บท
ตั้งค่า

CHAPTER 6 ลูกสาว

เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังลั่นห้องนอนเล็กๆ ร่างกลมป้อมวัยหกเดือนดิ้นไปมาอยู่บนที่นอน มือเล็กชูขึ้นกลางอากาศเหมือนพยายามคว้าใครสักคน

“อา…แง้”

น้องเดียร์น่าหน้าแดงก่ำน้ำตาเอ่อคลอเมื่อไม่เห็นคนที่คุ้นเคยที่สุด ดิวากรที่เพิ่งเดินผ่านหน้าห้องชะงักเท้า เสียงนั้นดึงเขาให้หันกลับมาโดยไม่รู้ตัว คิ้วเข้มขมวดแน่นก่อนจะผลักประตูเข้าไป

“ร้องทำไม” เขาพึมพำเสียงห้วน แต่ขายาวกลับก้าวเข้าไปหยุดข้างเตียงเด็ก

ดวงตากลมใสของเด็กน้อยมองเขาทันทีเสียงร้องเงียบลง เหลือเพียงสะอื้นเบาๆ มือเล็กๆ ชูขึ้นอีกครั้งเหมือนจำเขาได้

ชายหนุ่มยืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงอุ้มขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ร่างเล็กนุ่มนิ่มซบลงกับอกเขา

“แอ้…” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเหมือนตอบรับ หัวใจของเขาสะดุดวูบ

“ไม่ต้องมายิ้มให้” เขาพูดเสียงเข้ม แต่แววตากลับสั่นไหว

เด็กน้อยยิ่งหัวเราะ ส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนดีใจที่มีคนอุ้มมือป้อมๆ ตบลงบนอกเขาเบาๆ กำแพงที่เขาสร้างไว้แน่นหนามานาน กำลังจะพังทลาย

เขามองใบหน้ากลมๆ นั้นอย่างห้ามไม่ได้ คิ้วเหมือนเขา จมูกเหมือนเขา แม้แต่เวลายิ้มก็ยังเหมือน ผลตรวจดีเอ็นเอก็เป็นทายาทของเขา

“หยุดยิ้ม” เสียงเขาแผ่วลงอย่างที่ตัวเองไม่รู้ตัว แต่ยิ่งเขาพูดเด็กน้อยก็ยิ่งหัวเราะ

“แอ้ แอ้…”

“คืนลูกทิชามาค่ะ” มิณทร์ทิชายืนอยู่ตรงประตู ในอ้อมแขนมีผ้าขนหนูผืนเล็ก เธออาบน้ำยังไม่ทันจะได้สวมเสื้อผ้า ลูกน้อยร้องไห้ขึ้นมาเสียก่อน

เขาหันไปมองหญิงสาวที่สวมผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว ตามตัวยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ หน้าอกขาวๆ ที่โผล่พ้นผ้าออกมา ทำให้เขาล่ะสายตาไม่ได้

“มองอะไรส่งน้องเดียร์น่ามา”

“ไปแต่งตัวก่อน” เขายังไม่ยอมส่งลูกให้

“หม่ำ ๆ ๆ…” เสียงเล็กใสของน้องเดียร์น่าดังขึ้นทันทีที่เห็นแม่ แขนป้อมยื่นออกไปหาอย่างคุ้นเคย ใบหน้ากลมถูไถกับอกมิณทร์ทิชาพร้อมทำปากขมุบขมิบ

“ห้ามอุ้มน้องเดียร์น่าอีกนะคะ” เสียงของหญิงสาวไม่ได้ดังมาก คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มลงกลางอกเขา

“ลูกก็ลูกฉัน ทำไมจะอุ้มไม่ได้” เขาสวนกลับทันที น้ำเสียงแข็งขึ้น หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองเขา

“มีแค่เลือดในตัวเขาครึ่งหนึ่งเท่านั้นนี่คะ”

ประโยคนั้นทำให้เขาไม่กล้าพูดต่อ นามสกุลของลูกไม่ใช่ของเขา ทะเบียนสมรสก็ไม่มี แม้แต่ตอนคลอดเขายังยืนอยู่หน้าห้องเหมือนคนนอก ทุกอย่างที่เธอพูดมันคือความจริงที่เขาสร้างขึ้นเอง

“เออ พูดมาก” เขาตัดบท หันหน้าหนีอย่างหงุดหงิด

ดวงตาคมเหลือบมองเด็กน้อยที่ซบอยู่กับอกแม่ ดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย มือเล็กกำผ้าแน่นด้วยความไว้วางใจ ภาพนั้นทำให้ในอกเขาแน่นจนหายใจไม่ทั่วท้อง

“ยืนมองทำไมออกไปได้แล้ว” เธอรู้สึกไม่ชินเวลาให้นมลูก แล้วมีคนอยู่ด้วย

ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของหญิงสาวก่อนถอนหายใจ ไม่รู้ทำไมถึงมีอารมณ์ตลอดยามที่อยู่ใกล้หญิงสาว จนน้องสาวของเขาเริ่มแข็งตัว

วันหมอนัดฉีดวัคซีนครั้งต่อมา มิณทร์ทิชามาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า อุ้มเดียร์น่าแนบอกเหมือนกลัวว่าลูกจะหลุดหายไปกับความวุ่นวายของผู้คนในโถงกว้าง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกับเสียงเด็กร้องระงมทำให้เธอใจหายทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา

“น้องเดียร์น่ามาแล้ว ตัวจ้ำม่ำขึ้นเยอะเลย” พยาบาลคนเดิมทักพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

เดียร์น่าที่อยู่ในอ้อมแขนส่งเสียงอ้อแอ้ มือป้อมๆ คว้าชายเสื้อแม่ไว้แน่นราวกับรู้ว่ากำลังจะเจอกับอะไร เมื่อถึงคิว พยาบาลรับตัวเด็กไปวางบนเตียงเล็ก

“แป๊บเดียวนะคะคนเก่ง”

เข็มเล็กสะท้อนแสงวาบ มิณทร์ทิชาเผลอเบือนหน้าหนี แต่เสียงแผดร้องของลูกก็ทำให้เธอหันกลับมาแทบจะทันที

“แอ๊!”

“โอ๋ ๆ คนเก่งของแม่ ไม่ร้องนะคะแม่อยู่นี่แล้ว” หัวใจเธอกระตุกวูบ รีบรับเดียร์น่ามากอดแนบอก ลูบหลังปลอบเบาๆ

น้ำตาเม็ดใสของลูกซึมเปื้อนเสื้อเธอ เด็กน้อยสะอื้นฮักอยู่พักใหญ่ก่อนจะค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงหายใจสะท้อนที่ไหล่ของแม่

“เก่งมากเลยค่ะ ไม่งอแงนานเลย” คุณหมอสาวเอ่ยชม

หญิงสาวก้มลงจูบหน้าผากนุ่มของลูกเบาๆ ในใจกลับรู้สึกหน่วงอย่างบอกไม่ถูกทุกครั้งที่มาที่นี่ เธอต้องยืนอยู่คนเดียวเสมอ

“คุณทิชาครับคุณดฤณให้ผมมารับคุณกลับบ้าน” วาคิมเดินเข้ามา

“เขากลัวว่าทิชาจะหนีเหรอคะ ถึงได้ตามขนาดนี้” เธอถอนหายใจ

“คุณคฤณเป็นห่วงคุณกับคุณหนูนะครับ”

“ห่วงจนไม่ยอมให้ออกไป” ประโยคนี้เธอเอ่ยในใจ เพราะเขาไม่ยอมให้เธอออกไปไหน เหตุผลของเขาคือกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าน้องเดียร์น่าเป็นใคร

“อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ”

ดิวากรนั่งรออยู่ที่โถงชั้นล่างหลังพิงพนักโซฟา สายตาคมมองไปยังทางเดินที่หญิงสาวจะโผล่มาเป็นระยะๆ โดยไม่รู้ตัว

ทันทีที่เห็นมิณทร์ทิชาอุ้มเดียร์น่าเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ เด็กน้อยหลับพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของแม่ แก้มยุ้ยแนบกับไหล่เล็กอย่างน่าเอ็นดู เขาจึงไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่มองภาพนั้นเงียบๆ

“คุณมองทิชาทำไม” เสียงเธอเบามาก แต่ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย

“ฉันแปลกใจ”

“แปลกใจอะไร”

ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าสงบนิ่งท่าทางเข้มแข็ง ไม่มีแววของผู้หญิงที่เคยร้องไห้เพราะเขา

“ตอนนี้ดูจากท่าทางของเธอแล้ว ก็เหมือนจะไม่ได้รักฉัน ในเมื่อทำใจได้ทำไมไม่กลับไปอยู่บ้านกับไอ้เมธัส”

คำพูดนั้นหลุดออกไปทั้งที่ในอกเหมือนถูกบีบแน่น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น ทั้งที่พอคิดภาพเธอกลับไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นหัวใจมันกลับหล่นวูบอย่างรุนแรง

“ทิชาจะเอาสมบัติคุณไง” เธอหัวเราะเบาๆ แต่แววตาเย็นชา “แต่ดูจากสภาพคุณแล้ว คงไม่มีความเป็นพ่อเท่าไหร่”

“ทิชาก็เธอไม่ให้ลูกใช้นามสกุลฉัน แม้แต่ชื่อฉันก็ไม่ได้ตั้งให้”

“คุณไม่มีความเป็นพ่อเองต่างหาก วันที่ทิชาเกือบจะเสียเขาไปคุณไปอยู่ไหนเหรอ วันที่ทิชาลูกคลอดก็ไม่โผล่หน้ามา วันที่แจ้งเกิดคุณไม่แม้จะมาเซ็นชื่อรับรองบุตร และสิ่งที่ดูถูกทิชาที่สุดคือการตรวจดีเอ็นเอ”

“เธอร่วมมือกับไอ้เมธัสทำลายฉันไง” เขาเถียงกลับ

“ถ้าคุณเข้าใจแบบนั้นทิชาก็ไม่มีอะไรจะอธิบาย”

“ทำไมรับความจริงไม่ได้หรือไง อยากมีผัวจนตัวสั่นจนยอมนอนกับฉันง่ายๆ” เขาเยาะเย้ย

“ทิชาไม่ได้ทำอะไรคุณทั้งนั้น” คืนนั้นมีแต่เขาที่ลากเธอขึ้นเตียงด้วย

“จะว่าไปมันก็สาสมดีนะไอ้เมธัสมันเอากับผู้หญิงคนนั้น ฉันก็เอาน้องสาวมันมาทรมานสะใจดี แม่ลูกติดแบบเธอใครจะเอา”

เพียะ

ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าคมเต็มแรงจนศีรษะของดฤณหันไปตามแรงตบ ความเงียบในห้องเหมือนถูกฉีกออกทันที มิณทร์ทิชาหอบหายใจดวงตาสั่นไหวทั้งโกรธทั้งน้อยใจ

ชายหนุ่มใช้ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ลูบแก้มสากของตัวเองช้าๆ ก่อนจะหันกลับมามองเธอ แววตาที่เคยเย็นชากลับร้อนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว

“นี่เธอ...”

“ไอ้...อื้อออ” ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวถอยหลัง ข้อมือเล็กก็ถูกคว้าไว้แน่น ร่างบางถูกดึงเข้าไปปะทะอกกว้างอย่างแรงจนแทบตั้งตัวไม่ทัน

ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงมาอย่างไม่ทันให้ตั้งรับ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความไม่พอใจอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยยอมรับกับตัวเอง

เธอพยายามผลักเขาออกทุบอกเขาแรงๆ แต่ยิ่งดิ้น เขายิ่งกอดแน่นขึ้น มือใหญ่รั้งท้ายทอยไม่ให้หนีไปไหน ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันวุ่นวาย

“ปะ ปล่อย” เสียงเธอสั่นเครือ

“อย่าปากดีใส่ฉันอีก” เขายอมให้เธอเป็นอิสระ ความรู้สึกตีกันวุ่นเมื่อนึกถึงวันแรกที่เธอตกเป็นของเขา ความรู้สึกและกลิ่นหอมของอีกฝ่าย ยังคงตราตรึงไม่เลือนหาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel