บท
ตั้งค่า

CHAPTER 3 ประชด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ก่อนที่ร่างบอบบางของพิมารินจะผลักบานประตูเข้ามาอย่างระมัดระวัง ห้องทำงานกว้างใหญ่ยังคงเย็นชาราวกับเจ้าของมันไม่มีผิด

ดิวากรไม่ได้เงยหน้าทันที เขายังคงเซ็นเอกสารต่อราวกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีตัวตน จนกระทั่งเธอเอ่ยเสียงสั่น

“พิมพ์ดีใจมากที่คุณให้เข้าพบ”

“ว่ามาสิ” ปลายปากกาหยุดนิ่ง เขาวางมันลงช้าๆ ก่อนเงยหน้าขึ้น สายตาคมเข้มมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

“เรื่องวันนั้นพิมพ์ขอโทษ เมธัสเขาหลอกล่อพิมพ์ พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจ” น้ำตาไหลลงมาอย่างพอเหมาะพอดี มือบางยกขึ้นปาดเบาๆ ตามแบบที่เธอใช้เสมอ แต่ครั้งนี้มันไม่ทำให้หัวใจของเขาไหว

“มันหลอกล่อท่าไหนล่ะ ถึงไปอยู่บนเตียงด้วยกัน” น้ำเสียงเรียบเฉยจนเหมือนมีคมมีดซ่อนอยู่

“เมธัสเขาวางยาพิมพ์ ฮึก พิมพ์ไม่ได้ยินยอม” พิมารินสะอึกเล็กน้อยก่อนรีบตอบ

ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นชัดเจน ภาพในคืนนั้นย้อนกลับมาในหัวเขาอย่างห้ามไม่ได้เรื่องของเขากับมิณทร์ทิชาที่ยังคงตามหลอกหลอนเขาจนถึงทุกวันนี้

พิมารินจ้องกระดาษในมือเหมือนมันเป็นของร้อนตัวอักษรสีดำคมกริบ แทบจะแทงเข้าตา

“นี่อะไรกันคะ!” เสียงเธอสั่นทั้งโกรธทั้งอาย

“คุณอ่านหนังสือออกอยู่นะ” เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตานิ่งเฉย คำพูดเรียบๆ แต่เหมือนตบหน้าเธออีกครั้ง

“คะ คุณจะแต่งงาน? แต่เราเพิ่งเลิกกันได้ 3 เดือนเอง คุณประชดพิมพ์ใช่ไหม” เธอหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“เรื่องแต่งงานผมจะเอามาล้อเล่นทำไม” น้ำเสียงเขายังคงราบเรียบ ไม่มีแม้แต่แววลังเล มือของพิมารินกำกระดาษแน่นจนยับ

“คุณจะแต่งงานได้ยังไง คุณรักพิมพ์มากไม่ใช่เหรอ”

“คุณจะรักคนที่นอกใจตัวเอง ไปเอากับเพื่อนตัวเองได้ยังไง! คุณอ่านดูชื่อผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วยสิ”

พิมารินก้มอ่านชื่อที่ปรากฏบนการ์ดแต่งงานอีกครั้ง หากเธอจำไม่ผิดผู้หญิงที่ชื่อ มิณทร์ทิชา ภัทรวรากร เป็นน้องสาวของเมธัส

“คุณจะแต่งงานกับน้องสาวของเมธัสทำไม!” เธอเอ่ยอย่างไม่พอใจ และไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่

“เพราะรักมั้ง มีข่าวดีอีกหนึ่งตอนนี้ทิชากำลังท้องอยู่ด้วย” เขาหัวเราะไม่ใช่เพราะมีความสุข แต่มีความสับสนมากกว่า

“กรี้ดดดด คุณนอกใจพิมพ์เหรอดฤณ”

“คนนอกใจแบบคุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้ ถ้าไปร่วมแสดงความยินดีก็เชิญนะ”

“ไม่จริงไม่เชื่อ คุณคบกับพิมพ์มาสามปีทำไมไม่ขอพิมพ์แต่งงาน พอเลิกกับพิมพ์คุณกับรีบแต่งงาน” หญิงสาวร้องไห้น้ำตาไหลพราก

“เพราะคุณไม่คู่ควรกับความรักของผม” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แววตาที่เคยมองหญิงสาวด้วยความรัก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังแทน

หญิงสาวไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปเร็วขนาดนี้ แถมคนที่แต่งงานด้วยยังเป็นน้องสาวของเมธัส ต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ

กลีบดอกไม้สีขาวถูกโปรยเรียงเป็นทางยาวในสวนหน้าคฤหาสน์ของตระกูลภัทรวรากร งานแต่งงานถูกจัดอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของผู้ใหญ่ แขกมีเพียงญาติสนิทไม่กี่คนบรรยากาศควรจะอบอุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยความกดดันจนหายใจแทบไม่ออก

มิณทร์ทิชานั่งนิ่งรอเจ้าบ่าวที่ไม่ยอมโผล่หน้ามา เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเดินผ่านไปช้าๆ จนฤกษ์ดีกำลังจะผ่านพ้นไป

“วาคิมเจ้านายหายหัวไปไหน” เสียงของดรุณีดังขึ้นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความสุขุมที่เคยมีหายไปจนหมด

“ผมติดต่อคุณดฤณไม่ได้เลยครับ เมื่อคืนเจอกันครั้งสุดท้ายที่ไนต์คลับ” วาคิมตอบเสียงอ่อย

“ไม่ได้เรื่อง!” คนเป็นแม่กัดฟันแน่น

ทุกคำพูดมิณทร์ทิชาได้ยินหมด หัวใจเธอเหมือนถูกบีบช้าๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบจนสั่น รู้ว่าเขาไม่รัก แต่ไม่คิดว่าจะใจร้ายขนาดนี้

“มันไม่มาก็ไม่ต้องแต่งหรอก พี่ไม่อยากให้ทิชาย้ายไปอยู่กับมัน” เมธัสพูดเสียงหนักแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

เสียงฮือฮาในสวนที่เริ่มซาลงไปแล้วเพราะฤกษ์มงคลผ่านพ้น กลับดังขึ้นอีกครั้งเมื่อรถสปอร์ตสีดำพุ่งเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์อย่างแรง

ดิวากรก้าวลงมาทั้งที่เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ แขนเสื้อถูกพับลวกๆ เนกไทหายไปไหนไม่รู้ เคราครึ้มขึ้นตามสันกราม กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจนคนที่ยืนใกล้ต้องเบือนหน้า

เขาเดินฝ่าทุกสายตาเข้ามา ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างมิณทร์ทิชาราวกับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“ผมมาแล้วแต่งเลยไหม” เสียงเขาแหบพร่า แต่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน

“ดฤณนี่มันเลยฤกษ์ดีไปแล้วนะ! ทำไมทำตัวเหลวแหลกแบบนี้” ดรุณีหน้าซีดทันที

“คุณแม่คิดว่าการแต่งงานครั้งนี้มันดีสำหรับผมเหรอครับ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“ไม่แต่งวันนี้ ก็ไม่ต้องแต่งอีกเลย” คำประกาศนั้นทำให้หญิงสาวทำตัวเล็กลงอีก

มิณทร์ทิชานั่งนิ่งมือที่วางบนหน้าตักสั่นเทา เธอไม่ได้หันไปมองเขา แต่ทุกคำพูดแทงเข้ากลางหัวใจ

“ไอ้ดฤณ! มึงจะดูถูกน้องสาวกูเกินไปแล้วนะ” เมธัสลุกขึ้นทันที ดวงตาแข็งกร้าว

“ไอ้ตัวเหี้**ยแบบมึง ไม่มีสิทธิ์พูด” เขาหันไปมองช้าๆ รอยยิ้มเหยียดผุดขึ้นที่มุมปาก

ผัวะ!

หมัดของเมธัสพุ่งเข้าหาอย่างไม่ยั้งเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นกลางสวน ดิวากรหน้าหันไปตามแรงรสคาวเลือดแล่นขึ้นมาที่ปลายลิ้นริมฝีปากแตกทันที

“หยุดนะ!” เสียงกรีดร้องของญาติผู้ใหญ่ดังระงม

 “คุณเมธัส!” แต่เหมือนทั้งสองคนจะไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว

ดิวากรยกหลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมวาวขึ้นอย่างคนที่ถูกท้าทาย เขาค่อยๆ บิดคอคลายกล้ามเนื้อเหมือนไม่สะทกสะท้าน แล้วหมัดหนักก็สวนกลับไปเต็มแรง

พลั่ก!

เมธัสเซถอยไปสองก้าว ชนเข้ากับโต๊ะดอกไม้จนแจกันล้มแตกกระจาย กลีบกุหลาบสีขาวปลิวว่อนเต็มพื้น แขกในงานแตกตื่น คนของสองตระกูลรีบพุ่งเข้ามาห้าม แต่สองหนุ่มยังคงกระชากคอเสื้อกันไม่ปล่อย

“มึงไม่มีสิทธิ์ทำลายความรู้สึกน้องกู!” เมธัสคำราม

“มึงหุบปากไปดีกว่า” เขาตะโกนสวนกลับ เสียงเต็มไปด้วยอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายเดือน

งานแต่งที่ควรจะเต็มไปด้วยคำอวยพร กลับกลายเป็นสนามต่อสู้ สุดท้ายการ์ดและคนในบ้านต้องช่วยกันแยกทั้งสองออกจากกันอย่างทุลักทุเล

ลมหายใจของดิวากรหนักหน่วง หน้าอกกระเพื่อมแรง อีกด้านเมธัสก็ไม่ต่างกัน ดวงตายังจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง สุดท้ายงานแต่งงานก็ผ่านไปแบบทุลักทุเล

ภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม กลีบกุหลาบสีแดงบนเตียงยังคงจัดเป็นรูปหัวใจสมบูรณ์แบบ ต่างจากบรรยากาศของเจ้าของห้องทั้งสองที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

มิณทร์ทิชาถือกล่องทำแผลเดินเข้ามาช้าๆ สายตาเธอเหลือบมองร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง เสื้อเชิ้ตถูกถอดกองไว้ข้างตัว

“ทิชาทำแผลให้นะคะ”

“ไม่ต้อง!” เสียงเขาแข็งกระด้าง มือยกขึ้นเช็ดมุมปากที่แตกอีกครั้งราวกับไม่รู้สึกเจ็บ

“งั้นคุณทำเองนะคะ ทิชาวางไว้ตรงนี้” เธอชะงักไปเพียงนิดเดียว กล่องยาถูกวางลงข้างตัวเขาอย่างแผ่วเบา เสียงหัวเราะหยันดังขึ้นในลำคอของชายหนุ่ม

“หึ สมใจเธอแล้วสิทิชาได้ฉันเป็นผัว”

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางอก แต่หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง มือประสานกันแน่นเพื่อไม่ให้มันสั่น

“แต่จำไว้ว่าเธอต้องตรวจดีเอ็นเอ ฉันจะไปนอนกับใครเธอไม่มีสิทธิ์” เขาพูดโดยไม่แม้แต่จะมองหน้า

“ค่ะ ทิชารู้” คำตอบของเธอเรียบจนคนฟังชะงักไปเสี้ยววินาที

“พอเด็กคลอดออกมา ห้ามพาไปบอกใครว่าเป็นลูกฉัน และห้ามเธอพูดว่าเป็นอะไรกับฉัน อยากอยู่กับฉันก็ทนเป็นเมียลับๆ ไป” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างเย็นชา พอเห็นสีหน้าเสียใจในดวงตาของหญิงสาว เขารีบหันหน้าหนีทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel