บท
ตั้งค่า

CHAPTER 5 แสนโดดเดี่ยว

ห้องพักผู้ป่วยมิณทร์ทิชานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนตกกระทบใบหน้าซีดเซียวของเธอ

“คุณผู้หญิงกินผลไม้ไหมคะ ป้าไปล้างให้” ป้าอ้อยพูดพลางจัดหมอนให้สูงขึ้นอย่างเบามือ ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้เธอแทบไม่ได้หลับ เพราะคอยดูอาการหญิงสาวตลอด

“ป้าอ้อยกลับไปดีกว่าค่ะ ทิชาอยู่คนเดียวได้” เธอยิ้มบางๆ ทั้งที่แววตาอ่อนล้า

“ได้ยังไงคะ หมอบอกให้นอนอยู่เฉยๆ ห้ามลุกไปไหนนะคะไม่มีคนดูแลจะลำบากเอา” น้ำเสียงของป้าอ้อยทั้งดุทั้งอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน

“สักพักพี่เมธัสคงมาถึงค่ะ” เธอพูดเหมือนปลอบอีกฝ่าย แต่ในใจกลับรู้ดีว่าใครอีกคนคงไม่มา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบในห้องพักฟื้น

“คุณเมธัสน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวป้าจะลงไปหาซื้อของก่อนนะคะ” ป้าอ้อยยิ้มพลางเดินไปเปิดประตู แต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้องรอยยิ้มก็ชะงักเล็กน้อย

“คุณดฤณ ป้าจะออกไปซื้อของค่ะ”

“เชิญ” เขาตอบสั้นๆ แล้วเบี่ยงตัวให้หญิงสูงวัยเดินผ่าน ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเรียบนิ่ง

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ ลอยตามตัวเขาเข้ามา มิณทร์ทิชานอนหันหลังให้ประตู ไม่ได้หันมามอง

“พี่เมธัสขาทิชาอยากกินองุ่น” น้ำเสียงอ่อนแรงปนงอแงแบบที่เธอใช้กับพี่ชายเสมอ

ดิวากรเหลือบมองถาดผลไม้ข้างเตียง ก่อนจะหยิบพวงองุ่นขึ้นมาเงียบๆ มือใหญ่ดึงองุ่นออกทีละลูกอย่างไม่รีบร้อน

“อันนี้ป้าอ้อยน่าจะล้างมาแล้ว” เธอยังพูดต่อทั้งที่ไม่ได้หันมา

เขาส่งองุ่นไปตรงหน้าเธอ แต่เมื่อเห็นว่าเธอยังนอนตะแคงไม่ยอมลุกขึ้น ดวงตาคมก็หรี่ลงเล็กน้อย

“เธอจะนอนกินหรือไง” น้ำเสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้น

หญิงสาวชะงักไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงนี้ไม่ใช่พี่เมธัสเธอรีบพลิกตัวหันกลับมา

“คุณดฤณ” ดวงตาที่เคยหม่นเศร้าสั่นไหวทันทีที่เห็นเขายืนอยู่ข้างเตียงจริงๆ ไม่ใช่ภาพหลอนจากความคิดถึง

       “ไหนไอ้เมธัสบอกว่าเธอแท้งลูกไง”

       “ทิชาไม่ได้แท้งลูก” เธอเถียงทันทีที่เขาพูดแบบนี้

       “เห็นอยู่สุขสบายดีจะเรียกร้องความสนใจจากฉันหรือไง”

       “คุณดฤณ คุณไม่รักทิชาก็ได้แต่ทำไมต้องใจร้ายกับลูกด้วย” เธอตัดพ้อ

       เขานิ่งไม่สะทกสะท้านในใจเกิดความสับสนขึ้นมา หากหญิงสาวไม่ใช่น้องสาวเมธัส เขาก็คงจะเอ็นดูเธอมากกว่านี้

       “ฉันเกลียดไอ้เมธัส เธอจะรู้สึกยังถ้าไปเห็นเพื่อนรักอยู่กับแฟนตัวเองบนเตียง และเธอยังเป็นน้องสาวมันอีก ฉันรอแต่เด็กคลอดเท่านั้น หากเป็นลูกฉันจริงๆ เธอจะเลี้ยงเองหรือจะยกให้ฉันก็แล้วแต่”

       “ลูกของทิชาเลี้ยงเองได้”

       “คิดได้แบบนั้นก็ดี แต่จะดีมากๆ ถ้าเธอย้ายออกไปจากบ้านของฉัน จะทนอยู่ทำไม”

       “คุณกลับไปได้แล้วทิชาอยากพักผ่อน หวังว่าคุณจะเมตตาผู้หญิงที่ท้อง” เธอพูดทั้งที่เสียงสั่นเทา ทำไมเขาต้องใจร้ายกับเธอขนาดนี้

       “ฉันกลับก็ได้ เราสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันหากเธอจะกลับไปอยู่บ้านฉันไม่ห้าม คนไม่รักกันจะทนเจอหน้ากันทำไม” ประโยคสุดท้ายเหมือนตอกย้ำให้ทุกอย่างพังลงตรงหน้า

       เมื่อเขาออกไปน้ำตาของเธอไหลพราก ที่เธอต้องทนอยู่เพราะคำว่ารักเท่านั้น เขาเป็นผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอด ตอนนี้ก็เป็นพ่อของลูก

       กาลเวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากวันที่หัวใจเธอแตกสลาย จนถึงวันที่หน้าท้องนูนกลมเติบโตเข้าสู่เดือนที่เก้า

มิณทร์ทิชานั่งอยู่ปลายเตียง มือบางลูบผิวท้องเบาๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน เสื้อผ้าชุดเด็กอ่อนถูกพับอย่างประณีตวางเรียงไว้ในกระเป๋าเตรียมคลอด ทุกชิ้นคือสิ่งที่เธอเลือกด้วยตัวเอง ไม่มีเขาอยู่ในความทรงจำเหล่านั้นเลย

หลังจากวันนั้น เธอก็ไม่เคยเห็นหน้าดิวากรอีกมีเพียงข่าวตามหน้าจอทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์

นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังปรากฏตัวพร้อมนางแบบสาวคนใหม่

ค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไนต์คลับหรู…

ภาพหลุดเดินโอบเอวหญิงสาวปริศนา

ภาพเหล่านั้นเหมือนมีดที่ค่อยๆ กรีดหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ร้องไห้แล้ว

โรงพยาบาล X

“ดฤณ!” เสียงเรียกของดรุณีแข็งขึ้นทันที

ดิวากรที่กำลังนั่งอยู่ตรงโซฟารอญาติผู้ป่วยหันมามองตามเสียงเรียกอย่างช้าๆ ข้างกายเขามีพิมารินนั่งแนบชิด มือเรียวของเธอยังวางอยู่บนแขนเขา

“คุณแม่มาทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ” คำถามนั้นเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาของเขาที่มองเลยผ่านผู้เป็นแม่ไป กลับไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวบนรถเข็นด้านหลัง

“เมียจะคลอดลูก แต่กลับมานั่งพลอดรักกันที่โรงพยาบาล มันใช่เหรอดฤณ!” เสียงดรุณีดังขึ้นอย่างเหลืออด

บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง พิมารินรีบชักมือออกจากแขนเขาทันที

“พิมพ์ไม่ใช่ชู้นะคะคุณแม่ เราก็เคยคบกัน”

“เรื่องของเธอฉันไม่อยากฟัง” ดรุณีตัดบทด้วยสายตาเย็นเฉียบ

มิณทร์ทิชาหลุบตาลงแรงเจ็บท้องที่บีบรัดอยู่แล้ว ยิ่งเหมือนทวีคูณขึ้น ภาพที่เห็นตรงหน้าผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกนั่งอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ในวันที่ลูกกำลังจะลืมตาดูโลก

“ผมไม่...”

“เราไปกันดีกว่า” ดรุณีไม่ฟังในสิ่งที่ลูกชายกำลังจะอธิบาย

“คุณแม่” เขากำลังจะลุกตาม แต่ถูกพิมารินห้ามไว้เสียก่อน

“ดฤณคะ”

“ปล่อยมือผม” เขาหัวเสียไม่น้อย เมื่อคืนรู้สึกเวียนหัวไม่สบาย วาคิมจึงพามาส่งที่โรงพยาบาล ระหว่างนั่งรอรับยาจู่ๆ พิมารินก็โผล่มานั่งด้วย ทำให้เป็นภาพอย่างที่เห็น

“คุณไม่ได้รักน้องสาวของเมธัส แล้วจะแต่งงานกันทำไม แค่ทำหน้าที่พ่อแม่ก็พอแล้ว” น้ำเสียงของเธอสั่น แต่ยังพยายามอ้อนวอน

“อย่ามาวุ่นวายกับชีวิตผม” คำตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจนจนพิมารินหน้าชา

“ดฤณพิมพ์ผิดไปแล้ว ให้โอกาสพิมพ์หน่อยได้ไหม พิมพ์แค่เผลอไปชั่ววูบ”

“เผลอจนไปเอากันบนเตียงเขาไม่เรียกว่าเผลอ เขาเรียกว่าหญิงร้ายชายชั่ว” มุมปากของเขายกขึ้นนิดๆ อย่างเหยียดหยัน

“ดฤณ” เธอร้องเรียกเสียงหลงรู้สึกไม่ชอบยามที่เขาใช้สายแบบนั้นมองมา

“ผมจะรักใครหรือไม่รักใครมันเป็นสิทธิ์ของผม ตอนคุณทำโอกาสนั้นหลุดมือไปแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“คุณทำทิชาท้องเพราะจะเอาคืนเมธัสใช่ไหม ทำไมคุณต้องทำแบบนั้น”

คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักเท้า ดวงตาคมวาววับขึ้นมาทันที ตอนที่รู้ว่าน้องสาวเมธัสท้องกับดิวากร เธอตกใจมากจนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เขาน่าจะประชดเธอ

“อย่าพูดชื่อไอ้หมอนั่นอีก” น้ำเสียงของเขากดต่ำ เหมือนมีบางอย่างกำลังปะทุอยู่ข้างใน

“ดฤณพิมพ์ยอมแล้ว คุณจะให้พิมพ์เป็นอะไรก็ได้ให้โอกาสพิมพ์เถอะนะ”

เขาค่อยๆ ก้มลงมองมือของเธอที่เกาะแขนเขาแน่น ก่อนจะดึงออกอย่างช้าๆ แต่เด็ดขาด สายตาที่มองเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“ผู้หญิงแบบคุณไม่สมควรยืนข้างกายผม”

“คุณรังเกียจที่พิมพ์เคยผ่านผู้ชายคนอื่นมาเหรอ”

“ไม่ใช่” เขาตอบสั้นๆ

“แล้วคุณทำไมถึงไม่ให้อภัยพิมพ์ล่ะ”

“ผมทั้งเกลียดทั้งรังเกียจ” เขาพูดสั้นๆ ได้ใจความ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ผู้หญิงที่ไม่รู้จักพออย่างพิมารินไม่คู่ควรกับความรักของเขา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel