บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ตอนที่ 3

“แม่ม่ายแล้วยังไง ลูกหนึ่งลูกสองแล้วมันไม่ดีตรงไหน พี่เมไม่เคยไปฆ่าใครตาย ทำมาหากินก็สุจริตไม่เห็นต้องอายใครสักหน่อย ดูสิ...ยังสาว ยังสวย หุ่นเช้งขนาดนี้”

“เอาเหอะ มันเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้พี่ยังไม่อยากคิด”

“แหม ตอบยังกะดารา อย่าให้รู้นะว่าแอบไปกุ๊กกิ๊กกันโดยที่ไม่บอกรุ้งน่ะ”

“แล้วจะทำไมยะ” เมขลาขึ้นเสียงปนขำเพราะสองพี่น้องสนิทจนแทบไม่มีความลับอะไรต่อกัน

“รุ้งก็จะไปทำป้ายไฟไง แล้วเดี๋ยวจ้างคนไปเต้นถือปอมๆ เชียร์ด้วย จีบเลยๆ คบเลยๆ” ทอรุ้งไม่พูดเปล่าแต่ทำท่าเชียร์ให้พี่สาวดูด้วยจนเมขลาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะมีน้องสาวตุ้ยนุ้ยอารมณ์ดีอย่างทอรุ้งอยู่เคียงข้างรวมถึงพ่อและแม่ของเธอด้วย ทำให้เมขลาเดินผ่านอุปสรรคทั้งหลายมาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทอรุ้งหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในตลาดเพื่อไปยังที่แห่งหนึ่งก่อนกลับบ้าน ที่จริงแต่ก่อนร้านขนมของเธอกับพี่สาวก็อยู่ในตลาดด้วย สาขาแรกของร้านขนมเปิดที่นี่บนแผงเล็กๆ ในตลาดแห่งนี้ ‘ขนมหวานยายสำอางค์’ เป็นที่เลื่องลือถึงความอร่อยจนใครก็หยุดกินไม่ได้โดยเฉพาะขนมตระกูลทองอันได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด และยิ่งฝอยทองด้วยแล้วนั้นผู้คนถึงกับติดอกติดใจจนต้องสั่งจองกันข้ามเดือน เรียกได้ว่าถ้านึกถึงขนมทองๆ ทั้งหลาย ชื่อขนมของยายสำอางค์จะต้องมาเป็นอันดับแรก จากร้านเล็กๆ ทำกันสองคนตายายจนกระทั่งมีลูกสาวทั้งสองเข้ามาสานต่อกิจการให้ใหญ่โตขึ้นและขยายสาขาไปอีกหลายแห่ง

เมขลาคนพี่ตั้งใจสานต่อกิจการของพ่อแม่แต่เธอไม่ถนัดเรื่องทำขนมนักก็เลยเบนสายไปเรียนบริหารและการตลาดเพื่อมาจัดการบริหารร้านจนเป็นเรื่องเป็นราวและก็ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม เธอเปิดขายทั้งแบบหน้าร้านและออนไลน์แถมยังพ่วงสินค้า tie-in ลงในช่องยูทูปที่ทำกับลูกสาวไปด้วย ทำให้ยอดขายทะลุเป้าเรียกว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนมีโรงงานทำขนมเล็กๆ เป็นของตัวเอง ส่วนน้องสาวอย่างทอรุ้งนั้นเป็นคนชอบกินแต่ไหนแต่ไรเลยเลือกเรียนด้านการทำอาหารโดยเฉพาะขนมหวานเพื่อกลับมาช่วยพี่สาวอีกแรง เห็นสาวทอรุ้งอวบกลมแบบนี้แต่ใครจะเชื่อว่าเวลาลงครัวทำอาหารหรือขนมจะคล่องแคล่วด้วยความชำนาญที่จับกระทะทองเหลืองมาตั้งแต่ยังไม่เริ่มตั้งไข่แล้วดูเหมือนว่าคนที่จะเจริญรอยตามทอรุ้งก็คือเจ้าหลานสาวตัวแสบนั่นเอง

“ทำไมวันนี้ปิดร้านเร็วจัง” เมขลาเอ่ยพลางยื่นหน้าออกไปดูหน้าร้านทองที่เธอตั้งใจจะแวะก่อนกลับบ้าน

“ก็ไม่เร็วนะพี่เม นี่ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว”

สองพี่น้องลงจากรถแต่ก็ไม่ลืมปลุกเจ้าตัวเล็กให้ลงไปด้วยเพราะเดี๋ยวตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอใครก็จะโวยวายไปกันใหญ่ ในขณะที่เมขลาอุ้มลูกน้อยเดินนำไปที่หน้าร้านทอง ด้านทอรุ้งก็จัดแจงข้าวของที่ท้ายรถเพื่อจะแบ่งเอาของบางส่วนไปฝากให้กับคนที่เมขลาตั้งใจซื้อข้าวของพวกนี้มาให้ เธอยังมีสัมพันธ์อันดีเสมอกับครอบครัวของเขา...

แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีห่วงหาอาทรคืนกลับมาเลยก็ตาม คนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้...ทะเยอทะยานพันนั้น ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ในชีวิตหรอก หากแต่พ่อแม่ของเขาไม่เหมือนกัน พวกท่านเมตตาเธอกับลูกยิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นแม้ว่าบิดาแท้ๆ จะไม่ต้องการ แต่จ๊ะจ๋าก็ไม่เคยขาดความรักความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่

“เตี่ยคะ แม่...อยู่หรือเปล่าคะ เอ...ทำไมเงียบจัง” หญิงสาวร้องเรียกเพราะกดกริ่งหน้าประตูแล้วก็ยังไม่มีใครออกมาเปิดรับเสียที

“โทร.หาดีว่าพี่เม บางทีอาจจะขึ้นชั้นบนหมดแล้วก็ได้”

หญิงสาวล้วงหยิบเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าตามที่น้องสาวเสนอแนะ ไม่ทันที่เมขลาจะกดโทรศัพท์หาคนด้านใน เสียงเปิดประตูก๊อกแก๊กก็ดังขึ้นเสียก่อนตามมาด้วยประตูม้วนที่ด้านหน้าค่อยๆ เปิดออก

“เอ้า เมเองรึ เข้ามาก่อนสิ โอ้ย...ไปไหนกันมาถึงหอบลูกหอบเต้ามาจนเย็นแบบนี้” ในขณะที่พูดนั้นมือเหี่ยวย่นก็ลูบหลังเด็กน้อยที่หลับซบบนบ่าของเมขลาไปด้วย

“เมเข้าไปกรุงเทพมาค่ะ เลยซื้อยาบำรุงมาให้เตี่ยด้วย” ทอรุ้งที่ยืนอยู่ด้านข้างกันจัดแจงยื่นห่อยาจีนห่อใหญ่ๆ หลายห่อส่งให้หญิงชรา

“ไม่เห็นต้องลำบากเลยน่ะเม” ฝ่ายรับของเอ่ยเบาๆ แต่ก็ประคองห่อยาจีนนั้นอย่างทนุถนอม

“พี่เมสั่งแต่รุ้งเป็นคนไปซื้อค่ะ รุ้งให้เขาจัดยาบำรุงให้เตี่ยอย่างดีเลยนะคะ ว่าแต่...เตี่ยเป็นไงบ้างคะ”

“ก็...ไม่ค่อยจะดี มะรืนนี้หมอก็นัดอีกแล้ว” หญิงชราตอบพลางถอนหายใจ สามีวัยใกล้กันนั้นเจ็บออดๆ แอดๆ มาหลายปีและหมอทั้งหลายก็ลงความเห็นว่าอาการป่วยของเขามีแต่ทรงกับทรุด

“งั้นเดี๋ยวมะรืนเมจะมารับเตี่ยไปหาหมอนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกเม แม่เกรงใจ เดี๋ยววานใครแถวนี้เขาไปส่งก็ได้ ร้านนี่ก็ปิดสักวันก็คงไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะแม่ เดี๋ยวยังไงตกลงเวลากันอีกทีก็ได้ค่ะ เอาที่เตี่ยสะดวก”

“ถ้างั้นก็ขอบใจมากนะเม ที่ดูแลเตี่ยกับแม่ อ้าว....ไหน ใครตื่นแล้ว มา...มาให้ย่าหอมแก้มทีนึง” เสียงของหญิงชราเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นเมื่อหันมาเห็นหลานตัวน้อยตื่นพอดี แถมยังได้หอมแก้มยุ้ยเสียฟอดใหญ่ให้ชื่นใจ

เพราะเย็นมากพอสมควรแล้วเมขลาจึงขอลากลับก่อนเพราะยังมีพ่อและแม่ของเธอที่รอคอยอยู่ที่บ้าน เมื่อรถของทอรุ้งเลี้ยวหายลับตาไปแล้วหญิงชราก็เลื่อนประตูม้วนปิดลงตามเดิม หากเป็นแต่ก่อนเธอคงทำอะไรต่ออะไรได้ว่องไวและแข็งแรงกว่านี้ แต่นี่เพราะอายุที่มากขึ้นนั้นบั่นทอนกำลังวังชาไปจนหมดสิ้น กิจการงานต่างๆ ในบ้านและร้านทองนั้นเธอต้องทำอยู่เพียงคนเดียวเพราะสามีที่ป่วยนั้นช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

ถนอมซึ่งเป็นหญิงไทยแท้ๆ แต่งงานกับหนุ่มจีนอย่างสมเกียรติ ทั้งสองฝ่าฟันความเหนื่อยยากจนตั้งร้านทองเป็นร้านแรกๆ ในอำเภอ สองผัวเมียขยันขันแข็งทำงานเก็บเงินด้วยหวังว่าจะให้เงินเก็บนี้กับลูกชายคนเดียวอย่างหิรัญไว้เป็นทุนทำมาค้าขาย แต่ด้วยความทะเยอทะยานที่มีอยู่ในตัวของชายหนุ่มนำพาให้เขาโบยบินไปยังที่ที่สูงยิ่งกว่าเพื่อความสำเร็จของตนเองโดยอาจลืมไปว่าที่ร้านทองเก่าๆ นี่แหละคืออีกสองลมหายใจที่ร่วงโรยรอการกลับมาของเขาอยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel