกับอันหนิงว่าต่อให้ตายต่อหน้าก็จะไม่สนใจ แววตาของเขาดุดันน่ากลัวมากแค่เห็นเพียงนิดก็ต้องหลบสายตาหนี

พยายามปลอบใจตัวเองให้มันสงบลง ถึงเขาจะหล่อแต่เขาโหดเหี้ยมจะไม่กลัวยังไงไหว

ในระหว่างที่ความเงียบค่อยๆเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลับมีเสียงบางอย่างทำลายความเงียบนั้น

“ลูก...ลูกๆ” เมี่ยวเมี่ยวตัวสั่นปากสั่นเมื่อท้องร้องจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว

“เข้ามาสิเมี่ยวเมี่ยว แม่ทำเผื่อเจ้าด้วยนะ” อันหนิงพยายามเมินสามีและทำตัวเหมือนไม่เห็นเขา

เรียกบุตรสาวเสียงหวานนุ่มละมุน ในมือมีไก่ทอดที่เริ่มเย็นตัวลงแล้วยื่นรอเจ้าตัวเล็กมารับไป

“เมี่ยวเมี่ยวกินได้หรือท่านพ่อ” เมี่ยวเมี่ยวช้อนตามองด้วยแววตาใสซื่อ นัยน์ตาสั่นไหวเล็กๆเพราะกลัวว่าจะโดนคนที่ตนเรียกว่าท่านแม่ตีอีก

เมื่อได้เห็นว่าเจ้าของร่างเดิมสร้างปมในใจให้เด็กคนนี้อย่างหนัก ก็ทำให้อันหนิงเข้าใจว่าทำไมเจ้าตัวถึงต้องเป็นนางร้าย

ถ้าไม่นับเรื่องไร้สาระอย่างการที่นางเอกแย่งสามี เฉินอันหนิงคนก่อนก็จิตใจคับแคบไม่น้อย

สำหรับนางแล้วการหึงหวงสามีของตนไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่หากการกระทำนั้นไปทำร้ายคนอื่นๆ โดยเฉพาะเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์นั่นต่างหากคือจิตใจของคนที่ร้ายกาจ

นางเข้าใจว่าเฉินอันหนิงรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่เมี่ยวเมี่ยวไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด ไม่เห็นต้องดึงเด็กเข้ามาเกี่ยว

เป็นความรู้สึกที่สงสารที่โดนแย่งสามี แต่ก็สงสารน้อยลงเพราะเฉินอันหนิงคนเดิมเอาความโกรธที่มีไปลงกับเด็กน้อยตัวนิดเดียว

“เจ้าทำเองก็กินไปคนเดียวเถิด ข้าไม่ให้โอกาสเจ้าได้ทำร้ายลูกอีก” เขาอุ้มบุตรสาวแนบอก

เมี่ยวเมี่ยวซุกใบหน้าแนบกับแผงอกแกร่ง แต่สายตากลับมองน่องไก่ในมือของท่านแม่อยู่ตลอด เมี่ยวเมี่ยวไม่เคยเห็นอาหารหน้าตาเช่นนี้มาก่อน แต่ก็กลัวว่าถ้ากินเข้าไปแล้วจะปวดท้องเหมือนขนมครั้งก่อน

“คิดว่าข้าจะวางยาพิษเด็กหรือไง” อันหนิงสบถเสียงแข็ง

ถึงจะไม่ไว้ใจกันแค่ไหนแต่ก็ไม่น่าจะพูดขนาดนี้เลย

คนที่ทำร้ายเด็กไม่ใช่อันหนิงคนนี้เสียหน่อย ทำไมต้องตั้งแง่ขนาดนั้นด้วย คิดแล้วก็โมโหเฉินอันหนิงที่เคยไปทำร้ายเด็กเอาไว้

“เจ้าเคยทำร้ายนางมากกว่านั้นเสียอีก” เขากระแทกเสียงแต่ไม่ได้ดังมากนัก แค่นี้เมี่ยวเมี่ยวในอ้อมกอดก็สะดุ้งตกใจแล้ว

“ได้! งั้นข้ากินเอง เมี่ยวเมี่ยวดูนี่นะลูก นี่เรียกว่าไก่ทอด ลองดมดูสิหอมมากใส่หรือไม่”

อันหนิงเดินเข้าไปหาเขาและชูไก่ทอดให้เจ้าตัวเล็กได้กลิ่นชัดขึ้น ทำเอาเจ้าตัวเล็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่

จะมีเด็กคนไหนต้านทานไก่ทอดได้กัน แค่ได้กลิ่นเจ้าตัวเล็กก็มองตามตาค้างแล้ว

ตุ้บ!

เจิ้งหลิงปัดมือของนางจนน่องไก่ในมือหล่นพื้น  

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel