7
“สนุกกับงานแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะใจอ่อนยอมแต่งงานกับลูกชายป้าสักทีละจ๊ะหนูนุช” เอ่ยความต้องการออกมาด้วยใบหน้าที่แสดงชัดถึงความต้องการ นอกจาก ตรีนุชแล้วก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอีกแล้วที่จะเหมาะสมกับลูกชายของเธอ ฐานะและการศึกษาของตรีนุชเชิดหน้าชูตาครอบครัวของเธอได้เป็นอย่างดี ถ้าได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้ นอกจากจะเกื้อกูลเรื่องผลประโยชน์ทางธรุกิจให้ทั้งสองครอบครัวแล้ว ทรัพย์สมบัติของทั้งสองตระกูลก็จะไม่รั่วไหลไปที่ไหน เพราะตรีนุชก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลพุทธรักศิลาเหมือนเช่นปรินทร์ที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ
“คุณป้าพูดแบบนี้นุชก็เขินแย่สิคะ” ยิ้มเอียงอายแต่สายตากับแพรวพราวระยิบระยับฉายชัดถึงความดีใจจนล้นใบหน้า ตรีนุชเองก็คิดเอาไว้ว่าคงไม่เกินปีนี้หรอกที่จะยอมตกลงเป็นเจ้าสาวให้ปรินทร์ ส่วนตัวก็รู้สึกอิ่มกับงานนางแบบ อีกอย่างธุรกิจโรงแรมของตระกูลก็ยังรอให้เธอกลับไปบริหารงานต่อจากผู้เป็นพ่อ “นุชคงรับงานเดินแบบแค่ภายในปีนี้แหละค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็บ่นอยู่ทุกวันว่าอยากให้นุชเข้าไปดูแลโรงแรมต่อแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นป้าคงต้องหาเวลาเข้าไปคุยกับคุณแม่ของหนูนุชบ้างแล้วล่ะ” คุณหญิงปานตายิ้มกริ่มทั่วใบหน้า อีกไม่นานสองตะกูลใหญ่ก็คงถึงคราวที่ต้องจัดงานเลี้ยงมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่แล้ว เครื่องเพชรที่ซื้อไว้มานานนมก็คงถึงเวลาได้ออกมาเฉิดฉายอยู่บนตัวของเธอ
ปรินทร์ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆกับสิ่งที่ได้รับรู้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือต้องยอมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาไม่ยินดีที่จะแต่งงานกับตรีนุช แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เพียบพร้อมและเหมาะสมกับเขา บางครั้งการแต่งงานกับใครสักคน ก็ไม่จำเป็นต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง
หลายต่อหลายคู่ที่รู้จักก็ล้วนแต่งงานเพราะความเหมาะสม พวกเขาเหล่านั้นไม่มีความรักต่อกัน แต่ก็สามารถครองคู่กันมายาวนานหลายสิบปี บางทีชีวิตการแต่งงานระหว่างเขากับตรีนุชก็อาจจะเป็นแบบนั้น
ไม่จำเป็นต้องมีความรักก็เป็นสามีภรรยากันได้ แต่มันติดอยู่อย่างเดียว ติดที่หัวใจของเขายังเป็นของยลรดา
ปรินทร์ปิดปากเงียบมาตลอดทางที่ขับรถพาตรีนุชมาส่งที่บ้าน คนที่ดูจะแสดงท่าทีอึดอัดและหงุดหงิดก็หนีไม่พ้นนางแบบคนสวย ตรีนุชชายตามองไปยังคนที่นั่งข้าง ๆเป็นพัก ๆสายตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ บางครั้งเธอก็อยากสลัดปรินทร์ไปให้พ้น แต่ติดที่เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่สงวนท่าที ไม่ยุ่มย่ามกับเธอ และด้วยฐานะชื่อเสียงทางสังคมก็อยู่ในระดับแนวหน้าซึ่งทัดเทียมกับตระกูลของเธอ
“วันเสาร์หน้าพี่ปรินซ์ว่างไหมคะ นุชอยากจะชวนไปต่างจังหวัด” ปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วหันไปฉีกยิ้มให้เขา เห็นหัวคิ้วของปรินทร์ขยับเข้าหากันเหมือนกำลังใช้ความคิด ตรีนุชก็พูดขึ้นอีก “คุณพ่อจะให้นุชไปดูพื้นที่ที่จะเปิดโรงแรมแห่งใหม่นะคะ นุชไม่ค่อยได้ออกไปต่างจังหวัด เลยอยากให้พี่ปรินซ์ไปเป็นเพื่อน พี่ปรินซ์ไปเป็นเพื่อนนุชได้ไหมคะ”
ก่อนหน้านี้เป็นเธอที่เป็นฝ่ายเลี่ยงและปฏิเสธความต้องการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะยุติบทบาทงานเดินแบบ เธอเองก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาปรินทร์อีกครั้ง ไหน ๆก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว หว่านเสน่ห์ทำให้เขาหลงใหลสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร ถึงอย่างไรอีกหน่อยเธอกับเขาก็ต้องเป็นสามีภรรยากันอยู่ดี
มือขาวเล็กจับไปที่หลังแขนของเขาพร้อมกับลูบไปมาแผ่วเบาจนดวงตาคู่คมปรายมองมาอย่างอึดอัดใจ เขาพยายามที่จะรู้สึกกับตรีนุชเหมือนผู้หญิงพิเศษคนหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดความรู้สึกของเขามันก็ไม่อาจพัฒนาไปได้ไกลมากกว่าที่เป็นอยู่ คนเดียวที่ยังอยู่ในใจยังคงเป็นยลรดา แม้ผ่านมานานหลายปีตรีนุชก็ยังเข้ามาแทนที่ยลรดาไม่ได้
“ครับ” ปรินทร์ไม่คิดที่จะปฏิเสธเพราะถึงปฏิเสธไป สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องไปเป็นเพื่อนของตรีนุชอยู่ดี คนอย่างตรีนุชไม่มีทางยอมเสียหน้า ถ้าเขาบอกปัด เรื่องก็ต้องไปถึงหูแม่
สุดท้ายเขาก็ต้องทำตามคำสั่งของแม่อยู่ดี
“ขอบคุณนะคะ พี่ปรินซ์น่ารักที่สุดเลย” ตรีนุชเอียงใบหน้าซบลงบนหัวไหล่ของปรินทร์พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน สิ่งเดียวที่ทำให้ปรินทร์ไม่กล้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมานั่นเพราะมีแม่ของเขาคอยควบคุมอยู่และอีกหน่อยถ้าแต่งงานกับเขา เธอเองก็จะเป็นฝ่ายควบคุมปรินทร์เหมือนกัน
