บท
ตั้งค่า

ไม่พอใจ

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็จบแค่นี้เถอะค่ะ ถึงแม้พี่จะไม่พอใจแต่ฉันยืนยันคำเดิมว่าจะไปทำงานที่บริษัท” เธอถือโอกาสตัดบท ทำให้สวี่หยางได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อกี้เขาเป็นฝ่ายไม่พอใจแท้ ๆ แต่ตอนไหงกลับกลายเป็นว่าหญิงสาวได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยที่เขาไม่อาจโต้เถียงได้

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ถ้างานหนักก็อย่ามาบ่นให้ฉันได้ยินก็แล้วกัน” เขาทำทีไม่ใส่ใจ มีใครไม่รู้บ้างว่าทำงานตำแหน่งบัญชีนั้นหนักหนาแค่ไหน ยิ่งเป็นบริษัทใหญ่ด้วยแล้ว อย่าได้หวังว่าจะมีเวลามารบกวนเขาที่ห้องทำงานเลย

ตอนเช้าเธอกับเขานั่งรถมาคนละคัน เขาให้เหตุผลว่าเจ้านายกับพนักงานไม่ควรนั่งรถคันเดียวกัน ลี่จวินเข้ามาทำงานตำแหน่งพนักงานบัญชี งานที่เธอต้องรับผิดชอบเป็นทั่วไปที่เธอเคยไปฝึกงานเมื่อสามปีก่อน เธอมีโอกาสสามเดือนเพื่อแสดงให้เห็นว่าเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ ถ้าหากภายในสามเดือนนี้เธอทำงานไม่เข้าตา เธอจะไม่มีสิทธิ์ทำงานที่นี่ต่อเพราะไม่ผ่านช่วงทดลองงาน

ช่วงพักกลางวันลี่จวินได้มาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานอย่างเสี่ยวอี้ที่คอยช่วยสอนงานเธอ

“นั่นท่านประธานนี่ ทำไมออกไปกินข้าวกับผู้ช่วยเลขาอีกแล้ว” เสี่ยวอี้ที่มองเห็นทั้งคู่เดินผ่านหน้าไปร้องทักเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทำให้ลี่จวินเริ่มขมวดคิ้วยุ่ง

“สองคนนั้นสนิทกันเหรอ”

“เธอคงไม่รู้อะไร ที่ผู้หญิงคนนั้นได้ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาไปทั้งที่ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลไม่ได้เปิดรับสมัครด้วยซ้ำ เห็นว่าท่านประธานเป็นคนรับเข้าทำงานด้วยตัวเองเลยนะ”

“ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ได้ล่ะ”

“ฉันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่แผนกนั้นน่ะ ฉันได้ยินมาว่าท่านประธานแต่งงานแล้ว หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นภรรยาของท่านประธาน ลี่จวิน เธอคิดว่ายังไง” เสี่ยวอี้ตั้งข้อสงสัย

“เป็นไปไม่ได้” เธอตอบเสียงเรียบ ไม่แปลกใจที่พนักงานส่วนใหญ่จะไม่รู้จักเธอ เพราะงานแต่งงานจัดขึ้นแบบส่วนตัว แขกส่วนใหญ่ที่ถูกเชิญล้วนเป็นนักธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูง

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

“ตระกูลสวี่รวยขนาดนั้น มีหรือจะปล่อยให้ภรรยาตัวเองมาทำงาน”

“นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นหรือว่าท่านประธานจะมีกิ๊ก”

ลี่จวินไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรอีก เรื่องนอกใจตัดออกไปได้เลย ตั้งแต่แต่งงานมาเขาไม่เคยข้องแวะกับผู้หญิงที่ไหนด้วยซ้ำ ส่วนผู้ช่วยเลขาคนนั้นบางทีทั้งคู่อาจรู้จักและสนิทสนมกันมาก่อนก็เป็นได้ เธอคิดแง่บวก สมัยนี้เริ่มเปิดกว้างผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เธอเองก็มีรุ่นพี่ผู้ชายที่สนิทกันช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเช่นกัน

สวี่หยางกับเหม่ยซินออกไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารกลางกรุงปักกิ่งบ้างเป็นครั้งคราว แม้เขากับเธอจะเคยเป็นแฟนกันแต่ต้องรักษาระยะห่างเอาไว้ ถึงอย่างไรเขาก็แต่งงานมีภรรยาแล้ว รอให้หย่าขาดเมื่อไหร่ค่อยคิดสานสัมพันธ์ก็ยังไม่สาย

“จะไม่ตักอาหารให้ฉันหรือคะ” เหม่ยซินถาม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเอาแต่ตักข้าวเข้าปากตัวเองเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เมื่อก่อนเขาดูแลเธอเป็นอย่างดี

“อ้อ กินนี่สิ” ว่าพลางตักอาหารให้ เป็นเพราะร้างราจากเรื่องพวกนี้มานานทำให้ไม่ค่อยชินนัก ใช่ว่าเขาจะเคยทำให้ภรรยาตัวเองเสียเมื่อไหร่

“ขอบคุณค่ะ พี่สวี่หยางยังคงน่ารักเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด” สวี่หยางเพียงยิ้มตอบ

หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน

“ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน

“จะไปไหนกันเหรอคะ”

“มีธุระน่ะ คุณกลับไปก่อนเลย” ซูฉีตอบกลับทันควัน ทำให้ร่างบางรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่ถูกไล่แบบซึ่งหน้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel