บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ตอนที่ 3

หญิงสาวเร่งความเร็วของรถจนมาจอดที่หน้าร้านทองในตลาด ที่นั่นรถพยาบาลมารออยู่ก่อนแล้วและดูเหมือนว่าข้างในกำลังลำเลียงผู้ป่วยลงมาจากชั้นสอง พอถนอมเห็นหน้าของเมขลาเท่านั้นเธอก็ปล่อยโฮแล้วสวมกอดลูกสะใภ้อย่างไม่แคร์สายคนไทยมุง

“ไม่เป็นไรนะคะแม่ เดี๋ยวถึงมือหมอแล้วเตี่ยต้องปลอดภัย”

“แม่...แม่ทำอะไรไม่ถูกเลย แกนอนเล่นอยู่ดีๆ ก็เกิดชักตาค้าง แม่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกตัว” หญิงชราร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยเพราะตกใจและเสียขวัญที่อยู่ๆ คู่ทุกข์คู่ยากก็เกิดอาการทรุดลงกะทันหัน

“เดี๋ยวให้ญาติไปกับคนไข้สักคนนะครับ เตรียมเอกสารกับยาที่คนไข้กินไปด้วย” เจ้าหน้าที่ร้องบอกขณะลำเลียงร่างของสมเกียรติขึ้นรถพยาบาล

“ฉันไปเองค่ะ” เมขลาอาสาพร้อมกับวิ่งเข้าไปเอายากับเอกสารของสมเกียรติที่เธอรู้ดีว่าเก็บไว้ตรงไหน จากนั้นก็ขอให้กุมภาขับรถกลับไปที่โรงแรมด้วยตัวเองแล้วเดี๋ยวเธอจะให้ลูกน้องไปเอารถอีกที

“ไม่ครับ ผมจะไปด้วย เดี๋ยวผมขับรถตามไปที่โรงพยาบาล” เขายื่นมือมารับเอากุญแจรถจากหญิงสาว หากว่าเธอยอมรับจะมีเขาเข้าไปในชีวิตแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเรื่องทุกข์หรือสุขก็น่าจะเผชิญด้วยกัน

อาการของสมเกียรติยังน่าเป็นห่วง ยังดีที่มาหาหมอทันเวลาแต่อย่างไรเสียชายชราก็ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อการรักษาอย่างใกล้ชิด

“แม่คะ เตี่ยไม่เป็นไรแล้วนะคะ ตอนนี้หมอยังไม่ให้เยี่ยม ยังไงน่าจะพรุ่งนี้ ไว้เมจะไปรับแม่มาเยี่ยมเตี่ยนะคะ” เมขลาโทรบอกถนอมที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่บ้าน

“คุณกุมภาจะกลับโรงแรมเลยไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามหลังจากวางสายจากถนอมแล้ว

“ก็ดีเหมือนกันครับ ขอไปล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย”

“เมต้องขอโทษด้วยนะคะ เลยทำให้คุณหมดสนุกเลย” เมขลาเอ่ยเมื่อทั้งสองคนขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเม คนป่วยไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่...เขาเป็นญาติของคุณเมหรือครับ” กุมภาอดไม่ได้ที่จะถามเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาแคลงใจและรู้สึกได้ว่าคนแก่สองคนนี้มีความสำคัญกับเมขลามากกว่าคำว่าญาติ

“ค่ะ ทั้งสองคนเป็นปู่กับย่าของจ๊ะจ๋า” หญิงสาวไม่มีอะไรต้องปิดบังเพราะหากว่ากุมภาอยากมีส่วนร่วมในชีวิตของเธอ เขาก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง แต่นั่นมันน่าจะออกมาจากปากของเมขลาเองไม่ใช่มาจากปากหอยปากปูอย่างพวกคนที่ไม่รู้จริง

“แล้ว...สามีของคุณเม”

“เราเลิกกันแล้วค่ะ ตอนนี้เขาอยู่อเมริกา” เมขลาตอบและนั่นก็หมายความว่าเธอต้องการให้กุมภารับรู้เรื่องของพ่อของจ๊ะจ๋าเพียงแค่นั้น แต่หากวันข้างหน้ากุมภากับเธอจะสร้างครอบครัวใหม่ขึ้นมา ความหลังครั้งเก่าที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเมขลามานานนั้นชายหนุ่มก็มีสิทธิ์จะรับรู้ด้วย

กุมภาขอตัวขึ้นห้องไปก่อนโดยให้หญิงสาวรออยู่ที่ล๊อบบี้ของโรงแรม เธอคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีเนื่องจากทางโรงแรมก็สั่งขนมจากที่ร้านของเธอมาเสริฟกับเวลคัมดริ้งค์เป็นประจำ แม้ผู้คนในล๊อบบี้จะมากมายแค่ไหนแต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควรเพราะความหลังที่ค้างคาอยู่ในใจนั้นเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง...

เมื่อหลายปีก่อน ณ โรงแรมแห่งนี้เคยเป็นที่นัดพบระหว่างเธอและเขาคนนั้นเพื่อตกลงเรื่องสำคัญ

ตอนนั้นหญิงสาวบอกกับเขาว่าเธอตั้งครรภ์ด้วยน้ำเสียงยินดีเป็นที่สุด ทั้งคู่คบหากันมานานและใครต่อใครต่างเดาว่าคงตบแต่งกันในไม่ช้า แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ลงเอยกันจริงจังเสียทีเนื่องจากอีกฝ่ายให้เหตุผลว่าเขายังต้องการทำตามความฝันและความต้องการของตัวเองอยู่ ถึงแม้เมขลาจะรับรู้มาตลอดและยินดีที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองดำเนินไปแบบนั้น แต่เมื่อเธอเกิดท้องเมขลาก็คิดว่ามันคงถึงเวลาที่ทั้งสองจะสร้างครอบครัวอย่างที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน

แต่แล้วเขากลับไม่ได้ยินดีอย่างที่คิด...หิรัญเกิดสติแตกเมื่อรู้ว่ากำลังจะเป็นพ่อคนในเวลาเดียวกันกับที่ได้ทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ แม้มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนมีครอบครัวแล้วจะเรียนต่อแถมบางทุนยังให้เงินใช้จ่ายสำหรับนำครอบครัวติดตามเจ้าตัวไปอยู่ด้วยในระหว่างศึกษา แต่ชายหนุ่มมองว่าต้องมุ่งมั่นกับการเรียนและหน้าที่การงานภายภาคหน้าเพื่อนำพาความภาคภูมิใจกลับมาให้กับเตี่ยและแม่ ดูเหมือนว่าความฝันของเขานั้นไม่มีเธอและลูกอยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อย เมื่อเมขลาได้ยินดังนั้นเธอก็ยินดีเดินออกไปจากชีวิตของเขาพร้อมลูกในท้องทันทีเช่นกัน

แม้ต้องเจ็บปวดเจียนใจจะขาด...แต่มันก็ดีกว่ายอมทนเป็นส่วนเกินตลอดไป

หากใครถามว่าเธอโกรธหรือเกลียดเขาหรือไม่ที่หันหลังให้กับลูกเมียแล้วโบยบินไปยังแดนไกลเพื่อคำว่าอนาคตที่สดใส เมขลาคงจะตอบว่าเธอไม่เคยโกรธเขาเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่หญิงสาวทำลงไปก็เพราะเธอรักเขาเต็มหัวใจและมันจะมีทางไหนที่จะแสดงความรักอันมากล้นของเธอให้กับเขาได้รับรู้ได้นอกจากปล่อยให้ชายหนุ่มเดินตามความฝันโดยที่เส้นทางนั้นไม่มีเธอเดินเคียงข้างไปด้วยก็ตาม

“คุณเมครับ คุณเม”

“อ๋อ เสร็จแล้วหรือคะ”

“คุณเมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมเรียกตั้งนานแล้ว” กุมภานั่งลงตรงข้ามเพราะเห็นสีหน้าของหญิงสาวดูเหนื่อยๆ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไปกันดีกว่า จ๊ะจ๋าคงอยากเจอคุณจะแย่แล้ว”

มื้อเย็นวันนี้ที่บ้านของเมขลามีแต่เสียงหัวเราะและความอบอุ่น แม้ว่ากุมภาจะมาเป็นแขกครั้งแรกของบ้านนี้ แต่ด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นขวัญใจของจำเริญและสำอางค์จนเกือบจะเป็นลูกชายอีกคนเสียแล้ว

ส่วนจ๊ะจ๋ายิ่งแล้วใหญ่เพราะดีใจจนกระโดดโลดเต้นเมื่อเห็นคุณลุงของเธอมาเยี่ยมกินข้าวที่บ้าน เนื่องจากตอนเจอกันที่กรุงเทพคุณลุงก็แสนจะใจดีโดยการพาเธอกับแม่ไปเลี้ยงข้าวอร่อยๆ และขนมเสียจนอิ่มแปล้ ดังนั้นพอคุณลุงมาที่บ้านของเธอทั้งทีเด็กหญิงก็ตั้งใจจะทำกับข้าวอร่อยๆ ให้คุณลุงทานเหมือนกัน

“จานนี้จ๊ะจ๋าทำเองค่ะ คุณลุงลองกินดูสิคะ” เจ้าตัวเล็กคะยั้นคะยอจนกุมภาต้องตักกุ้งมาใส่จานหนึ่งตัว

กุ้งขาวตัวใหญ่อวบอ้วนสดๆ จากทะเลนำมาผัดกับพริกแกงแพนงที่ทอรุ้งลงทุนตำเองกับมือจนละเอียดยิบ แล้วนำมาผัดกับกะทิหอมมันจนได้น้ำมันลอยหน้าสีแดงสวย จากนั้นปรุงรสจนได้ที่แล้วโรยด้วยหัวกะทิข้นๆ ตามด้วยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้าซอยเป็นอันเสร็จพิธี ทั้งหมดนี้ทอรุ้งเป็นคนทำเองทุกขั้นตอนแต่ที่เจ้าตัวแสบบอกว่าทำนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะจ๊ะจ๋าอุตส่าห์ไปเลือกซื้อกุ้งกับน้ารุ้งแถมลงมือใส่กุ้งลงกระทะด้วยตัวเอง

“อร่อยไหมคะ” เด็กหญิงมองจ้องขณะที่กุมภากำลังตักข้าวเข้าปาก

“อร่อยมากเลยค่ะ อย่างนี้ลุงต้องมากินข้าวที่บ้านจ๊ะจ๋าบ่อยๆ แล้ว” เจ้าตัวเอ่ยเป็นนัยให้คนในบ้านรู้ว่าจากนี้เขาคงแวะเวียนมาบ่อยขึ้นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเมขลานั้นได้พัฒนามากกว่าความเป็นเพื่อนไปแล้วเล็กน้อย

“ว่างก็แวะมาสิคะ แต่ต้องบอกก่อนนะแม่จะได้เตรียมกับข้าวไว้รอ” ยายสำอางค์ออกปากชวนเพราะเชื่อมั่นว่าลูกสาวคนโตจะเลือกคนไม่ผิดอีก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel