ฟื้นคืนชีพ
หลี่ฟางหรงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนได้ยินทุกถ้อยคำที่หลันเหม่ยเอ่ยอย่างชัดเจน ที่จริงนางรู้สึกตัวตั้งแต่อนุผู้นี้เดินเข้ามาด้านในเรือน แต่กระนั้นนางก็ยังนอนนิ่งสงบราวกับคนตายเหมือนเดิม จนกระทั่งหลันเหม่ยจากไปนางถึงได้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ที่ไหล่ซ้ายของนางถูกพันแผลไว้เป็นอย่างดี
นางก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดถึงได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่สิ้นลมไปแล้ว เห็นทีคงเป็นบัญชาของสวรรค์ที่ให้โอกาสกลับมาแก้แค้นและเอาคืนคนที่ทำร้ายนางกระมัง เช่นนี้ก็ดี ในเมื่อหลี่ฟางหรงเคารพให้เกียรติหลันเหม่ยเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง แม้นางจะเป็นเพียงอนุของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี แต่กลับถูกแว้งกัดเอาเสียได้
ในเมื่อเป็นฮูหยินที่แสนดีแล้วไม่มีใครเห็นค่า แถมยังถูกข่มเหงอีก ต่อแต่นี้ไปไม่มีอีกแล้วสตรีที่แสนดี มีแต่หลี่ฟางหรงผู้นี้ นางจะไม่ยอมให้ใครมารังแกอีก แม้แต่หยางเฟยฉีที่ทำตัวห่างเหินราวกับรังเกียจนางนักหนา หากเขาอยากหย่านางก็ยินดี!
“คะ...คุณหนู” เสียงของซิวเยว่เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า คุณหนูของนางฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งที่ท่านหมอยืนยันแล้วว่านางเสียชีวิตไปแล้ว
“ซิวเยว่” หลี่ฟางหรงเรียกชื่อสาวใช้คนสนิทเสียบแหบแห้ง
“คะ...คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว บ่าวนึกว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกเสียแล้ว” ซิวเยว่บอกเสียงเศร้า ก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกัน
“ซิวเยว่ เจ้าต้องช่วยข้าเอาคืนคนที่ลอบฆ่าข้า”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะช่วยคุณหนูเอง”
ทางฝั่งของหยางเฟยฉีเมื่อได้ยินบ่าวที่จวนมารายงานถึงที่กองทัพก็รีบกลับมาที่จวนทันที เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าฮูหยินของตนยังมีชีวิตอยู่
“เรียนฮูหยิน ท่านแม่ทัพมาเจ้าค่ะ”
“เชิญเข้ามาได้”
“ฟางหรง เจ้ายังมีชีวิตอยู่” นี่เป็นคราแรกตั้งแต่แต่งเข้าจวนแม่ทัพมาที่นางได้ยินหยางเฟยฉีเรียกชื่อ ปกติเขาจะเรียกนางว่าฮูหยินตลอดมา ไม่เคยเรียกชื่อจริง ๆ ของนางสักครั้ง
“เจ้าค่ะ ข้ายังมีชีวิตอยู่”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมื่อท่านหมอบอกข้าว่าเจ้าตายไปแล้ว เพราะธนูอาบยาพิษดอกนั้น”
“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน ว่าเหตุใดข้าถึงยังฟื้นขึ้นมได้อีก เห็นทีข้าคงยังไม่หมดอายุขัยกระมัง”
“ดีแล้วที่เจ้าฟื้นขึ้นมา”
“ดีจริงหรือเจ้าคะ น้ำเสียงของท่านดูไม่เห็นดีใจสักนิด” นางเอ่ย พร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ ส่งให้เขา ใครเลยจะรู้ว่าคุณหนูสูงศักดิ์เพียบพร้อมทุกด้านเช่นนาง จะตกหลุมรักท่านแม่ทัพผู้เย็นชาเฉกเช่นหยางเฟยฉีตั้งแต่แรกเจอ ช่างโง่เง่าสิ้นดี ทั้ง ๆ ในใจก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยมีใจให้ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่เคยยอมแพ้ หวังเพียงสักวันเขาอาจหันมาเห็นความดีและชอบพอนางกลับบ้าง แม้สักนิดก็ยังดี ไม่มีอีกแล้วคนที่รักท่านข้างเดียวจากนี้ไปนางขอรักตัวเอง สักวันนางคงได้เจอบุรุษที่รักนางจากใจจริง...ซึ่งไม่ใช่เขา
ผ่านพ้นความตายในครั้งนี้มาได้หลี่ฟางหรงกลับมองเห็นความจริงหลายประการ ทั้งความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ความรู้สึกแท้จริงของหยางเฟยฉี ไม่เว้นกระทั่งหลันเหม่ย เบื้องหน้าฉาบยิ้มพรายให้นาง เบื้องหลังกลับวางแผนเข่นฆ่าทำร้าย
“เอาชุดพวกนี้ไปเผาเสีย”
“ฮูหยิน ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” สาวใช้ถามขึ้น นึกว่าตัวเองหูฝาด
“ไม่สิ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว นำชุดพวกนี้ไปบริจาคเสีย ข้าไม่อยากเห็นมันอีก”
“เจ้าค่ะ”
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ บ่าวเห็นสาวใช้หอบอาภรณ์ของท่านไปเกือบหมด”
“ข้าสั่งให้นางเอาไปบริจาคให้สตรียากไร้ ซิวเยว่ เจ้าบอกให้คนยกหีบผ้าที่ข้านำติดตัวมาที่นี่ที”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ไม่นานนักซิวเยว่ก็กลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับหีบผ้าอีกสิบกว่าหีบที่บ่าวรับใช้ในเรือนช่วยกันยกมาวางไว้ หลี่ฟางหรงทยอยเปิดดูผ้าข้างในทีละหีบก็พบว่าส่วนใหญ่มีแต่ผ้าสีจืดชืดราวกับแม่ชีชอบใส่ ตอนจัดเตรียมสินเดิมนางดื้อรั้นเอง ทั้ง ๆ ที่มารดาของนางย้ำนักหนาว่าให้เอาผ้าสีสันสดใสใส่หีบไปด้วย แต่นางก็ไม่เชื่อฟังมัวแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาชอบสตรีสวมอาภรณ์สีเรียบง่าย
