บทที่ 1 ตอนที่ 4
“ใครมาล่ะ” ชายชราพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ที่ใช้เอนหลัง
“เมน่ะ มากับจ๊ะจ๋าแล้วก็รุ้งด้วย เขาแวะเอายาบำรุงมาให้ ดูสิ...ห่อใหญ่ห่อโต อะไรบ้างก็ไม่รู้” ถนอมวางยาห่อใหญ่หลายห่อลงบนโต๊ะข้างสามี
“ไม่เห็นต้องลำบากเลย” ชายชราเอ่ยพลางใช้มือลูบไปตามห่อกระดาษที่วางอยู่
“อ้อ เมเขารู้ว่ามะรืนเธอจะต้องไปหาหมอ เขาก็อาสาจะพาไป ไหนเอาใบนัดมาดูสิว่าหมอนัดกี่โมง”
“เธอนี่ก็นะ ไปบอกเมทำไม เห็นไหม...เขาก็เลยต้องเป็นธุระไปอีก” แม้น้ำเสียงจะแสดงอารมณ์หงุดหงิดแต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจเพราะคนแก่อย่างเขานั้นหูตาก็ฝ้าฟางเหลือทน หากมีใครสักคนไปเป็นเพื่อนเขาก็อุ่นใจได้ว่าการไปหาหมอรอบนี้จะไม่ลำบากเกินไปนัก
การที่ร่างกายแก่ตัวลงนั้นทำให้การใช้ชีวิตไม่คล่องแคล่วเหมือนตอนยังหนุ่มยังสาว ซ้ำมาเจ็บปวดออดๆ แอดๆ ยิ่งทำให้เหนื่อยล้ามากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว แต่ก่อนนั้นถ้าใครมาบอกเขาว่าแก่แล้วมันไม่ดีอะไรสักอย่าง เขาก็คงค้านหัวชนฝาว่าแก่แล้วดีจะตายไปเพราะตอนนั้นก็คงมีเงินเก็บไม่น้อยแถมยังมีลูกหลานไว้พร้อมหน้าให้ชื่นใจ แต่ใครจะรู้บ้างว่าถึงจะมีเงินทองมากแค่ไหนแต่การที่ต้องอยู่เดียวดายกันเพียงสองคนโดยไม่มีลูกมาอยู่ข้างๆ นั้นมันว้าเหว่เกินทน
แต่สมเกียรติหรือเถ้าแก่เกียรติที่คนในตลาดเรียกกันนั้นจะห้ามไม่ให้ลูกชายออกไปใช้ชีวิตได้อย่างไร ลูกผู้ชายเลือดมังกรจำต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและอุปสรรคเป็นประสบการณ์สอนให้แกร่งกล้า และเมื่อวันหนึ่งหิรัญมาบอกว่าจะเดินทางไกลไปศึกษายังต่างแดนเพื่อนำเอาวิชาความรู้กลับมาบริหารกิจการให้ก้าวหน้าต่อไปแบบนั้น เขาจะว่าอย่างไรได้ แม้จะห่วงสักแค่ไหนแต่เขาก็ยินดีให้หิรัญไปเรียนต่อตามที่ต้องการแถมเมื่อเรียนจบแล้วชายหนุ่มก็ขอทำงานหาประสบการณ์ต่ออีกสักพักและไม่ได้กลับบ้านเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สมเกียรติและภรรยาไม่เคยเอ่ยปากเรื่องอาการเจ็บป่วยของคนเป็นพ่อให้ฟังเลยสักครั้งแถมยังไม่คอยร้องขอให้ลูกชายกลับมาดูใจคนเป็นพ่อแม่ เพียงเพราะคำว่า ‘อนาคตของลูก’ นั้นมันจุกอยู่ที่คอจนพูดอะไรไม่ออกนอกจากประโยคที่ว่า ‘ไม่เป็นไร เตี่ยกับแม่สบายดี’
“เห็นว่าจ๊ะจ๋ามาด้วยเหรอ เสียดาย...อยากหอมแก้มหลานสักฟอด”
“มาด้วย แต่หลับอยู่บนไหล่แม่เขานั่นแหละ แต่ไม่เป็นไร...ฉันหอมแทนให้แล้ว”
“เออ ไว้ถ้าฉันหายดีแล้ว เราไปหาหลานกันที่บ้านโน้นดีไหม”
ถนอมไม่ตอบแต่พยักหน้าพร้อมกับขอตัวเอายาไปเก็บข้างในบ้าน แต่มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรเมื่อโรคภัยยังรุมเร้าสามีของเธอแบบนี้ ก่อนหน้านี้เขายังเดินไปไหนมาไหนได้ดีอยู่แม้จะไม่มั่นคงนัก แต่พอโรคนั้นลุกลามหนักขึ้นก็กลายเป็นคนไร้เรี่ยวแรงเดินแทบจะไม่ไหว ส่วนร่างกายก็ผ่ายผอมลงจนน่าใจหาย แอบหวังว่าหากได้กินยาบำรุงดีๆ ร่างกายของสมเกียรติก็อาจกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นอีกครั้ง แม้รู้ดีว่าไม่อาจเป็นเหมือนครั้งสมัยยังหนุ่ม แต่ก็อย่าให้ถึงขั้นอ่อนแอลงทุกวันๆ...
