6
นางแบบสาวรูปร่างผอมโปร่งเดินเฉิดฉายอยู่บนแคทวอล์ค เท้าเล็กขาวที่อยู่บนส้นสูงเกือบห้านิ้วเดินฉับไปมาอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นพร้อมกับอมยิ้มน้อย ๆที่มุมปาก ดวงตาแพรวพราวระยิบระยับเสมองไปยังผู้ชมที่นั่งเรียงรายอยู่หน้าเวที
‘ตรีนุช’ นางแบบสาวไฮโซ ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลผู้มั่งคั่งระดับแถวหน้าของประเทศ ดีกรีเด็กนักเรียนนอก เธอเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบทั้งหน้าตาและชาติตระกูล
“หนูนุชนี่สวยจริง ๆเลยนะคะคุณ ดูสิบนเวทีมีนางแบบอยู่ตั้งหลายคน แต่หนูนุชดูโดดเด่นและสวยสง่าอยู่คนเดียว” คุณหญิงปานตากล่าวชมว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าอิ่มฟู ถ้าไม่ติดว่าตรีนุชกำลังสนุกกับงาน ป่านนี้งานแต่งระหว่างลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ก็คงถูกจัดขึ้นอย่างอลังการไปแล้ว “เดี๋ยวถ้าน้องเดินมาหาที่โต๊ะ อย่าลืมเอาดอกไม้ให้น้องล่ะเจ้าปรินซ์ อ่อ...อย่าลืมชมน้องด้วย เข้าใจไหม”
ปรินทร์ทำหน้านิ่ง ห้าปีแล้วที่ต้องทนอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่ได้คายไม่ออก โชคดีที่ตรีนุชยังสนุกกับงานเดินแบบ เลยยังไม่อยากแต่งงานกับเขา อย่างน้อยเขาก็ยังพอมีเวลาหายคอหายใจคล่องบ้าง
...แม้ว่าทุกวันนี้จะอึดอัดจนแทบจะไม่อยากทนแล้วก็ตาม
เสียงปรบมือในฮอลดังขึ้นเมื่อสิ้นสุดการเดินโชว์เครื่องเพชรของเหล่านางแบบชื่อดัง ทั้งที่บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความครึกครื้นแต่ทว่าปรินทร์กลับมีแต่ความเบื่อหน่าย
“น้องมานู่นแล้ว เดินไปรับน้องสิเจ้าปรินซ์”
ผู้เป็นแม่สะกิดที่หลังมือของลูกชายพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปยังสาวสวยที่กำลังเดินตรงมายังโต๊ะที่นั่งอยู่ ปรินทร์ลุกขึ้นเต็มความสูงหยิบช่อดอกกุหลาบสีแดงสดติดมือแล้วเดินเข้าไปหาว่าที่คู่หมั้น
“พี่ยินดีด้วยนะครับน้องนุช”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ปรินซ์ ไม่ได้เจอพี่ปรินซ์ตั้งหลายวัน คิดถึงจังเลยค่ะ” รับดอกไม้มาจากหนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ปรินทร์เป็นผู้ชายที่ตรงสเปกที่สุด เขาหล่อและฐานะดีเหมาะสมกับเธอ ถ้าได้แต่งงานกับเขา ทั้งตระกูลของเธอกับของปรินทร์ต่างก็จะส่งเสริมและเกื้อกูลกัน พูดง่าย ๆก็คือต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
ตรีนุชรู้หน้าที่ของตัวเองดี ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ปลูกฝังมาตลอดว่าคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของเธอจะต้องเป็นผู้ชายที่มาจากคนมีฐานะเท่านั้น เพราะอย่างนี้เธอถึงได้ยินดีที่จะแต่งงานกับปรินทร์ แม้ว่ามันอาจจะไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องก็ตาม
...แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
ปรินทร์ทำได้แค่ยิ้มน้อย ๆตรีนุชเป็นผู้หญิงที่สวยและสง่างามไปทั้งตัว แต่ความสวยของคนตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกพิเศษ ในความรู้สึกของเขามีเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ
...ยลรดา
ห้าปีแล้วที่ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้เห็นหน้า ไม่มีโอกาสได้รู้ความเคลื่อนไหว
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
“สวัสดีจ้ะหนูนุช วันนี้หนูนุชสวยมากเลยนะลูก สวยจนลูกชายป้ามองตาค้างเลย” ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนใบหน้าพร้อมกับยื่นมือไปจับที่มือของตรีนุชแล้วลูบที่หลังมือขาวเล็กด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” เอ่ยขอบคุณด้วยท่าทีนอบน้อมพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง เสตามองไปยังคนที่ถูกพาดพิงถึง เห็นเขาทำหน้านิ่งเฉยก็รู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่นิด ๆ
แต่เพราะปรินทร์เป็นแบบนี้ ในความรู้สึกของเธอ เขาถึงดูมีเสน่ห์ ที่ผ่านมามีแต่ผู้ชายวิ่งเข้าหา มีแค่ผู้ชายคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่รักษาท่าที ไม่ทำตัวน่าเบื่อเหมือนผู้ชายทุกคนที่เธอเคยผ่านมา
“นุชขอบคุณคุณป้าและพี่ปรินซ์นะคะที่มาดูนุชเดินแบบ” พูดด้วยท่าทีเหนียมอาย ยิ้มละมุนอยู่บนใบหน้า เรื่องหว่านเสน่ห์ให้คนรักคนหลงเป็นงานถนัดของเธออยู่แล้ว
“ต้องมาสิจ๊ะ ป้าจะพลาดได้ยังไง หนูนุชเดินแบบเครื่องเพชรราคาร้อยล้านแบบนี้ พลาดก็เสียดายแย่”
คุณหญิงปานตาไม่เคยรู้สึกสุขใจเท่าครั้งนี้ ที่ยอมแบกสังขารมานั่งดูว่าที่ลูกสะใภ้เดินแบบก็เพราะอยากจะถือโอกาสนี้ลองเอ่ยเรื่องการแต่งงานระหว่างลูกชายกับตรีนุชดูอีกสักครั้ง เผื่อว่าครั้งนี้ตรีนุชจะจอมใจอ่อนตกลงปลงใจยอมเป็นเจ้าสาวให้ลูกชายเสียที
“เจ้าปรินซ์ลากเก้าอี้ให้น้องนั่งสิ”
ปรินทร์ทำตามคำสั่งของผู้เป็นแม่อย่างไร้ทางเลี่ยง เขาลากเก้าอี้ให้ตรีนุชนั่งก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆกับหญิงสาว
“รับงานเยอะไม่เหนื่อยบ้างหรือจ๊ะหนูนุช”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะคุณป้า สนุกมากกว่า” ตรีนุชพูดพลางยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ปรายตามองไปยังคนนั่งหน้านิ่งอยู่ข้างกายแวบหนึ่งแล้วจึงหันไปฉีกยิ้มให้กับหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ตรงข้าม
