บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 สิ่งที่เปลี่ยนไป

เวลาเช้าของอีกวันเดินทางมาถึงและเหมือนเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ เป็นสัญญาณที่บอกกับมาริสาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอควรจะลืมและปล่อยให้มันผ่านไป วันนี้เป็นวันใหม่แล้ว เธอควรจะเริ่มต้นวันให้วันนี้เป็นวันที่ดีและดูถ้าวันนี้จะมีเรื่องแปลกมากว่าทุกวัน นั่นก็คือณภัทร์ตื่นนอนก่อนเธอซึ่งปกติแล้วจะเป็นมาริสาที่ตื่นก่อน

“คุณภัทร์จะไปต่างจังหวัดหรอคะ” นอกจากจะตื่นก่อน อาบน้ำก่อนแล้ว ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการเลือกเสื้อผ้าและจัดกระเป๋าเดินทาง

“ครับ” เขาตอบเธอสั้นๆแค่นั้นและยังคงให้ความสนใจกับการเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเหมือนเดิม

มาริสาพอได้คำตอบจากสามีเธอก็รีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งตัวเองบ้าง หยิบกระเป๋าเดินทางออกมา

“ครั้งนี้ไปกี่วันเหรอคะคุณภัทร์” เลือกเสื้อผ้าไปก็หันไปถามสามีด้วย หญิงสาวเลือกเสื้อผ้าอย่างมีความสุขเพราะนานแล้วเหมือนกันที่เธอกับสามีไม่ได้เดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัด

ณภัทร์มีบริษัทเรือยอร์ชที่เป็นสาขาย่อยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตและทุกๆสองเดือนเขาจะเดินทางไปภูเก็ตและพักที่นั้นประมาณสามถึงสี่วันเพื่อดูแลกิจการ ตรวจเช็กการทำงานของลูกน้อง ทุกครั้งที่ไปเขาจะพามาริสาไปด้วยทุกครั้งเพราะนอกจากจะไปทำงานแล้วเขาก็จะพาเธอออกไปเที่ยวพักผ่อนด้วย

“สามวันครับ...แล้วริสาเก็บกระเป๋าทำไมครับ?” พอรูดซิปกระเป๋าเดินทางของตัวเองเสร็จถึงได้มาสังเกตว่าภรรยากำลังเก็บกระเป๋าเดินทางของเธออยู่ คิ้วหนาทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน เพราะเขาไม่ได้บอกว่าจะพาเธอไปด้วย

“ก็ริสาต้องไปกับคุณภัทร์นี่คะ ทุกทีเราก็ไปภูเก็ตด้วยกัน” มาริสาหยุดมือที่กำลังหยิบเดรสตัวสวยแล้วหันมาพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส ใบหน้าของเธอแสดงออกชัดมากว่ากำลังดีใจเพราะคิดว่าตัวเองจะได้ไปพักผ่อนกับเขาที่ภูเก็ต ทว่ารอยยิ้มสดใสกับใบหน้าดีใจนั้นต้องจางลงเมื่อณภัทร์พูดออกมาว่า

“ครั้งนี้ผมจะไปคนเดียวครับ”

“ตะ แต่ทุกครั้งเราจะไปด้วยกันนะคะ”

“ครับ แต่ครั้งนี้ผมจะไปคนเดียว ผมไปทำงานนะครับริสาไม่ได้ไปเที่ยว ถึงคุณไปด้วยครั้งนี้ก็คงไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนด้วยกันหรอกครับ”

“แต่...”

“ผมพูดชัดแล้วนะครับว่าจะไปคนเดียว ริสาช่วยทำตัวให้เป็นคนที่เข้าใจอะไรๆง่ายหน่อยนะครับ ผมไม่อยากอารมณ์เสียแต่เช้า เข้าใจไหมครับ”

“...” มาริสาได้แต่เม้มปากของตัวเอง ก้มหน้ากลั้นน้ำตาที่มันเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาจากดวงตา ความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้นมาที่กลางอก เธออยากพูด อยากถามเขา อยากรู้ว่าทำไมครั้งนี้ถึงไม่อยากให้เธอไปด้วย แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป จะอ้าปากตอนนี้ยังไม่กล้าทำเลย คำพูดของเขามันแรงเกินไป เธอทำอะไรผิดมากเลยเหรอเขาถึงต้องพูดใส่กันแบบนี้

“ผมจะออกไปเลยนะครับ จะไปหามื้อเช้ากินข้างนอก”

“...” มาริสาทำเพียงพยักหน้ารับคำพูดของเขา คลี่ยิ้มบางๆส่งไปให้สามีที่ยืนมองหน้าเธอนิ่งแล้วลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องนอนไป

ปึง

ทันทีที่เสียงประตูปิดลงเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของการฝืนทำให้ตัวเองเข้มแข็งก็หมดลงทันที ร่างบางทรุดตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น น้ำใสๆพรั่งพรูจากดวงตา ต้องนั่งกอดตัวเองอย่างสั่นเทิ้มปลดปล่อยความเสียใจออกไปกับน้ำตา

มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรากันแน่ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่ละคำที่เขาใช้พูดกับเธอ มันดูจะรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน มาริสามั่นใจว่าเธอยังเป็นคนเดิม ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ทุกอย่างที่เขาเคยบอกว่าชอบ แต่แล้วทำไมทุกวันนี้มันได้กลายเป็นสิ่งที่ดูขวางหูขวางตาเขาไปสะทุกอย่าง

เธอมั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนที่เปลี่ยนไป แต่คนที่เปลี่ยนคือสามีของเธอ แต่เพราะอะไรละ เหตุผลของเรื่องนี้คืออะไร ในเมื่อเขาคิดจะใจร้ายกับเธอแล้วทำไมไม่พูดกันตรงๆไปเลยว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น คำว่ารักยังมีอยู่ไหม ถ้าหมดรักก็บอกกันเถอะ

“ริสาเริ่มจะทนอยู่กับความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้แล้วนะคะคุณภัทร์” ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาของตัวเอง คำพูดที่มาริสาไม่คิดว่าเธอจะได้พูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ ภาพครอบครัวที่เดินทางมาถึงทางตันของความสัมพันธ์ ภาพที่เธอไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น ทว่าทุกวันนี้มันเริ่มชัดมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆจนเธอเริ่มกลัว

กลัวหัวใจดวงน้อยๆดวงนี้จะตั้งรับความความเจ็บปวดไม่ทัน มันยังไม่พร้อมทำใจ เธอเริ่มทนกับความเปลี่ยนไปของสามีไม่ได้ก็จริง แต่เธอก็ไม่พร้อมทำใจที่จะเจอกับความเจ็บปวดที่จะต้องยุติคำว่าครอบครัวกับผู้ชายที่เธอรักเขาหมดทั้งตัวและหัวใจ

@จังหวัดภูเก็ต

“พี่เกรซ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ว่าทำไมเราสองคนต้องบินมาที่ประเทศไทยเพื่อดูธุรกิจใหม่ที่พี่กำลังสนใจด้วยตัวเองด้วย ลูกน้องที่ไทยเราก็มีคนที่ไว้ใจได้ตั้งหลายคน เราให้พวกเขาดูแทนก็ได้นี่ไม่เห็นต้องมาเองเลย อากาศที่ไทยอย่างร้อน” เพราะอากาศที่ประเทศไทยต่างจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มากทำให้ชายหนุ่มที่มาจากบ้านเมืองหนาวพูดบ่นออกมาเพราะร่างกายของเขายังปรับตัวให้ชินกับอุณหภูมิที่ร้อนของประเทศไทยไม่ได้

“เพราะพี่มีสิ่งที่สนใจและอยากมาเจอด้วยตัวเองนะสิกันต์” หญิงสาวหันมาตอบน้องชายพร้อมถอดแว่นตากันแดดราคาแพงออกก่อนจะหยิบแก้วกาแฟยกขึ้นดื่ม

“แล้วสิ่งที่สนใจนั้นคืออะไร เกี่ยวกับธุรกิจนี้ด้วยไหม” กันต์ถามพี่สาวกลับไปอีกครั้งขณะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ตอนนี้เขากับพี่สาวกำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นนำที่มีสาขาไปทั่วโลก กันต์กับเกรซเลือกที่จะนั่งแบบเอาต์ดอร์เพื่อที่จะได้สูบบุหรี่ได้แต่ก็ต้องแลกมากับอากาศร้อนข้างนอกด้วย

“เกี่ยวโดยตรงเลยล่ะ” เกรซตอบน้องชายกลับไปพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กันต์มองแล้วรู้เลยว่าพี่สาวของเขามีต้องมีแผนอะไรแน่ และเป้าหมายก็ต้องเกี่ยวกับบุคคลที่พวกเขากำลังนั่งรออยู่แน่นอน

“อธิบายเพิ่มด้วยครับ เกี่ยวโดยตรงแค่เรื่องธุรกิจหรือพี่มีแผนมากกว่านั้น” กันต์หรี่ตาถามพี่สาวอย่างคนรู้ทันและนั่นทำให้เกรซปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆอย่างชอบใจ

“แหม เห็นพี่เป็นคนแบบไหนเนี่ยกันต์”

“แล้วผมคิดถูกใช่หรือเปล่า พี่เกรซสนใจผู้ชายคนนี้ใช่ไหม คุณเจ้าของธุรกิจเรือยอร์ชน่ะ ตอบผมตามความจริงด้วยนะครับ”

ครั้งนี้เกรซปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนสุดเสียงโดยไม่สนใจด้วยความโต๊ะรอบข้างจะหันมาให้ความสนใจที่เธอหรือไม่ เพราะเธอถูกใจคำพูดของน้องชายมาก กันต์คือคนที่อ่านเธอออกจริงๆ สมแล้วที่เกิดมาเป็นน้องชายของเธอแต่บางทีก็น่ากลัวไปหน่อยเพราะกันต์จะรู้ทันเธอทุกเรื่องและชอบขัดขวางสิ่งที่เธอคิดจะทำเสมอถ้าเรื่องนั้นกันต์มองแล้วว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี ไม่คุ้มเสี่ยงหรือไม่ถูกต้อง น้องชายของเธอจะขวางทางเธอตลอดและคิดว่าเรื่องนี้กันต์ก็คงขวางอีกเช่นกัน

“ในเมื่อพี่โกหกกันต์ไม่ได้อยู่แล้ว ก็คงต้องตอบตามตรงว่าใช่ พี่สนใจเขา” คำตอบของเกรซไม่ได้ผิดไปจากที่กันต์คิดไว้เลยจริงๆ แต่เขาก็แอบหวังว่าเขาจะคิดผิดบ้างเพราะสิ่งที่สาวของเขากำลังอยากได้อยู่ตอนนี้มันไม่ถูกต้อง

“ผมรู้ว่าพี่เกรซชอบผู้ชายทำงานเก่งๆ หน้าตาหล่อ ฐานะดี มีหน้ามีตาในสังคม แต่! คนนี้เขาแต่งงานแล้วนะครับ”

“แล้วไง แต่งแล้วก็เลิกได้นี่” เกรซพูดเสียงเรียบปกติเหมือนว่าเรื่องที่เธอกำลังพูดอยู่มันก็แค่เรื่องธรรมดาทั่วไป ต่างจากกันต์ที่จ้องหน้าพี่สาวอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเกรซจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา

“พี่เกรซ! คนดีๆเขาไม่คิดอยากยุ่งกับสามีของคนอื่นหรอกนะครับ เรื่องนี้ถือว่าผมขอนะ พี่จะอยากเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับผู้ชายคนนี้ก็ได้ แต่อย่าคิดพยายามเอาตัวเองเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงทำให้บ้านเขาแตกเลยนะครับ มันบาป คนโสดๆมีเยอะแยะทำไมไม่สนใจก็ไม่รู้ อยากท้าทายก็ไปหาอย่างอื่นทำแต่ไม่ใช่แบบนี้”

เขารู้ข้อมูลคร่าวๆเกี่ยวกับเจ้าของธุรกิจเรือยอร์ชคนนี้มาบ้าง หนึ่งในข้อมูลที่เขารู้คือผู้ชายคนนี้แต่งงานแล้ว สถานะความสัมพันธ์กับภรรยาของเขาจะเป็นแบบไหนเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่กันต์อยากจะรู้ แต่พี่สาวของเขาก็ไม่ควรมีความคิดอยากได้อยากครอบครองคนที่มีครอบครัวแล้ว ถึงต่อให้กำลังจะเลิกกันก็ไม่ควรพาตัวเองมาอยู่ใกล้คนมีเจ้าของแบบนี้ เพราะมันจะทำให้พี่สาวของเขาเสียหายได้ เขาไม่อยากให้ใครมองว่าพี่สาวของเขาคือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel